โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กินผิดชีวิตเปลี่ยน! 3 ความเข้าใจผิดในการ "กินไข่" จากได้ประโยชน์ กลายเป็นโทษ

Khaosod

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 06.53 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 06.53 น.

กินผิดชีวิตเปลี่ยน! 3 ความเข้าใจผิดในการ "กินไข่" เมนูประจำของหลายบ้าน จากได้ประโยชน์ กลายเป็นรับโทษเต็มๆ ผู้เชี่ยวชาญแนะ ควรกินอย่างไร

เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569

รายงานจากสื่อต่างประเทศ หลายคนมีพฤติกรรมรับประทาน "ไข่" เป็นประจำทุกวันเพื่อเสริมสารอาหาร แม้ในความเป็นจริงไข่จะเป็นอาหารที่มีประโยชน์สูง แต่หากบริโภคไม่ถูกวิธีก็อาจให้ผลเสียแทนได้

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารระบุว่ามักพบผู้ป่วยที่มีอาการไม่สบายกระเพาะจากการกินไข่อย่างไม่ถูกต้อง บทความนี้จึงรวบรวมความรู้เกี่ยวกับการบริโภคไข่ที่เหมาะสม เพื่อช่วยดูแลสุขภาพและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อกระเพาะอาหาร

ไข่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน” อุดมไปด้วยโปรตีน ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ ไข่ขนาดกลาง 1 ฟองให้โปรตีนคุณภาพสูงประมาณ 6-7 กรัม โดยมีอัตราการดูดซึมโปรตีนสูงถึง 98% ซึ่งมากกว่าอาหารชนิดอื่นจำนวนมาก

สมาคมโภชนาการแห่งประเทศจีนแนะนำว่า ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีควรบริโภคไข่ประมาณ 4-6 ฟองต่อสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม จากการปฏิบัติทางคลินิกพบว่าหลายคนยังบริโภคไข่ไม่ถูกวิธี ส่งผลให้ไม่สามารถดูดซึมคุณค่าทางโภชนาการได้อย่างเต็มที่ และอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อกระเพาะอาหาร โดยมีความเข้าใจผิดที่พบบ่อย 3 ประการ ได้แก่

1. กินไข่ดิบหรือไข่ลวกขณะท้องว่าง

ชายวัย 26 ปีรายหนึ่ง ดื่มไข่ดิบ 2 ฟองทุกเช้าเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ หลังผ่านไป 1 เดือนเขามีอาการแน่นท้อง คลื่นไส้ และเบื่ออาหาร ผลตรวจพบว่าการกินไข่ดิบขณะท้องว่างกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะ ทำให้เยื่อบุกระเพาะระคายเคืองและเกิดกระเพาะอักเสบ

ไข่ดิบยังมีสารต้านไบโอติน ซึ่งรบกวนการดูดซึมสารอาหารดังกล่าว อีกทั้งอาจปนเปื้อนเชื้อโรค เช่น ซัลโมเนลลา เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคที่มาจากอาหาร

นอกจากนี้ โปรตีนในไข่จะถูกย่อยและดูดซึมได้ดีที่สุดเมื่อผ่านการปรุงสุก การกินไข่ดิบจึงลดคุณค่าทางโภชนาการลงควรต้มไข่ให้สุกเต็มที่ และรับประทานร่วมกับอาหารหลัก เพื่อลดภาระของกระเพาะและเพิ่มการดูดซึมสารอาหาร

2. ปรุงไข่ด้วยความร้อนสูงหรือทอดนานจนเกินไป

หลายคนชอบกินไข่ดาวที่ทอดจนกรอบหรือเกรียม หรือผัดไข่ด้วยไฟแรงจัดซึ่งการใช้ความร้อนสูงจะทำให้โปรตีนในไข่เสียสภาพจนย่อยยาก เพิ่มภาระให้ระบบย่อยอาหาร

ผลสำรวจผู้ป่วยโรคกระเพาะเรื้อรัง 300 ราย พบว่า ผู้ที่กินไข่ทอดไฟแรงเป็นประจำ มีโอกาสเกิดอาการไม่สบายกระเพาะมากกว่าผู้ที่ชอบกินไข่ต้มถึง 32%

นอกจากนี้ การปรุงด้วยไฟแรงยังทำให้เกิดควันน้ำมันและสารก่อมะเร็งบางชนิด เช่น เบนโซไพรีน และสารในกลุ่มโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว ควรเลือกวิธีปรุงแบบอ่อนโยน เช่น ต้ม นึ่ง หรือทอดด้วยไฟปานกลาง เพื่อคงคุณค่าทางอาหารและลดภาระการย่อย

3. กินไข่ร่วมกับอาหารบางชนิดอย่างไม่เหมาะสม

หญิงวัยกลางคนรายหนึ่งมีพฤติกรรมกินไข่ต้มคู่กับชารสเข้มทุกเช้าส่งผลให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อยและภาวะโลหิตจาง เนื่องจากแทนนินในชาจะจับกับโปรตีน ทำให้ย่อยยาก และรบกวนการดูดซึมแร่ธาตุ เช่น ธาตุเหล็ก

นอกจากนี้ไม่ควรกินไข่ร่วมกับลูกพลับ เพราะแทนนินในลูกพลับเมื่อรวมกับกรดในกระเพาะและโปรตีน อาจก่อให้เกิดก้อนที่ย่อยยาก และในกรณีรุนแรงอาจกลายเป็นนิ่วในกระเพาะ

แนวทางการกินไข่อย่างถูกต้อง

วิธีปรุง

ไข่ต้มถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะโปรตีนเปลี่ยนสภาพอย่างเหมาะสม รักษาคุณค่าทางโภชนาการได้ดี งานวิจัยพบว่า ไข่ต้ม 6-8 นาที มีอัตราการย่อยและดูดซึมโปรตีนมากกว่า 90%

ช่วงเวลาที่เหมาะสม

ควรกินไข่ในมื้อเช้าหรือมื้อกลางวัน เนื่องจากระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี และควรหลีกเลี่ยงการกินไข่ภายใน 3 ชั่วโมงก่อนนอน

ปริมาณที่เหมาะสม

ผู้ใหญ่ที่สุขภาพดีควรกินไข่ 4-6 ฟองต่อสัปดาห์ ส่วนผู้ป่วยโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์ในการกำหนดปริมาณที่เหมาะสม

การจับคู่อาหาร

ควรกินไข่ร่วมกับผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น มะเขือเทศ หรือพริก เพื่อช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก และการกินไข่ร่วมกับธัญพืชและผักในมื้อเช้าจะช่วยเสริมคุณค่าทางโภชนาการโดยรวมได้ถึง 25%

ในวิถีชีวิตยุคใหม่ที่เร่งรีบ ไข่กลายเป็นอาหารพื้นฐานของหลายครัวเรือน อย่างไรก็ตาม การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและบริโภคไข่อย่างถูกหลัก จะช่วยให้ได้รับประโยชน์จากอาหารที่มีคุณค่าครบถ้วนนี้อย่างแท้จริง

ที่มา SOHA

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กินผิดชีวิตเปลี่ยน! 3 ความเข้าใจผิดในการ "กินไข่" จากได้ประโยชน์ กลายเป็นโทษ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...