โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กัมพูชาดิ้นพึ่งUNCLOS ผิดหวังไทยฉีกMOU44

ไทยโพสต์

อัพเดต 04 พ.ค. เวลา 21.04 น. • เผยแพร่ 04 พ.ค. เวลา 17.01 น.

"สีหศักดิ์" คาดเวทีอาเซียนซัมมิต 7-9 พ.ค.นี้ “กัมพูชา” จะตอบรับคุย 3 ฝ่าย "ไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์" ย้ำการพูดคุยเน้นสร้างความไว้ใจกันก่อนเริ่ม GBC ขณะที่พนมเปญโพสต์เผย รมช.กต.กัมพูชาผิดหวังไทยยกเลิก MOU 44 เตรียมใช้กลไกการไกล่เกลี่ยโดยบังคับภายใต้อนุสัญญา กม.ทะเล (UNCLOS)

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงท่าทีของประเทศกัมพูชาจะร่วมตอบรับการประชุม 3 ฝ่าย ซึ่งจะเกิดขึ้นในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 48 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 7-9 พฤษภาคมนี้หรือไม่ว่า ทางเจ้าภาพคือประเทศฟิลิปปินส์กำลังประสานงานอยู่ เนื่องจากต้องการให้มีการพูดคุยกัน ซึ่งคาดว่ากัมพูชาน่าจะตอบรับในการพูดคุยครั้งนี้ ยืนยันว่าฝ่ายไทยมีการเตรียมการเนื้อหาและรายละเอียดต่างๆ ที่จะพูดคุยกันแล้ว แต่ไม่ได้มีอะไรที่ต้องพูดคุยกันมาก ซึ่งจะมีการมอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพูดคุยกันต่อ

เมื่อถามว่า มีโอกาสที่จะพูดคุยคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ร่วมกันเลยหรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เรื่องนี้จะอยู่ในขั้นตอนต่อไป แต่ขณะนี้ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันก่อน ดังนั้นในเวทีที่ประเทศฟิลิปปินส์ต้องมาพูดคุยในมาตรการต่างๆ ที่จะต้องพัฒนาความสัมพันธ์กันต่อไป

วันเดียวกัน สื่อกัมพูชา The Phnom Penh Post รายงานอ้างคำพูดเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการต่างประเทศว่า กัมพูชาประกาศเจตนารมณ์ที่จะดำเนินการไกล่เกลี่ยโดยบังคับภายใต้อนุสัญญากฎหมายทะเลแห่งสหประชาชาติ (UNCLOS) หากไทยดำเนินการตามแผนที่จะยกเลิกบันทึกความเข้าใจปี 2001 ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยน จากการเจรจาทวิภาคีไปสู่ช่องทางกฎหมายระหว่างประเทศ

ในการสัมภาษณ์พิเศษที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐของกัมพูชา (TVK) เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม นายกง โพก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ ได้แสดงความผิดหวังอย่างยิ่งต่อรายงานที่ว่า กรุงเทพฯ กำลังเตรียมที่จะยกเลิกบันทึกความเข้าใจปี 2001 (MOU 2001) ฝ่ายเดียว

เขาอธิบายว่า กรอบดังกล่าวเป็นพื้นฐานของการเจรจาทางทะเลระหว่างสองประเทศมานานกว่าสองทศวรรษ

“เรารู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งที่ฝ่ายไทยกำลังพิจารณาที่จะถอนตัวออกจากบันทึกความเข้าใจปี 2001 เพียงฝ่ายเดียว” เขากล่าว โดยอธิบายว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็น “กรอบความร่วมมือทวิภาคีเพียงกรอบเดียวที่ทั้งสองฝ่ายยึดถือมานานกว่าสองทศวรรษ” เพื่อจัดการกับข้อพิพาทเรื่องพื้นที่ทับซ้อนกันในอ่าวไทย

บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ลงนามที่พนมเปญในเดือนมิถุนายน ปี 2001 โดยมีจุดประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางทะเลผ่านแนวทาง “ข้อตกลงแบบครบวงจร” ซึ่งรวมการกำหนดเขตแดนเข้ากับการพัฒนาร่วมกันของทรัพยากรน้ำมันและก๊าซนอกชายฝั่ง โดยไม่กระทบต่ออธิปไตยของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

นายกง โพก เตือนว่า การถอนตัวฝ่ายเดียวจะทำลายกลไกที่มีมายาวนาน ซึ่งมีรากฐานมาจาก “ความร่วมมือและความปรารถนาดีต่อกัน” อย่างสิ้นเชิง ทำให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับวิธีการจัดการข้อพิพาทในอนาคต

“หากฝ่ายไทยถอนตัวออกจากบันทึกความเข้าใจฉบับนี้เพียงฝ่ายเดียว กัมพูชาจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพึ่งพากฎหมายระหว่างประเทศ” เขากล่าว โดยชี้ไปที่อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) และกลไกการไกล่เกลี่ยภาคบังคับสำหรับการระงับข้อพิพาทโดยเฉพาะ

“สิ่งนี้สะท้อนถึงความหวังอย่างจริงใจของเราว่า ทั้งสองประเทศจะสามารถบรรลุข้อตกลงที่เป็นธรรม ยุติธรรม และยั่งยืน สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ” เขากล่าวเสริม โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ" นายกง โพก ระบุ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...