โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ดร.ณัฏฐ์” ลั่น เป็นการปั่นกระแสให้กับสังคม ทำให้ประชาชนสับสนมากกว่า ก่อนเข้าให้ถ้อยคำ กกต.ในฐานะพยานคดีเลือกตั้ง

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

“ดร.ณัฏฐ์” ลั่น เป็นการปั่นกระแสให้กับสังคม ทำให้ประชาชนสับสนมากกว่า ก่อนเข้าให้ถ้อยคำ กกต.ในฐานะพยานคดีเลือกตั้ง ยัน กกต.มีอำนาจพิมพ์บาร์โค้ด-การเลือกตั้งยังลับ เหน็บ "สมชัย" ป่วน-มโนเพ้อเจ้อไปวันๆ เปรียบเหมือนสภาโจ๊ก-ละครลิงฉากหนึ่ง

วันที่ 16 เม.ย. 69 ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญคดีเลือกตั้ง และกฎหมายมหาชน เดินทางเข้าให้ถ้อยคำต่อ กกต. หลังได้รับเชิญเป็นพยานในคดีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ ว่า ในตอนนี้คดีซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่าปัญหาเรื่องการเลือกตั้งลับหรือไม่ลับ สะเทือนต่อทิศทางการเมืองประเทศ แต่วันนี้คือเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะและเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองจึงรับที่จะมาเป็นพยานบุคคลให้กับ กกต. การแสดงความคิดเห็นของตนเองก่อนหน้านี้ไม่ใช่เป็นการเข้าข้าง กกต.แต่เป็นความเห็นทางวิชาการ และในทางปฏิบัติเหมือนต่างประเทศที่มีทั้งบาร์โค้ดและ คิวอาร์โค้ดแต่การเลือกตั้งในต่างประเทศไม่ถือเป็นโมฆะ เช่นที่ประเทศอังกฤษ และเยอรมนี และจากที่ตนได้ไปศึกษาดูงาน ก็จะนำข้อมูลและรายละเอียดทั้งหมดมอบให้กับ กกต. ซึ่งกระบวนการการเลือกตั้ง กกต.มีอำนาจตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ปี 2566 ในข้อ 129 วรรค 2 ประกอบ 132 โดยเรื่องบาร์โค้ดไม่สามารถที่จะล้วงข้อมูล หรือจะรู้ได้ว่าประชาชนเลือกบุคคลใด ขออย่าเข้าใจผิด

ดร.ณัฐวุฒิ ฝากไปถึง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ที่พยายามปั่นป่วนการเลือกตั้ง และจัดการเลือกตั้งจำลองร่วมกับกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา โดยข้อมูลตรงนี้ไม่สามารถใช้เป็นข้อมูลหลักฐานในคดีได้ จึงถือได้ว่านี่เป็นสภาโจ๊ก เป็นละครลิงฉากหนึ่ง

ส่วนกรณีที่นำรายชื่อประชาชน 5.2 ล้านคน มาเปิดเผยโดยอ้างว่าเป็นรายชื่อหลุดในตลาดมืดนั้น อธิบดีกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย ก็ได้ไปแจ้งความกล่าวโทษนายสมชัยแล้ว ดังนั้นขอให้หยุดปั่นป่วนต่อสังคม ควรจะหันมาร่วมทำให้ประเทศสงบสุข เดินหน้าไปด้วยกัน อะไรที่ไม่ถูกต้องและมีพยานหลักฐานควรยื่นต่อศาล ไม่ใช่เพ้อเจ้อไปวันๆ

ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่าในปี 2549 คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญชัดเจนในกรณีการจัดคูหาแล้วหันหลังให้กับประชาชนได้เห็น ซึ่งเป็นการเลือกตั้งแบบไม่ลับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2561 ที่ระบุว่าผู้พิการและผู้สูงอายุไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และมีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเข้าไปอำนวยความสะดวกถึงคูหาว่าจะลับหรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาว่าการเลือกตั้งจะลับหรือไม่ขึ้นอยู่กับ "เป็นการเปิดเผยต่อสาธารณชนหรือไม่"

