อย่าปล่อยให้ความรู้สึก……แบ่งแยกคนในชาติไทย
ผมยังจำภาพเหตุการณ์หลากหลายในโซเชียลมีเดียได้ชัดเจน เหตุการณ์เดียวกันคลิปเดียวกันแต่คนไทยกลับเห็นเป็น ‘คนละเรื่อง’ เราเคยเห็นภาพแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง คลิปเดียว…แต่สังคมแบ่งเป็นหลายฝั่ง ข้อมูลเดียว…แต่ความรู้สึกกลับหลากหลาย บางคนโกรธ บางคนปกป้อง บางคนตัดสินทันที ทั้งที่ข้อเท็จจริงยังมาไม่ครบ เหตุการณ์ลักษณะนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่กำลังเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในแทบทุกประเด็นสำคัญของสังคมไทย
ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่รัฐ การสื่อสารของกองทัพในพื้นที่ความมั่นคง หรือแม้แต่ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือกตั้ง ที่มีการนำเสนอข้อเท็จจริงเรื่อง “บาร์โค้ด” และ “คิวอาร์โค้ด”
และหลาย ๆ ครั้งกับกระแสคลิปไวรัลในสื่อสังคมออนไลน์ ที่ถูกตัดบางช่วงบางตอนออกมาเผยแพร่ จนทำให้คนจำนวนมาก “รู้สึก” ไปก่อนที่จะได้เห็นข้อเท็จจริงทั้งหมด บางเหตุการณ์เริ่มจากเพียงคลิปสั้น ๆ ไม่กี่วินาทีแต่สามารถทำให้สังคมทั้งสังคมแบ่งออกเป็นสองฝั่งได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงฝ่ายหนึ่งเชื่อว่า “นี่คือความจริงทั้งหมด” อีกฝ่ายเชื่อว่า “นี่คือการบิดเบือน” ทั้งที่ในความเป็นจริง เราอาจกำลังเห็นเพียง “เศษเสี้ยวของข้อเท็จจริง” เท่านั้น
และเมื่อเศษเสี้ยวนั้นถูกเติมเต็มด้วยความรู้สึกมันก็กลายเป็น “ความจริงคนละชุด” ในสายตาของคนไทยแต่ละกลุ่มขึ้นมาทันที
เราจะเห็นได้ว่า “ข้อเท็จจริงเดียวกัน” สามารถนำไปสู่ “ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว” ได้ทันที และเมื่อความรู้สึกเหล่านั้นถูกขยายออกไป มันไม่ได้หยุดอยู่แค่ความเห็นต่าง แต่มันค่อย ๆ กลายเป็น “ความไม่เชื่อใจ”
และในที่สุด…กลายเป็น “ความแตกแยก”
เมื่อความรู้สึก…ถูกออกแบบมาแบ่งแยกคนในชาติไทย
ในฐานะที่เป็นกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติและศึกษาด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และการจัดการความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ ผมเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทยวันนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
แต่คือผลของระบบที่ถูกออกแบบมาให้ “ขยายความรู้สึก มากกว่าความจริง”
ในโลกของโซเชียลมีเดียสิ่งที่ถูกดันขึ้นมาไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องที่สุดแต่คือสิ่งที่ “ทำให้คนรู้สึกมากที่สุด”
ความโกรธ ความเกลียดชัง ความกลัว ความไม่ยุติธรรม สิ่งเหล่านี้ถูกขยายถูกแชร์และถูกเชื่อโดยที่เราแทบไม่ทันตั้งตัว
จากความเห็นต่าง…สู่ความแตกแยก
ปัญหาไม่ใช่การที่คนคิดต่างแต่ปัญหาคือ “เรากำลังเชื่อคนละความจริง” เมื่อความจริงไม่ตรงกันการพูดคุยก็ยากขึ้นความเข้าใจก็ลดลงและเมื่อความไม่เข้าใจสะสม ความรู้สึกจะเข้ามาแทนที่เหตุผล
จาก “ไม่เห็นด้วย” กลายเป็น “ไม่ยอมรับ” จาก “ไม่ยอมรับ” กลายเป็น “ไม่ไว้ใจ”
