โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุจิตต์ วงษ์เทศ | ขอฝน และสงกรานต์ วัฒนธรรมร่วมอุษาคเนย์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
World Water Festival ธงนำสงกรานต์สู่เทศกาลสากล

สงกรานต์ – เมษายน (ปฏิทินสากลสุริยคติ) เป็นช่วงฤดูร้อนและฝนแล้ง รัฐในอินเดียใต้กำหนดเป็นช่วงเวลา “มหาสงกรานต์” ขึ้นศักราชใหม่ หรือขึ้นปีใหม่ ซึ่งช่วงเวลาเดียวกันนี้ในอุษาคเนย์ ตรงกับ เดือน 5 (ปฏิทินจันทรคติ) เป็นหน้าแล้ง แห้งผากไม่มีฝนตก ทำนาไม่ได้ จึงเป็นช่วงเวลาอุษาคเนย์พร้อมกันเซ่นผีขอฝนเพื่อเริ่มทำนาในฤดูการผลิตต่อไป

ต่อมาด้วยเหตุการค้าทางทะเลสมุทร ดึงดูดพ่อค้าอินเดียใต้ค้าขายพร้อมกับเผยแผ่ศาสนาและวัฒนธรรม จึงทำให้บ้านเมืองทั้งหมดในอุษาคเนย์รับศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และรับศาสนาพุทธ พร้อมรับระบบปฏิทินสุริยคติจากอินเดียใต้ ด้วยการยก “มหาสงกรานต์” ขึ้นศักราชใหม่ ใช้งานในราชสำนักทุกแห่งของอุษาคเนย์ ซึ่งทำให้บ้านเมืองและรัฐในอุษาคเนย์ มีวัฒนธรรมร่วม 2 ชุดปะปนทับซ้อนกัน ได้แก่ พิธีขอฝนตามประเพณีดั้งเดิมของทุกบ้านเมือง และมหาสงกรานต์ที่รับมาใหม่ในราชสำนักของทุกประเทศ ครั้นหลังจากนั้นอีกนานนับพันปี จึงส่งต่อถึงประชาชน ซึ่งมีเรื่องราวความเป็นมาและความเปลี่ยนแปลง สืบเนื่องยาวนานนับพันปีมาแล้ว

อุษาคเนย์ดั้งเดิม มี “ขอฝน”

วัฒนธรรมดึกดำบรรพ์ของอุษาคเนย์ดั้งเดิมมีอายุมากกว่า 3,000 ปีมาแล้ว (ก่อนรับวัฒนธรรมอินเดียมากกว่าพันปี) ได้แก่ (1.) โลกแบน (2.) ปฏิทินจันทรคติ มีดวงจันทร์เป็นศูนย์กลาง (3.) ปีนักษัตร มี 12 นักษัตรตามลำดับ เช่น ชวด, ฉลู, ขาล ฯลฯ (4.) นับถือศาสนาผี มีประเพณีพิธีกรรมเกี่ยวกับการทำมาหากินประจำทุกเดือน แต่เฉพาะที่สำคัญคือขึ้นปีนักษัตรใหม่และขอฝน ดังนี้

ขึ้นปีนักษัตรใหม่ หรือขึ้นปีใหม่ เดือนอ้าย คือ เดือนที่ 1 (ตรงกับปฏิทินสุริยคติราว พฤศจิกายน-ธันวาคม) หลังลอยกระทงเดือน 12 (อินเดียไม่มีปีนักษัตร)

ขอฝน เดือน 4-5 ต่อเนื่องกันในหน้าแล้ง (ตรงกับปฏิทินสุริยคติราวกุมภาพันธ์-เมษายน)

เหตุจากฝนแล้งไม่มีน้ำ จึงทำนาไม่ได้ ชาวบ้านต้องพักทำนารอฝนตก จากนั้นร่วมกันมีพิธีเซ่นผีปีละครั้งในช่วงเวลานี้ พร้อมกับขอฝนเพื่อทำนาฤดูการผลิตต่อไป ขณะเดียวกันขอผีฟ้ารักษาโรคด้วย จึงมีกิจกรรม ดังนี้

(1.) เซ่นผีฟ้า และเลี้ยงผีบรรพชน (ผีเรือน, ผีบ้าน, ผีเมือง) ขอความอุดมสมบูรณ์มีฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล

(2.) เข้าทรงผีฟ้า, ขอคำทำนาย, รักษาโรค, และรดน้ำดำหัว

(3.) แห่นางแมว สาดน้ำนางแมว เหตุจากเชื่อว่าแมวเป็นสัตว์บันดาลความแห้งแล้งหรือ “ตัวแล้งน้ำ” เพราะแมวกลัวน้ำ

(4.) ปั้นเมฆ หมายถึงปั้นดินเหนียวไว้กลางแจ้ง เป็นรูปการร่วมเพศของหญิง-ชาย บันดาลให้มีการเกิด คือความอุดมสมบูรณ์

(5.) เล่นเพลงโต้ตอบหญิงชายด้วยเรื่องเพศ

(6.) เข้าทรงแม่ศรี เทวีแห่งข้าว

(7.) เล่นเข้าทรงผีสิงเครื่องมือทำมาหากิน

และอาจมีกิจกรรมอื่นๆ อีกแตกต่างตามท้องถิ่น

รับสงกรานต์จากอินเดีย

ราว 1,500 ปีที่แล้ว หรือเรือน พ.ศ.1000 (วัฒนธรรมทวารวดี) การค้าอินเดียใต้แผ่ถึงอุษาคเนย์ ทุกประเทศในอุษาคเนย์รับวัฒนธรรมอินเดียภาคใต้ ได้แก่ มหาสงกรานต์, ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู, ศาสนาพุทธ ฯลฯ

มหาสงกรานต์ เปลี่ยนศักราชใหม่หรือขึ้นปีใหม่ของชาวทมิฬในอินเดียใต้ เมื่อดวงอาทิตย์ย้ายออกจากราศีมีน เข้าสู่ราศีเมษ (สำหรับอินเดียส่วนอื่น เช่น อินเดียเหนือเปลี่ยนศักราชใหม่ ขึ้นปีใหม่ ช่วงเวลาอื่น ซึ่งไม่ตรงกับอินเดียใต้)

ราศี หมายถึงกลุ่มดาวมีชื่อต่างกัน 12 หมู่ เมื่อดวงอาทิตย์โคจรผ่านดาวกลุ่มใด ก็เรียกชื่อราศีตามดาวกลุ่มนั้น เช่น ราศีมีน, ราศีเมษ ฯลฯ

สงกรานต์ของราชสำนัก

รัฐโบราณอุษาคเนย์ต่างรับมหาสงกรานต์จากอินเดียใต้เหมือนกันทุกรัฐ เช่น รัฐบนเกาะชวา (อินโดนีเซีย), รัฐศรีเกษตร (พม่า), รัฐศรีโคตรบูร (ลาว), รัฐอีศานปุระ (กัมพูชา), รัฐจามปา (เวียดนาม), รัฐทวารวดี (ไทย)

แล้วต่างยกย่องเป็นขึ้นปีใหม่ของตนเหมือนกันทุกรัฐ ด้วยการทำพิธีกรรมทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ในเทวสถานและในราชสำนัก

รัฐทวารวดี ในไทย มีศูนย์กลางอยู่เมืองศรีเทพ (อ .ศรีเทพ จ. เพชรบูรณ์) พบประติมากรรมหินเป็นเทวรูป “พระสุริยเทพ“ หลายองค์ ซึ่งสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์ให้แสงสว่างและเป็นต้นทางปฏิทินสุริยคติที่กำหนดสงกรานต์ทุกเดือน (เรียก “สงกรานต์เดือน”) กับ “มหาสงกรานต์” เฉพาะเดือนเมษายน เป็นหลักฐานเก่าสุดในไทย

แต่ประชาชนไม่รู้จักสงกรานต์ เพราะเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์เฉพาะของราชสำนักเท่านั้น ดังนั้นประชาชนขึ้นปีใหม่ เริ่มปีนักษัตรใหม่ เดือนอ้าย และมีการละเล่นในพิธีขอฝน เดือน 5 หน้าแล้งเป็นปกติ ช่วงเวลาเดียวกับสงกรานต์

