“สหรัฐ” แจ้งพันธมิตรยุโรป ส่งมอบอาวุธล่าช้า เหตุสงครามอิหร่านฉุดคลังแสงตึงตัว
"สหรัฐ" แจ้งพันธมิตรยุโรป ส่งมอบอาวุธล่าช้า หลังทรัพยากรถูกดึงไปใช้ในตะวันออกกลางต่อเนื่อง เพิ่มความกังวลด้านความมั่นคง โดยเฉพาะประเทศใกล้รัสเซีย
วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 05.48 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐได้แจ้งต่อพันธมิตรยุโรปบางประเทศว่าการส่งมอบอาวุธที่มีการทำสัญญาไว้ก่อนหน้านี้มีแนวโน้มล่าช้า เนื่องจากสงครามอิหร่านยังคงใช้ทรัพยากรด้านอาวุธของสหรัฐ อย่างต่อเนื่อง
แหล่งข่าวระบุว่า หลายประเทศในยุโรป โดยเฉพาะในภูมิภาคบอลติกและสแกนดิเนเวีย จะได้รับผลกระทบ โดยอาวุธบางส่วนถูกสั่งซื้อผ่านโครงการ Foreign Military Sales (FMS) ซึ่งเป็นระบบที่ประเทศพันธมิตรซื้ออาวุธจากสหรัฐ ภายใต้การสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ของรัฐบาลวอชิงตัน แต่ยังไม่ได้รับมอบจริง
เจ้าหน้าที่สหรัฐได้ส่งสัญญาณผ่านการหารือทวิภาคีในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ว่าการส่งมอบเหล่านี้อาจต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากความต้องการใช้อาวุธในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า สงครามอิหร่าน ซึ่งเริ่มต้นจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ กำลังสร้างแรงกดดันต่อคลังอาวุธของสหรัฐ โดยเฉพาะอาวุธและกระสุนสำคัญบางประเภท
ฝั่งยุโรปแสดงความกังวลว่าความล่าช้าดังกล่าวทำให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เนื่องจากที่ผ่านมา สหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ผลักดันให้พันธมิตรนาโตในยุโรปเพิ่มการจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐ เพื่อแบ่งเบาภาระด้านความมั่นคงของยุโรป
อย่างไรก็ตามปัญหาการส่งมอบล่าช้าไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น โดยในช่วงก่อนหน้าสงครามอิหร่าน สหรัฐก็ได้ใช้คลังอาวุธจำนวนมากไปกับสงครามยูเครนและปฏิบัติการในฉนวนกาซา ส่งผลให้หลายประเทศในยุโรปเริ่มหันไปพิจารณาระบบอาวุธที่ผลิตภายในภูมิภาคมากขึ้น
เจ้าหน้าที่สหรัฐชี้แจงว่า อาวุธเหล่านี้มีความจำเป็นต่อปฏิบัติการในตะวันออกกลาง และยังวิจารณ์บางประเทศในยุโรปที่ไม่ได้มีบทบาทมากพอในการช่วยเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ทั้งนี้อาวุธที่ได้รับผลกระทบจากความล่าช้ารวมถึงกระสุนและยุทโธปกรณ์หลายประเภท ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ ขณะที่บางประเทศที่ได้รับผลกระทบมีพรมแดนติดกับรัสเซีย ทำให้การส่งมอบอาวุธถือเป็นประเด็นด้านความมั่นคงที่มีความอ่อนไหวสูง
อ้างอิง : reuters.com