‘ยิวยึด-ไทยหลับ’
เราก้มหน้า-ก้มตา “รบกับเขมร”
เพื่อพิทักษ์ “แผ่นดินชายแดน”
ทั้งนายกฯ
ทั้งแม่ทัพ-นายกอง
ประกาศเป็นเสียงเดียวกัน "เราจะไม่ยอมเสียแผ่นดินให้ใคร แม้แต่ตารางนิ้วเดียว"!
แต่เมื่อเหลียวกลับมามอง “แผ่นดินชั้นใน”
ปรากฏว่าต่างชาติ ทั้งจีน ทั้งพม่า ทั้งแอฟริกาใต้ ทั้งอินเดีย ทั้งรัสเซีย ทั้งอิสราเอล และ ฯลฯ
เข้ามายึดครองแผ่นดิน ทั้งที่เชียงใหม่ เชียงราย ปาย-แม่ฮ่องสอน พัทยา ภูเก็ต เกาะพะงัน-สุราษฎร์ฯ
แล้วตั้งเป็น “อาณาจักร” ปกครองกันเอง ชนิดที่ “คนไทยห้ามเข้า"!
แม้กระทั่ง “กฎหมายไทย” ก็ไม่อยู่ในสายตาพวกเขา!
เพราะอะไร ต่างชาติพวกนี้…..
โดยเฉพาะ “อิสราเอล-จีนเทา” พวกมันถึงเหิมเกริม-อหังการ ทำยังกะว่า “ประเทศไทย” ตกเป็น “เมืองขึ้น” ของพวกมันไปแล้ว!?
คนไทย มีนิสัยอย่างหนึ่ง
ไม่ชอบมองไปข้างหน้า รักสุข-สนุกสบายอยู่กับปัจจุบันไปวันๆ ต่อเมื่อเป็นเรื่อง-เป็นราว อย่างที่เรียกกันว่า “รอให้ไฟลนก้น” เสียก่อน
……..ถึงจะค่อยกระดิก!
เห็นได้ชัดๆ จากกรณีทุเรียน รัฐมนตรีศุภจีดูตัวเลขแล้ว ปีนี้ผลผลิตจะมากกว่าปีก่อนกว่า ๓๐%
ท่านจึง “มองไปข้างหน้า” แก้ก่อนเพื่อมิให้ปัญหา “ทุเรียนล้นตลาด” เกิด ด้วยกลยุทธ์การตลาด ให้อินฟลูเอนเซอร์ชาวจีนมา “ไลฟ์สด” ขายทุเรียนเกรด A B ไปเมืองจีน
แล้วให้ “พิมรี่พาย-ไลฟ์สด” ขายทุเรียนเนื้อ A B เหมือนกันแต่ “ตกไซส์” และแทนที่จะเรียก “ทุเรียนป๊อกแป๊ก” อย่างที่ชาวสวนเรียก
“รัฐมนตรีศุภจี” ก็เปลี่ยนชื่อทุเรียนเนื้อดีแต่ลูกเล็กนั้นว่า “ทุเรียนซูเปอร์จิ๋ว”
พิมรี่พาย ขายลูกละ ๑๐๐ บาท ๑ ล้านลูก!
ก็เลยเกิดกระแส “ทุเรียนฟีเวอร์” ทุเรียนตกไซส์-ไม่ตกไซส์ ขายดิบ-ขายดี ด้วยกลยุทธ์ระบายทุเรียนล่วงหน้า
ทำให้หมดห่วงเรื่อง “ทุเรียนล้นตลาด” ในเดือนพฤษภา.ที่จะออกมามากพร้อมกัน
นี่คือการมองไกลของรัฐมนตรีศุภจี ไม่รอให้ล้นตลาดก่อน แล้วค่อยมาแก้ไข ตามสไตล์ “รอไฟลนก้น” ในเกือบทุกผลผลิต!
ผมยังนึกขำ-ปนอนาถใจ….
พวกนักการเมืองบางคนและพวกสัตว์แสนรู้หน้าจอโทรทัศน์ ที่วิพากษ์การไลฟ์สดขายทุเรียน พลางหัวเราะกันคิกคักว่า
“ทุเรียนเขาขายได้อยู่แล้ว ยังไม่ล้นตลาดซักหน่อย ต้องเอาอินฟลูเอนเซอร์มาไลฟ์สดขายทุเรียนทำไม?”
ประมาณว่า รัฐมนตรีศุภจี เวอร์ “หาแสง-อยากดัง” ในความคิดสั้นของพวกเขา
ต้องรอให้ทุเรียนล้นตลาดก่อน…ค่อยมากระเสือก-กระสน
เฮ้อ!
ก็เหมือนเราปล่อยให้คนต่างชาติ จีนเทา-อิสราเอล-รัสเซีย-แอฟริกา เข้ามาตั้งแก๊ง “สร้างอาณาจักร” ปกครองกันเอง ลามไปทั้งใต้-เหนือ-ออก-ตก กระทั่งใน กทม.