แปลงสงกรานต์เป็นเถรวาท

สงกรานต์ตามคติทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดูจากรัฐทวารวดี ศรีเทพ-ละโว้ ลุ่มน้ำป่าสักถูกแปลงเป็นพิธีกรรมทางศาสนาพุทธ เถรวาท แบบลังกา เรื่อน พ.ศ. 1700 แล้วแพร่หลายไปรัฐอื่นๆ เช่น รัฐอโยธยา (อยุธยา), รัฐหริภุญชัย (ลำพูน) ฯลฯ

[จากรัฐหริภุญชัย สงกรานต์แพร่หลายไปเมืองเชียงใหม่ รัฐล้านนา แล้วส่งต่อให้เมืองสิบสองพันนา (ในจีน) สืบมาจนทุกวันนี้]

สงกรานต์ตามคติพุทธเถรวาท ลังกา ในอยุธยา เริ่มแรกเฉพาะราชสำนักเท่านั้น ไม่แพร่หลายถึงราษฎร พบหลักฐานลาลูแบร์ว่าประชาชนอยุธยาไม่รู้จักสงกรานต์ (รัฐเจินละในบันทึกจีนโจวต้ากวาน เดือน 5 เป็นพระราชพิธีสรงน้ำพระ)

ดังนั้นในขณะราชสำนักอยุธยาขึ้นปีใหม่สงกรานต์ (เมษายน) ส่วนประชาชนอยุธยาขึ้นปีใหม่เดือนอ้าย (พฤศจิกายน-ธันวาคม) แล้วมีการละเล่นขอฝน เดือน 5

ประชาชนเล่นสงกรานต์

สงกรานต์ทางศาสนาพุทธ สืบต่อจากอยุธยา, ธนบุรี เป็นที่รู้จักของคนบางกลุ่มในบางกอก ดังพบบทพรรณนาสงกรานต์ในนิราศเดือน ของเสมียนมี (กวีแผ่นดิน ร.3)

ตำนานสงกรานต์ในนิทานเรื่องท้าวกบิลพรหม ถูกทำให้แพร่หลายด้วยจารึกที่วิหารพระนอน วัดโพธ์ (ท่าเตียน) แผ่นดิน ร.3 เป็นพยานว่าความรู้สงกรานต์ถูกกระจายผ่านพิธีกรรมในวัดทั่วประเทศ โดยพระสงฆ์ยกนิทานท้าวกบิลพรหมจากวัดโพธิ์ไปเทศน์บอกญาติโยม แล้วแปลงเซ่นผีบรรพชนเป็นพุทธ เรียก “ชักบังสุกุล”

จากนั้นประชาชนส่วนมากทั้งประเทศรู้จักสงกรานต์ผ่านเพลงสุนทราภรณ์ที่ออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียงสมัยแรกๆ แต่ถูกกระตุ้นขนานใหญ่เมื่อมีการท่องเที่ยว อย่างเป็นทางการ

นับแต่นั้นสงกรานต์เน้นสาดน้ำอย่างจริงจังเพื่อสร้างมูลค่าจากวัฒนธรรมท่องเที่ยว และประสบความสำเร็จอย่างสูงในปัจจุบัน แต่คำอธิบายของทางการไทยไม่แยกแยะตรงไหนของพื้นเมืองดั้งเดิม ตรงไหนรับจากอินเดียใต้ ทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน

ผลิตซ้ำ

ชาตินิยมทางประวัติศาสตร์ด้วยอารมณ์และความรู้สึกคลั่งความเป็นไทย “เชื้อชาติไทย” ต้องการให้สงกรานต์เป็นประเพณีของไทยเท่านั้น ซึ่งสืบเนื่องจากระบบการศึกษาที่ไม่ซื่อตรงต่อเหตุผลตามหลักฐานวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดีและมานุษยวิทยา ดังนั้นสื่อมวลชนจึงต้อง “ผลิตซ้ำ” เรื่องสงกรานต์ตามข้อมูลหลักฐานวิชาการเท่าที่ตรวจพบขณะนี้ที่ไม่ตรงกับอารมณ์และความรู้สึกคลั่ง “เชื้อชาติไทย” ที่ไม่มีจริง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุจิตต์ วงษ์เทศ | ขอฝน และสงกรานต์ วัฒนธรรมร่วมอุษาคเนย์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...