อีกทั้งคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งปี 2557 เป็นโมฆะ เพราะไม่ได้เลือกตั้ง 28 หน่วยเลือกตั้ง ถือว่าไม่ได้เป็นการจัดการเลือกตั้งในวันเดียวกัน ขณะที่กรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนั้น ที่ต่างประเทศก็มีการดำเนินการอยู่แล้ว และถือว่า กกต.ได้รับอำนาจตามที่กฎหมายระบุไว้ และถือว่าเป็นความลับตลอดไปเพราะมีกฎหมายในการควบคุม เพราะในขณะที่ประชาชนใช้สิทธิไม่มีคนเห็น และขณะจัดเก็บบัตรเลือกตั้ง กกต.ก็ได้แยกต้นขั้วและบัญชีรายชื่อออกจากกัน โดยกรณีนี้เป็นการควบคุมโดยกฎหมาย และเป็นเจตนารมณ์ตามความหมายของคำว่าลับ

ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านมีความกังวลว่าการมีบาร์โค้ดจะสามารถคาดเดาผลการเลือกตั้งครั้งต่อไปได้นั้น ดร.ณัฐวุฒิ ยกตัวอย่างการออกเสียงลงคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่ 15 เขตคันนายาว ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่มีกลุ่มคนตั้งกล้องจับภาพหน้าหน่วยเลือกตั้งตลอดเวลาและซูมบัตรเลือกตั้งขณะขานคะแนน และให้คนแรกเข้าไปจำรหัส 3 ตัว แล้วทำนายผลการเลือกตั้ง โดยมองว่าการทำเช่นนี้ผิด พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA และวิธีการเช่นนี้เป็นวิธีการปั่นป่วน ขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่ง กกต.ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายไปร้องทุกข์กับบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้ว นายสมชัย ก็โดนด้วย ทั้งนี้กรณีบาร์โค้ดมีปัญหามากประชาชนคนไทยอาจจะตื่นตัวว่ากรณีแบบนี้อาจจะขัดต่อกฎหมายหรือไม่

"ประเด็นนี้เฉพาะบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ผมมองว่ายังอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย ถ้า กกต. มีอำนาจในกระบวนการออกแบบบัตรเลือกตั้ง แล้วบัตรจะไม่ลับอย่างไร นายสมชัยจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเลือกผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด ไม่มีทางครับ มีแต่มโนเพ้อเจ้อไปวันๆ " ดร.ณัฐวุฒิ กล่าว

เมื่อถามว่าการที่ยกกรณีการเลือกตั้งเป็นโมฆะปี 2549 มาเทียบเคียงกับกรณีนี้ใช้ได้หรือไม่ ดร. ณัฐวุฒิระบุว่าเป็นคนละเรื่องไม่เกี่ยวกัน เรื่องนี้ต้องมองว่าบาร์โค้ดสามารถย้อนถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้หรือไม่ เช่นใบแจ้งนี่ค่าน้ำ ค่าไฟ ที่มีบาร์โค้ดก็ไม่สามารถละเมิดสิทธิได้ ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2566 ข้อ 132 กำหนดให้ กกต.จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งมีเลขที่ลำดับก็ตรวจสอบตามนั้น แต่เฉพาะบัตรใบเดียวไม่สามารถบอกได้ว่าประชาชนผู้ใช้สิทธิ์เลือกใคร เลือกพรรคการเมืองใด ไม่สามารถตรวจสอบได้เพราะกำกับควบคุมด้วยกฎหมาย

