โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

10 สมาคมเหล็ก จี้รัฐคุมเข้มโรงงาน IF ก่อนคืนชีพ หวั่นเหล็กด้อยคุณภาพทะลักตลาด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 เม.ย. เวลา 16.39 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. เวลา 09.39 น.

10 สมาคมเหล็ก ยกระดับเกณฑ์อนุญาตโรงงานเตาหลอม IF อย่างเข้มงวด หวั่นกระทบความปลอดภัยภาคก่อสร้าง หากปล่อยเหล็กด้อยคุณภาพเข้าสู่ตลาด

วันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 15.13 น. นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง ที่ปรึกษาสมาคมเหล็กทรงยาวมาตรฐาน เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้ติดตามสถานการณ์กรณีกลุ่มผู้ผลิตเหล็กที่ใช้เทคโนโลยีเตาหลอมแบบ Induction Furnace (IF) ซึ่งเคยถูกสั่งระงับการผลิตไปเมื่อปีที่ผ่านมา

โดยล่าสุด พบว่ามีความเคลื่อนไหวที่จะกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้ง ทางสมาคมฯ จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ยกระดับเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดกับอุตสาหกรรมก่อสร้าง และความปลอดภัยของประชาชน

โดยเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 69 ตัวแทนจาก 10 กลุ่มสมาคมเหล็กไทย เดินทางไปยื่นหนังสือต่อกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเรียกร้องขอให้คุมเข้มและตรวจสอบโรงงานเหล็ก IF ก่อนที่จะเปิดให้กลับมาผลิตอีกครั้ง โดยประเด็นที่เรียกร้อง ประกอบด้วย

1. ด้านคุณภาพน้ำเหล็ก และมาตรฐาน มอก. 20-2559 และ 24-2559 เนื่องจากหัวใจสำคัญของการผลิตเหล็กเส้น คือ การควบคุมส่วนผสมทางเคมีและการกำจัดสารมลทิน (Inclusions) ซึ่งโรงงานในกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่มักไม่มีระบบปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace : LF) ทำให้ไม่สามารถปรับปรุงธาตุเคมีให้เสถียรได้ตามที่มาตรฐานกำหนด

ทั้งนี้ หากอ้างอิงมาตรฐาน มอก. 20-2559 (เหล็กเส้นกลม) และ มอก. 24-2559 (เหล็กข้ออ้อย) จะพบว่าในส่วนประกอบทางเคมี ได้กำหนดค่าสารมลทินอย่างละเอียด เช่น ฟอสฟอรัส (P) และกำมะถัน (S) หากไม่มีระบบ LF การจะควบคุมค่าเหล่านี้ให้ต่ำและสม่ำเสมอ ทำได้ยากมาก ส่งผลให้เหล็กที่ผลิตออกมา มีความเปราะหรือคุณสมบัติทางกลไม่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ น้ำเหล็กที่ไม่ผ่านการปรุงด้วย LF จะมีสิ่งปนเปื้อนสูง (Non-metallic inclusions) ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่ทำให้เหล็กขาดง่าย เมื่อรับแรงดึงหรือการดัดโค้ง

2. ข้อเรียกร้องต่อภาครัฐ ทั้งในส่วนของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และกรมโรงงานฯ เพื่อให้เกิดบรรทัดฐานใหม่ในการควบคุมคุณภาพ สมาคมฯ จึงขอเสนอมาตรการดังนี้

  • เงื่อนไขระบบปรุงน้ำเหล็ก เพราะการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว โดยละเลยกระบวนการผลิตตามมาตรฐาน มอก. นั้น ถือว่ายังไม่เพียงพอต่อการรับรองคุณภาพที่ยั่งยืน ภาครัฐควรตั้งเงื่อนไขว่า โรงงานที่จะกลับมาผลิตใหม่ต้องมีระบบปรุงน้ำเหล็ก ติดตั้งเป็นมาตรฐานพื้นฐาน หากโรงงานใดอ้างว่าใช้เทคโนโลยีอื่นทดแทน จะต้องผ่านการพิจารณาและอนุมัติจาก "คณะกรรมการวิชาการของ สมอ." เท่านั้น เพื่อยืนยันว่าเทคโนโลยีดังกล่าว สามารถควบคุมสารมลทินได้จริง มิใช่แค่การสุ่มตรวจสอบจากสินค้าเพียงอย่างเดียวแล้วผ่าน โดยมิได้พิจารณากระบวนการผลิตว่ามีความสม่ำเสมอในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมากน้อยเพียงใด
  • การเลือกห้องปฏิบัติการ (Lab) โดยสมาคมฯ สนับสนุนให้มีการใช้ผลการทดสอบจาก สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย (ISIT) เป็นบรรทัดฐานหลัก เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทั้งก่อนและหลังการปรับปรุงระบบการผลิตอย่างเป็นธรรม ป้องกันความพยายามการหลีกเลี่ยงผลทดสอบทางวิชาการที่เคยปรากฏก่อนหน้านี้ จึงขอให้ สมอ. กำกับดูแลให้มีการใช้ผลทดสอบจากสถาบันเดิมที่เคยตรวจทดสอบ
  • มาตรฐานสิ่งแวดล้อม ต้องมีการตรวจสอบระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ และของเสียจากการผลิต ให้ได้มาตรฐานตามกฎหมายกรมโรงงานอุตสาหกรรมอย่างครบถ้วน 100% ก่อนการพิจารณาให้กลับมาเดินเครื่องจักร โดยเฉพาะปัญหาเรื่องฝุ่นแดงและมลพิษจากการหลอมเศษเหล็กที่ปนเปื้อน จึงต้องมีการตรวจสอบระบบกำจัดมลพิษทางอากาศ ให้เป็นไปตามกฎหมายโรงงานอย่างเคร่งครัดก่อนออกใบอนุญาต

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...