คงต้องรอให้พวกอิสราเอล พวกแก๊งจีนเทา สถาปนา “รัฐซ้อนรัฐ” ขึ้นในประเทศเสียก่อน ค่อยโวยวาย โทษมึง-โทษกู แล้วค่อยคิดหาทางแก้ปัญหากัน
ถึงตอนนั้น มันก็ฝังรากลึก ทำได้ก็แค่ “ดายหญ้าหน้าดิน”!
นี่เพราะ “สื่อโซเชียล” เขานำมาเป็นข่าวเตือนให้รู้ถึงภัยประเทศหรอกนะ “ภาครัฐ” จึงกระดิกไปดู
ไปดูน่ะ…เห็นบอกแต่ผิด พ.ร.บ.โน้น-นี้
แต่ไม่ยักบอกว่า เข้ามาฝังรากอยู่กันได้อย่างไร และจะเนรเทศออกไปหรือไม่ อย่างไร?
แบบนี้ พวกแก๊งต่างชาติ ก็ยังคงเกลื่อนบ้าน-เกลื่อนเมืองเหมือนเดิม ซ้ำร้าย ยังขยายเผ่าพันธุ์ลงฝังรากมากขึ้นทุกวัน
“นายกฯ อนุทิน” ในฐานะ “ประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ”
ท่านจะปล่อยให้แก๊งต่างชาติเข้ามาตั้งอาณาจักรในประเทศอย่างนี้ไม่ได้นะครับ!
เดี๋ยวนี้ ขนาด “หาดทราย” คนไทยลงไปเดิน ยังถูกพวกยิวขับไล่ มันบอกว่าเป็นหาดของมัน ชิ้ว..ชิ้ว…คนไทยห้ามเดินผ่าน
นอกจากที่ปาย-แม่ฮ่องสอนแล้ว…..
ที่เกาะพะงัน สุราษฎร์ฯ เป็นอีกแหล่งที่พวก “ยิว-อิสราเอล” เข้าไปยึดสร้างเป็น “อาณาจักรยิว”
ถึงขั้นโฆษณาผ่านเพจ ภาษาฮีบรู ซึ่งมีสมาชิกกว่า ๓ หมื่นคนว่า…..
“รับทำวีซ่า เอกสารให้ย้ายประเทศมาอยู่เกาะพะงันและพื้นที่อื่นๆ ในประเทศไทย”!
โอ๊ะ…ย้ายประเทศมาลงหลักปักฐานในไทยกันได้ง่ายๆ ขนาดนี้เชียวรึ?
๒-๓ วันที่ผ่านมา มีข่าว แม่ทัพภาคที่ ๔ “พลโท นรธิป โพยนอก” ส่ง กอ.รมน.เข้าไปตรวจค้นอาณาจักรยิว
เห็นข่าวแล้วกลุ้มใจ….
อีก ๑๐-๒๐ ปี คนไทยคงกลายเป็น “บุคคลประเภท ๒” ในประเทศนี้ ถ้าทั้ง “ภาครัฐ-ภาคราษฎร์” ยังหลับใหล ไม่รู้ทุกข์-รู้ร้อน
อ่านข่าวนี้ดูนะ มีหลายเพจรายงาน แต่ผมจะนำจากที่คุณ “อรอนงค์ เหาะเหิน” เขาโพสต์ไว้มาให้อ่าน
…………………………………….