เมื่อถามว่ามีเจตนาการสร้างความปั่นป่วนหรือไม่ หลังการรับรอง ส.ส.ไปแล้ว ผู้ที่เรียกร้องก็เงียบหายไป ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า เรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งมีการปูดขึ้นมาหลังเลือกตั้ง 2 วัน และเรื่องนี้ก็ไปโผล่ในการออกเสียงลงคะแนนใหม่ มีการตั้งกล้องวีดีโอถ่ายภาพ ประชาชนได้รับผลกระทบและไม่กล้าออกไปใช้สิทธิ์ แต่เจตนารมณ์ที่มีการกระทำเช่นนั้น เพราะต้องการขัดขวางกระบวนการการเลือกตั้ง ซึ่งกระบวนการตรงนี้เป็นการกระทำต่อเนื่อง กฎหมายไม่ให้อำนาจและไม่สามารถนำไปเป็นพยานหลักฐานในคดีได้ ส่วน ส.ส.ที่เคยออกมาเรียกร้องเขาก็ได้ประโยชน์ เขาก็เงียบ หลังจากนี้เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วไม่ว่าจะออกบวกหรือลบ ต้องจบ แต่ถ้าไม่จบคดีตามมาเป็นพรวน และยังมองว่าการวิจารณ์ทางการเมืองทั่วไปสามารถทำได้ การตรวจสอบว่า กกต.จัดการเลือกตั้งโปร่งใสหรือไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือไม่ ก็สามารถตรวจสอบได้ แต่กระบวนการตรวจสอบนั้นถ้าไปละเมิดสิทธิต่อประชาชน หรือไปใช้สิทธิเกินสิทธิ์ หากเป็นการล่วงล้ำสิทธิ์ อาจถูกดำเนินคดีอาญา

เมื่อถามว่าในความเห็นคำว่าการเลือกตั้งโดยตรงและลับเป็นความลับตลอดไปหรือ ลับเฉพาะตอนลงคะแนน ดร.ณัฐวุฒิกล่าวว่า แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ลับขณะใช้สิทธิ ในขณะกาบัตรก็ไม่มีใครเห็น และลับหลังจากใช้สิทธิ์ เมื่อนับคะแนนเสร็จ กกต.ก็ยุบหีบรวม และเก็บรักษาตามที่กฎหมายกำกับควบคุม ตรงนี้เป็นการลับตลอดไป ซึ่งในเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 85 วรรค 1 ก็ระบุว่าไม่สามารถมองเห็นได้ในขณะใช้สิทธิ์ และการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ หมายความว่าประชาชนไปแสดงตนลงชื่อ ดังนั้นพยานหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าลับหรือไม่ลับ คือนำบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วและบัญชีรายชื่อของผู้มีสิทธิ์ นำมาชนกัน แต่ถ้าเฉพาะบัตรเลือกตั้งอย่างเดียวที่ใช้สิทธิ์แล้ว ตนยืนยันว่าไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงตัวบุคคลได้ว่าเลือกใคร

ส่วนกรณีหากการร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญจำลองเหตุการณ์นำต้นขั้วกับบัตรมาชนกันทำได้หรือไม่ ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่า ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถ้อยคำที่ตนจะให้ กกต.ในวันนี้หากยังไม่ชัดแจ้ง ศาลจะเรียกไปไต่สวนเบิกความต่อศาลก็ยินดีเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะและประโยชน์ต่อบ้านเมือง

ทั้งนี้ ดร.ณัฐวุฒิ ยืนยันว่า กกต.ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 วรรคหนึ่ง อนุ 1 และ 2 ใช้อำนาจระเบียบ กกต.ไว้ด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2566 ข้อ 129 วรรค 2 ประกอบข้อ 132 เขามีอำนาจ กฎหมายให้อำนาจ ลับหรือไม่ ไปดูกระบวนการ 2 ส่วนคือขณะใช้สิทธิเลือกตั้งและหลังจากนับคะแนนเสร็จ กกต.จัดการเก็บรักษาด้วยกฎหมาย ถามว่าวันนี้พี่น้องสื่อไปตรวจสอบได้ไหม ว่า ดร.ณัฏฐ์ไปเลือกใคร คำตอบคือไม่ได้ แล้วไม่ลับหรืออย่างนี้ ที่บอกว่าไม่ลับ เป็นการปั่นกระแสให้กับสังคม ทำให้ประชาชนสับสนมากกว่า ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของหลักกฎหมาย และไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของหลักนิติธรรม

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...