และสุดท้าย…กลายเป็นแตกแยก “ไม่อยากอยู่ฝั่งเดียวกัน” ที่สุดท้ายจะต้องห้ำหั่นทำลายกัน
วิกฤตที่ร้าวลึกกว่าเขตแดน
ในอดีต ความขัดแย้งอาจมีพื้นที่จำกัดแต่วันนี้ ความแตกแยกเกิดขึ้นได้ทุกที่ในครอบครัวเดียวกัน
ในกลุ่มเพื่อนเดียวกัน ในสังคมเดียวกัน เพราะเราไม่ได้ยืนอยู่บน “ความจริงเดียวกัน” อีกต่อไป
นี่คือสภาวะที่อันตรายที่สุดของประเทศ ประเทศเดียวกัน…แต่คนละความจริง
ทางออกของสังคมไทย
เราไม่สามารถห้ามคนรู้สึกได้แต่เราสามารถ “ไม่ปล่อยให้ความรู้สึกนำทางประเทศ” ได้
1. ให้ความจริงนำหน้าอารมณ์
ก่อนจะเชื่อ ก่อนจะแชร์ ก่อนจะตัดสิน ต้องถามตัวเองว่า “เรารู้ความจริงครบแล้วหรือยัง”
2. สร้างภูมิคุ้มกันให้สังคม
ประชาชนต้องมีทักษะในการแยกแยะ ระหว่าง “ข้อเท็จจริง” กับ “การกระตุ้นอารมณ์”
3. ยกระดับการสื่อสารของรัฐ
ข้อมูลต้อง รวดเร็ว ชัดเจน ตรวจสอบได้เพื่อไม่ให้ข่าวลือกลายเป็นความจริงในความรู้สึกของคน
4. จัดการข่าวปลอมอย่างจริงจัง ข่าวปลอม และข่าวที่สร้างความเกลียดชังไม่ใช่เรื่องเล็กแต่มันคือภัยต่อความมั่นคงของชาติ และความสงบสุขของสังคม
5. ยกระดับ “กฎหมายดิจิทัล” ให้ทันภัยรูปแบบใหม่
ในหลายประเทศทั่วโลกทั้งในยุโรปและเอเชียได้ยกระดับกฎหมายด้านดิจิทัลเพื่อรับมือกับภัยจากโซเชียลมีเดียอย่างจริงจัง
- กำหนดให้แพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหา
- ควบคุมการแพร่กระจายของข่าวปลอม
- จัดการบัญชีปลอม บอท และ AI ที่ใช้สร้างความแตกแยก
- และสร้างกลไกให้รัฐสามารถปกป้องความมั่นคงและประชาชนได้อย่างทันท่วงที
แม้แต่บางประเทศในภูมิภาคเอเชีย ก็ได้มีมาตรการทางกฎหมายที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้โซเชียลมีเดียกลายเป็น “เครื่องมือทำลายสังคมจากภายใน”
ประเทศไทยจึงไม่อาจหยุดอยู่กับกฎหมายเดิม ๆ ที่ “ช้ากว่าเทคโนโลยี” และ “ตามไม่ทันอัลกอริทึม”
เราจำเป็นต้องพิจารณาการยกระดับสู่ “พระราชบัญญัติดิจิทัลเพื่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน”
ที่มีเป้าหมายชัดเจนว่า ไม่ใช่เพื่อจำกัดเสรีภาพแต่เพื่อปกป้องสังคมจากการใช้ “ความจริงบางส่วน” มาสร้าง “ความเกลียดชังทั้งระบบ” เมื่อถึงเวลาที่เราทุกคนต้องเลือกในทุกครั้งที่เรากดแชร์ เรากำลังเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่าง ขยายความจริง หรือ ขยายความรู้สึก
กฎหมายที่ดี ไม่ได้มีไว้ควบคุมประชาชนแต่มีไว้ปกป้องประชาชน จากภัยที่มองไม่เห็น
กล่าวโดยสรุป
ประเทศไทยจะไม่แตกเป็นเสี่ยง ๆ เพราะเขตแดนหรือเส้นแบ่งภาคต่าง ๆ แต่จะค่อย ๆ แตกแยก… แม้จะอยู่ในภาคเดียวกัน จังหวัดเดียวกัน ชุมชนเดียวกัน และแม้แต่ในครอบครัวเดียวกัน ถ้าไม่เชื่อใจกัน ถ้าเอาความรู้สึกมาแทนที่ความจริงและขยายความเกลียดชังกันในโซเชียลมีเดีย
อย่าปล่อยให้ความรู้สึก…แบ่งแยกชาติไทยเพราะวันที่อารมณ์ชนะความจริง สิ่งที่เราจะสูญเสียไม่ใช่แค่ความเห็นต่างกัน แต่เราจะสูญเสียความรักความสามัคคีและความเป็นหนึ่งของผืนแผ่นดินไทย
บทควมโดย ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ผู้แทนภาคประชาชน