“อรอนงค์ เหาะเหิน”
กอ.รมน.อึ้ง!! บุกสถานเลี้ยงเด็กเกาะพะงัน เลี่ยง กม.พบเป็นเด็กอิสราเอลเกือบร้อย
“พลโท นรธิป โพยนอก” แม่ทัพภาคที่ ๔ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้
“กองบังคับการควบคุมการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่และปราบปรามภัยแทรกซ้อนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้”
บูรณาการกำลังกับ “เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง, เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเกาะพะงัน, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เกาะพะงัน
เข้าจับกุมผู้ประกอบการผิดกฎหมาย ในพื้นที่เกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี ซึ่งประกอบกิจการ สถานรับเลี้ยง ดูแลเด็ก พร้อมมีบริการสนามเด็กเล่น
จากการตรวจสอบเอกสารใบอนุญาตพบว่า
ขออนุญาตประกอบกิจการจาก “สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี (พมจ.สฎ.) โดยระบุในเอกสารว่า
"รับเลี้ยงเด็กอายุ 2-5 ปี จำนวน 18 คน"
แต่จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่ามีเด็กและเยาวชนสัญชาติอิสราเอลจำนวน 89 คน มีอายุตั้งแต่ 2-12 ปี
และยังพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 40 คน (วิ่งหลบหนีไปอีกหลายราย) และสัญชาติอื่นอีก 12 คน ซึ่งแยกความผิดได้จำนวน 9 ราย
แจ้งข้อกล่าวหา หญิงไทย วัย 61 ปี พบการกระทำความผิดในข้อหา
-เป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน
-เป็นนายจ้างไม่แจ้งคนต่างด้าวเข้าทำงานให้นายทะเบียนทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่จ้าง
-เป็นเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ หรือกฎกระทรวง หรือระเบียบที่ออกตามความใน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ
-จัดตั้งโรงเรียนเอกชนนอกระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต”
และแจ้งข้อกล่าวหา ชายสัญชาติ อิหร่าน กระทำความผิดในข้อหา
-เป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน
-เป็นนายจ้างไม่แจ้งคนต่างด้าวเข้าทำงานให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่จ้าง
-เป็นเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ หรือกฎกระทรวง หรือระเบียบที่ออกตามความใน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ
-จัดตั้งโรงเรียนเอกชนนอกระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
และชาย สัญชาติอิหร่าน วัย 45 ปี กระทำความผิดในข้อหา
-เป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน
-เป็นนายจ้างไม่แจ้งคนต่างด้าวเข้าทำงานให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่จ้าง
-เป็นเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ หรือกฎกระทรวงหรือระเบียบที่ออกตามความใน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ
-จัดตั้งโรงเรียนเอกชนนอกระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
และชายอายุ 30 ปี สัญชาติอเมริกัน กระทำความผิดในข้อหา
-เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน
ชายอายุ 31 ปี สัญชาติแอฟริกา ทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน"
ชายอายุ 30 ปี สัญชาติแอฟริกาใต้ ทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน"
ผู้หญิงอายุ 25 ปี สัญชาติแอฟริกาใต้ ทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน"
หญิงอายุ 36 ปี สัญชาติฝรั่งเศส กระทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวผู้ได้รับอนุญาตให้ทำงาน ไม่แจ้งให้ทราบถึงผู้เป็นนายจ้าง สถานที่ทำงานของนายจ้าง และลักษณะงานหลักที่ทำให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เข้าทำงานกับนายจ้าง"
หญิงอายุ 53 ปี สัญชาติแอฟริกาใต้ ทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวผู้ได้รับอนุญาตให้ทำงาน ไม่แจ้งให้ทราบถึงผู้เป็นนายจ้าง สถานที่ทำงานของนายจ้าง และลักษณะงานหลักที่ทำให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่วันที่เข้าทำงานกับนายจ้าง"
“ทั้งหมดได้กระทำผิดในฐานเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน"
ทั้งนี้ทุกขั้นตอนเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 มาตรา 22 เรียบร้อย
ส่งตัวผู้ถูกจับให้พนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ดำเนินคดี เนื่องจากในห้วงที่ผ่านมามีการร้องเรียนทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า
มีบุคคลต่างด้าวสัญชาติอิสราเอลเข้ามาประกอบกิจการในลักษณะที่ฝ่าฝืนกฎหมาย อันอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในระยะยาว
กองทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหาร สนับสนุนในการจับกุมผู้กระทำความผิดร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างเด็ดขาดตรงไปตรงมา
หากประชาชนพบเบาะแสการกระทำผิด สามารถแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที
………………………………
ที่นำมาพูดนี่…แค่ตัวอย่าง
เรื่องที่ต้องคิดหนัก คือ พวกต่างชาติเหล่านี้ เพราะ "ฟรีวีซ่า" จึงเข้ามาๆ ได้ง่ายๆ ตรงนี้พอเข้าใจได้
-แต่ปล่อยตั้งอาณาจักร “ฝังราก” อยู่กันถาวรได้อย่างไร?
-ปล่อยให้ซื้อที่ดินผ่านนอมินีได้อย่างไร?
-มีบัตรประชาชนไทยได้อย่างไร?
ทั้ง ๓ ข้อนี้ อยู่ภายใต้คำถามว่า ถ้ากรมการปกครอง
ถ้าที่ดินจังหวัด ถ้าตำรวจท้องที่ ถ้าตรวจคนเข้าเมือง
ถ้า สมช. ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้านายอำเภอ
ถ้า อบต. ถ้ากำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ไม่หย่อนยานในหน้าที่ ไม่ปล่อยปละละเลย
โดยเฉพาะ “ไม่รู้เห็น-เป็นใจ”
เพราะ “เครื่องเซ่น” ทำให้โง่เขลาเบาปัญญา
พวกยิว พวกจีนเทา พวกแอฟริกา และ ฯลฯ
จะยึดไทยเป็น “แผ่นดินพันธสัญญา” อย่างที่เห็นอยู่ไม่ได้หรอก!
-เปลว สีเงิน
๕ พฤษภาคม ๒๕๖๙
คนปลายซอย