โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

วิจัยพบ "นวัตกรรมเปลี่ยนสเต็มเซลล์ในร่างกาย" ให้เป็น "โรงงานผลิตภูมิคุ้มกัน" ช่วยต้านโรคร้ายตลอดชีวิต

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นักไวรัสวิทยาเผย มีงานวิจัยพบว่า

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana โดยระบุว่า

นวัตกรรมเปลี่ยนสเต็มเซลล์ในร่างกายให้เป็น "โรงงานผลิตภูมิคุ้มกัน" ต้านโรคร้ายตลอดชีวิต

เราทราบดีว่าวัคซีนคือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยปกป้องเราจากโรคติดต่อต่างๆ โดยการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา แต่สำหรับโรคร้ายแรงบางชนิด เช่น การติดเชื้อ HIV ไข้มาลาเรีย หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์รุนแรง การใช้วัคซีนแบบเดิมมักจะไม่ง่ายและตรงไปตรงมาตามทฤษฎี เนื่องจากเชื้อโรคเหล่านี้มีความซับซ้อนและหลบหลีกเก่ง ทำให้ร่างกายของเราสร้างภูมิคุ้มกันที่มีประสิทธิภาพและอยู่ได้นานพอที่จะป้องกันโรคได้ยาก

แต่ล่าสุดงานวิจัยในวารสาร Science ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบวิธีการใหม่ที่อาจพลิกโฉมการป้องกันและรักษาโรคเหล่านี้แบบไม่มีคนทำได้มาก่อน ด้วยการใช้เทคโนโลยีทางพันธุกรรมเพื่อเปลี่ยนให้ร่างกายของเรากลายเป็นโรงงานผลิตยาต้านโรคเสียเอง

ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดบีเซลล์ (B cell) ทำหน้าที่หลักในการผลิตแอนติบอดี เซลล์ชนิดนี้มีความสามารถในการหลั่งแอนติบอดีได้มากถึงหนึ่งหมื่นโมเลกุลต่อวินาทีและสามารถมีชีวิตอยู่ในไขกระดูกได้นานหลายปี แต่การนำบีเซลล์ที่โตเต็มที่แล้วมาดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อให้ผลิตแอนติบอดีมักพบข้อจำกัดที่สำคัญคือ เซลล์จะมีอายุสั้นและระดับแอนติบอดีจะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป ทำให้ไม่สามารถรักษาระดับภูมิคุ้มกันในระยะยาวได้ นักวิจัยจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด (Hematopoietic stem and progenitor cells หรือ HSPCs) ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่สามารถเจริญไปเป็นเซลล์เม็ดเลือดทุกชนิดและคงอยู่กับร่างกายตลอดชีวิต

การวิจัยนี้ได้ใช้เทคโนโลยีคริสเปอร์ (CRISPR-Cas9) ร่วมกับไวรัสพาหะ (AAV) ในการนำส่งยีนเข้าไปตัดต่อในตำแหน่งที่ควบคุมการสร้างแอนติบอดีของเซลล์ต้นกำเนิดโดยตรง การตัดต่อในระดับเซลล์ต้นกำเนิดนี้ช่วยรับประกันว่าเมื่อเซลล์เจริญเติบโตไปเป็นบีเซลล์ มันจะมีความพร้อมในการผลิตแอนติบอดีชนิดพิเศษที่กำหนดไว้ได้อย่างถูกต้องและถาวร

ทีมวิจัยได้ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมกลับเข้าสู่ร่างกายหนูทดลอง เมื่อเวลาผ่านไป เซลล์ต้นกำเนิดเหล่านี้ได้เจริญเติบโตและพัฒนาไปเป็นบีเซลล์ที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดตามปกติ กลไกสำคัญของการทำงานนี้คือการใช้วัคซีนที่มีแอนติเจนจำเพาะเป็นตัวกระตุ้น เมื่อร่างกายได้รับวัคซีน บีเซลล์ที่ถูกดัดแปลงจะรับรู้ถึงแอนติเจนนั้นและเกิดกระบวนการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ เซลล์จะเคลื่อนที่เข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองเพื่อแบ่งตัวเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว และพัฒนาต่อไปเป็นพลาสมาเซลล์ (Plasma cell) ที่ทำหน้าที่หลั่งแอนติบอดีต้านโรคเป้าหมายเข้าสู่กระแสเลือดในปริมาณสูง

ข้อมูลจากการทดลองระบุว่า กระบวนการนี้ต้องการเซลล์ต้นกำเนิดที่ผ่านการดัดแปลงในจำนวนที่น้อยมาก โดยการใช้เซลล์ต้นกำเนิดที่ถูกดัดแปลงเพียงประมาณ 7,000 เซลล์ หรือในบางกรณีทดลองพบว่าใช้เพียงหลักร้อยเซลล์ ก็เพียงพอที่จะสร้างแอนติบอดีในระดับที่สามารถใช้รักษาและป้องกันโรคได้จริง

นอกจากนี้ ระดับของแอนติบอดีที่ถูกสร้างขึ้นยังคงอยู่ในกระแสเลือดได้ยาวนานตลอดอายุขัยของหนูทดลอง ข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของระบบนี้คือความสามารถในการตอบสนองต่อการกระตุ้นซ้ำ หากปริมาณแอนติบอดีลดลงในอนาคต การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นจะทำให้บีเซลล์กลุ่มนี้กลับมาแบ่งตัวและเพิ่มระดับแอนติบอดีในเลือดให้สูงขึ้นได้อีกหลายเท่าตัว โดยที่ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเข้ารับการบำบัดด้วยยีนหรือฉีดเซลล์ใหม่เพิ่มเติม ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาข้อจำกัดของการรักษาด้วยการให้โปรตีนหรือแอนติบอดีแบบดั้งเดิมที่ต้องอาศัยการฉีดซ้ำอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความสำเร็จของการทดลองนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่โรคใดโรคหนึ่งเท่านั้น นักวิจัยพบว่าเซลล์ที่ถูกดัดแปลงสามารถผลิตแอนติบอดีที่ป้องกันหนูทดลองจากการติดเชื้อ HIV ยับยั้งเชื้อมาลาเรียไม่ให้เข้าสู่ตับ และแม้กระทั่งปกป้องหนูจากไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์รุนแรงที่ตามปกติจะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ นอกจากนี้ยังสามารถดัดแปลงให้เซลล์ผลิตแอนติบอดีหลายชนิดพร้อมกันเพื่อรับมือกับไวรัสที่กลายพันธุ์เก่งได้อีกด้วย

แม้ว่าเทคโนโลยีนี้ยังต้องผ่านการพัฒนาและทดสอบความปลอดภัยเพิ่มเติมก่อนที่จะนำมาใช้จริงในคน แต่การค้นพบนี้ถือเป็นนวัตกรรมยุคใหม่ของการบำบัดด้วยเซลล์และยีน ซึ่งในอนาคตเราอาจจะสามารถป้องกันหรือรักษาโรคร้ายที่เคยไร้ทางเยียวยาได้ด้วยการปรับแต่งสเต็มเซลล์เพียงครั้งเดียว เพื่อให้ร่างกายของเรามีเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งไปตลอดชีวิต

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...