“เทพไท” ฟันธง! รัฐบาลอนุทิน กู้ 5 แสนล้าน แม้ปฏิเสธข่าว
วันที่ 22 เม.ย.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท-คุยการเมือง ระบุว่า ฟังธง รัฐบาลอนุทิน กู้เงินชัวร์
ในช่วง2-3วันที่ผ่านมา มีกระแสข่าวกรณีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาพูดถึงกรณีการที่รัฐบาลมีแนวความคิดจะออก พรก.กู้เงิน 5แสนล้านบาท และต้องการที่จะขยายเพดานเงินกู้ เพื่อไม่ให้กระทบกับวินัยการเงินการคลังของประเทศ จนมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง จนทำให้นายปกรณ์ ต้องออกมาปฏิเสธข่าวและแก้ข่าวว่า รัฐบาลยังไม่ได้มีแนวความคิด เพียงแต่นักข่าวถามเรื่องประเด็นการกู้เงินและเพดานเงินกู้ที่จะต้องปรับขยายให้สูงขึ้น เพื่อไม่ให้มีปัญหาเกี่ยวกับการกู้เงินจนเกินเพดาน
ซึ่งไม่ว่านายปกรณ์จะออกมาปฏิเสธข่าวอย่างไรก็ตาม แต่มีการตั้งข้อสังเกตของหลายฝ่ายว่า เรื่องนี้น่าจะมีมูลความจริง หรือน่าจะเป็นการโยนหินถามทาง หรือต้องการหยั่งกระแส หรือมีแนวความคิดนี้อยู่ และอาจมีใครมาเปรยกับนายปกรณ์ เพื่อให้นายปกรณ์หาทางหนีทีไล่ในการขยายเพดานเงินกู้ และออกพรก.กู้เงิน จึงทำให้นายปกรณ์หลุดปากออกมา หลังจากนักข่าวเปิดประเด็นเรื่องนี้
เมื่อไปถามบุคคลที่เกี่ยวข้องในรัฐบาล เช่น นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ปฏิเสธว่าเรื่องนี้ยังไม่มีการคุยกัน รวมไปถึงปลัดกระทรวงการคลัง ก็ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้รับรู้เรื่องนี้มาก่อน จนล่าสุดนักข่าวได้สอบถามเรื่องนี้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งนายอนุทินได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวด้วยความระมัดระวัง และแบ่งรับแบ่งสู้ว่า จะมีการออกพรก.เงินกู้หรือไม่ โดยบ่ายเบี่ยงประเด็นหรือโยนให้เป็นหน้าที่ของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภา สรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ตอบคำถามเรื่องนี้ และอธิบาย รายละเอียดของการกู้เงิน 5แสนล้านบาทว่าจะมีการกู้หรือไม่
จนล่าสุดมีกระแสข่าวหลังจากการประชุมครม. ในช่วงท้ายที่ประชุมครม.ได้ให้การบ้านไปยังนายเอกนิติ เพื่อไปเตรียมการ หาวิธีการ หรือศึกษาความเป็นไปได้ถึงแนวทางการกู้เงิน 5แสนล้านบาท ว่าจะออกเป็นพรก.หรือใช้วิธีการใด แสดงให้เห็นว่า กระแสข่าวเรื่องการกู้เงิน 5แสนล้านบาท โดยการออกพรก.มีมูลความจริง เพียงแต่เมื่อเป็นประเด็นข่าว ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากๆ ก็ไม่มีใครกล้าที่ออกมายอมรับว่าเป็นความจริง แต่ถ้าเมื่อดูท่าทีหรือวิธีการทำงาน โดยให้การบ้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปศึกษาความเป็นไปได้เรื่องนี้ แสดงว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน100% เพียงแต่จะเกิดขึ้นในลักษณะออกเป็นพรก.เงินกู้ หรือจะเป็นเงินกู้ในพรบ.งบประมาณประจำปีเท่านั้นเอง
ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องการจะหาเม็ดเงินมาใช้ในการหาเสียง เพื่อลดกระแสความนิยมที่กำลังตกต่ำ โดยใช้วีธีการกู้เงินมาดึงเรตติ้งหรือคะแนนนิยม โดยอ้างเรื่องวิกฤตน้ำมัน วิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นเพียงข้ออ้าง การที่รัฐบาลจะแก้ปัญหาน้ำมันในช่วงนี้ถือว่ารัฐบาลสามารถทำได้ โดยการปรับโครงสร้างภาษีน้ำมัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินกู้มาชดเชยหรือพยุงราคาด้วยซ้ำไป ขอเพียงแต่บริหารจัดการกระบวนการโครงสร้างน้ำมัน โดยลดค่าการกลั่น ลดภาษีสรรพสามิต ลดค่าการตลาด ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม ลดภาษีท้องถิ่น ถ้าหากลดภาษีทุกตัวอย่างเต็มอัตรา ก็สามารถจะลดราคาน้ำมันได้ถึงลิตรละ 17-20 บาท และสามารถใช้วงเงินนี้ไปบริหารราคาน้ำมันให้ถูกลง เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น และไม่กระทบต่อความเดือดร้อนของประชาชนทุกสาขาอาชีพ
ถ้ารัฐบาลแก้ปัญหาหรือบริหารประเทศโดยใช้ฝีมือหรือความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการโครงสร้างพลังงานน้ำมัน ไม่จำเป็นต้องออกพรก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เว้นแต่การยกเอาวิกฤตน้ำมันแพงมาเป็นข้ออ้าง เพื่อจะออกพรก.เงินกู้ 5แสนล้านบาทไปใช้ในโครงการอย่างอื่นๆ เพื่อหาเสียงและประโยชน์แอบแฝงอื่นใดเท่านั้น