โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

โต้แรง! ทรัมป์สวนกลับข้อครหา ปมถูกอิสราเอลชักใยสงคราม

สยามนิวส์

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Gift
โดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำ อิสราเอล ไม่เคยกดดันให้ทำสงคราม อิหร่าน ซัดสื่อปล่อยข่าวปลอมบิดเบือน

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social วิพากษ์วิจารณ์สื่อมวลชนอย่างรุนแรง พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่า อิสราเอล มีบทบาทโน้มน้าวให้สหรัฐเข้าสู่สงครามกับ อิหร่าน

ทรัมป์ระบุว่า อิสราเอลไม่เคยชักจูงให้เขาตัดสินใจทำสงครามกับอิหร่าน โดยย้ำว่าปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อจุดยืนของเขาคือ เหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ซึ่งตอกย้ำความเชื่อเดิมว่าอิหร่านไม่ควรครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังโจมตีสื่อที่รายงานประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่าสื่อจำนวนมากเผยแพร่ข้อมูลที่ เป็นเท็จและบิดเบือน รวมถึงตั้งข้อสงสัยต่อความน่าเชื่อถือของผลสำรวจความคิดเห็น และอ้างถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2563 ว่ามีความไม่โปร่งใส

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ภายในประเทศ หลังมีรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศบางแหล่ง ที่อ้างว่า ที่ปรึกษาระดับสูงของทรัมป์บางส่วน รวมถึง แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม แสดงความกังวลต่อการประเมินสถานการณ์ของ เบนจามิน เนทันยาฮู ก่อนเริ่มปฏิบัติการทางทหาร

ขณะเดียวกัน โจ เคนต์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติของสหรัฐ ได้ระบุในจดหมายลาออกและให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า เขาเชื่อว่าอิสราเอลใช้ช่องทางลับในการโน้มน้าวรัฐบาลสหรัฐให้ดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน อย่างไรก็ตาม ทรัมป์และทำเนียบขาวได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังคงเป็นที่ถกเถียงในสหรัฐ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังดำเนินต่อเนื่อง

ชมคลิป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...