โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดรายงานกก.สรรหา ชง ‘จักรพงศ์’ นั่งตุลาการศาลรธน. ตีตกบัตรสนเท่ห์ ปมขาดคุณสมบัติ

Khaosod

อัพเดต 04 พ.ค. เวลา 05.14 น. • เผยแพร่ 04 พ.ค. เวลา 05.09 น.
เปิดรายงานกก.สรรหา ชง ‘จักรพงศ์’ นั่งตุลาการศาลรธน. ตีตกบัตรสนเท่ห์ ปมขาดคุณสมบัติ

เปิดรายงานกรรมการสรรหา ชงชื่อ ‘จักรพงศ์’ อาจารย์โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตีตกบัตรสนเท่ห์ ปมขาดคุณสมบัติ

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2569 นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้นัดประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 5 พ.ค. โดยมีวาระเรื่องด่วน คือ ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แทนตำแหน่งที่ว่าง หลังจากที่ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระ

ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาที่มีนายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการสรรหา ได้เสนอชื่อ นายจักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อาจารย์คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ให้วุฒิสภาได้พิจารณาเห็นชอบตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการพิจารณาดังกล่าว คณะกรรมการสรรหาได้นำเสนอรายงานการพิจารณาสรรหาบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ระบุเนื้อหาตอนหนึ่งถึงกรณีที่นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. ทำหนังสือเพื่อขอให้ชะลอกระบวนการสรรหาและเสนอชื่อบุคคลหรือดำเนินการมาตรการอื่นใดของการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

เพื่อให้องค์ประกอบของกรรมการสรรหามีครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และป้องกันบรรเทาความเสี่ยงต่อการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของ สว. ที่จะให้ความเห็นชอบเป็น กกต. และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

โดยคณะกรรมการสรรหาฯ ได้รับทราบหนังสือของนายเทวฤทธิ์แล้ว และเห็นว่ากรณีขอให้รอองค์ประกอบกรรมการสรรหาให้ครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนั้น ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 203 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญมาตรา 11

กำหนดกำหนดชัดแจ้งว่า กรณีไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการสรรหา คือประธานสภาฯ หรือผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ไม่ว่าด้วยเหตุใดให้กรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่ปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจไปพลางก่อนได้ ดังนั้น คณะกรรมการสรรหาฯ จึงต้องดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.

การดำเนินการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามหน้าที่และอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ดังนั้น จึงไม่สามารถชะลอการสรรหา รวมถึงการเสนอชื่อบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต่อวุฒิสภาได้

รายงานของคณะกรรมการสรรหาฯ ระบุด้วยว่า กรณีมีหนังสือของให้คณะกรรมการสรรหาฯ ทบทวนคุณสมบัติของนายจักรพงศ์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

หลังจากได้รับหนังสือบัตรสนเท่ห์ไม่ลงวันที่ โดยสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้รับเมื่อวันที่ 21 เม.ย. เรื่องข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนายจักรพงศ์ที่ไม่มีคุณสมบัติตามมาตา 200(4) ของรัฐธรรมนูญ คือ ผู้ทรงวุฒิสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งศาสตราจาย์ของมหาวิทยาลัยในปะเทศไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยระบุว่า

1.นายจักรพงศ์ เป็นผู้มีคุณสมบัติไม่ตรงกับสาขาที่สมัคร โดยนายจักรพงศ์ เป็นอาจารย์ในกลุ่มวิชากฎหมาย หรือสาขานิติศาสตร์ สังกัดคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

2.การแต่งตั้งในตำแหน่งศาสตราจารย์ของนายจักรพงศ์ ไม่ปรากฏข้อมูลผลงานทางวิชาการที่ใช้ประกอบการขอตำแหน่งดังกล่าวว และไม่ปรากฏว่าผู้ประเมินผลงานทางวิชาการในการขอตำแหน่งศาสตราจารย์คือผู้ใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการสรรหาฯ ได้พิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้อง และเห็นว่าเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาฯ ที่จะพิจารณาทบทวนคุณสมบัติของนายจักรพงศ์ได้ ทั้งนี้ ได้ให้นายจักรพงศ์เข้าชี้แจง เมื่อวันที่ 7 เม.ย.แล้ว

โดย นายจักรพงศ์ ชี้แจงว่า นายจักรพงศ์ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ โดยแต่งตั้งเมื่อ 1 พ.ค. 2550 ซึ่งแต่งตั้งก่อนวันที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงเรียนนายร้อยตำรวจ พ.ศ.2551 จะมีผลบังคับใช้

โดยมาตรา 32 ระบุว่า ผู้ซึ่งได้เป็นศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และอาจารย์ของโรงเรียนนายร้อยตำรวจอยู่ก่อนวันที่ พ.ร.บ.ใช้บังคับ ให้มีฐานะเป็นศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์และอาจารย์

และมาตรา 33 กำหนดให้ระหว่างที่ไม่มีการตราพระราชกฤษฎีกา กำหนดให้มีสาขาวิชาใดให้ผู้สำเร็จวิชาการตำรวจตามหลักสูตรนักเรียนนายร้อยตำรวจได้รับปริญญาทางรัฐประศาสนศาสตร์ ประกอบกับโรงเรียนนายร้อยตำรวจในขณะนั้น มีเพียงสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์เพียงสาขาเดียวเท่านั้น ยังไม่มีสาขาวิชานิติศาสตร์ โดยคณะนิติศาสตร์จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2562

นอกจากนั้น นายจักรพงศ์ ยังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขารัฐประศาสนศาสตร์ ซึ่งยืนยันถึงองค์ความรู้ของการเป็นนักบริหารจัดการภาครัฐอย่างแท้จริง

ในส่วนของผลงานทางวิชากาที่เป็นที่ประจักษ์ในสาขารัฐประศาสนศาสตร์ คือ หนังสือกลยุทธ์ศึกษาและคู่มือปฏิบัติงานหลักและทฤษฎีการสอบสวน ทั้งนี้ มีผู้ประเมินผลงานทางวิชาการให้เป็นศาสตราจารย์ คือ นายวิษณุ เครืองาม

จากนั้น คณะกรรมการสรรหาฯ ได้พิจารณาทบทวนนคุณสมบัติของนายจักรพงศ์ ว่าเป็นบุคคลผู้สมควรได้รับกาแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 200(4) ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (4) ของพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีการออกเสียงลงมติโดยเปิดเผย 6 เสียง ต่อ 2 เสียง เห็นว่านายจักรพงศ์มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ

สำหรับ 6 เสียงที่เห็นว่ามีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ ได้แก่ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ นายประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ ประธานศาลปกครองสูงสุด นายสุพัตรา ศรีไมตรีพิทักษ์ กรรมการสรรหาโควตาของ กกต. นายอรรถยุทธ ศรีสมุทร กรรมการสรรหาโควตาจากผู้ตรวจการแผ่นดิน

นายชาญนะ เอี่ยมแสง กรรมการสรรหาโควตาจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ กรรมการสรหาโควตาจากคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

ขณะที่ 2 เสียงที่เห็นว่าขาดคุณสมบัติ คือ นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา และนายเจษฎา กตเวทิน กรรมการสรรหาโควตาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดรายงานกก.สรรหา ชง ‘จักรพงศ์’ นั่งตุลาการศาลรธน. ตีตกบัตรสนเท่ห์ ปมขาดคุณสมบัติ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...