แร็ปอัพโชว์ ATEEZ ปิดฉากเวิลด์ทัวร์ “IN YOUR FANTASY” ที่กรุงเทพฯ อย่างยิ่งใหญ่
LSA Thailand
อัพเดต 20 เม.ย. เวลา 14.54 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. เวลา 07.54 น. • Lifestyle Asia Thailandย้อนกลับไปคืนวันที่ 4 เมษายน 2026 กลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของวงการ K-Pop ในประเทศไทย เมื่อ ATEEZ กลับมาพร้อมคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ “ATEEZ 2026 WORLD TOUR [IN YOUR FANTASY] IN BANGKOK” ณ IMPACT Exhibition Center Hall 5-6 ท่ามกลางการรอคอยยาวนานถึง 3 ปีของ ATINY ไทยที่ไม่เคยลดระดับความรักลงแม้แต่น้อย
โชว์เปิดตัวด้วย VCR ภายใต้คอนเซปต์ THE SHAPE OF FANTASY ที่ค่อยๆ ดึงผู้ชมเข้าสู่โลกอีกใบ ก่อนที่ 8 สมาชิก ฮงจุง (HONGJOONG), ซองฮวา (SEONGHWA), ยุนโฮ (YUNHO), ยอซัง (YEOSANG), ซาน (SAN), มินกิ (MINGI), อูยอง (WOOYOUNG) และ จองโฮ (JONGHO) จะปรากฏตัวท่ามกลางแสงสีที่สาดส่องอย่างทรงพลังในคอสตูมโทนแดง-ดำ เสริมภาพลักษณ์อันดุดันและมีเสน่ห์ในแบบฉบับของวงได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันแฟนๆ ทั้งฮอลล์ก็ร่วมใจกันแต่งตัวในธีมเดียวกัน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของโชว์ที่ถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจตั้งแต่ต้นจนจบ
ความเดือดเริ่มต้นขึ้นทันทีตั้งแต่เพลงแรกอย่าง “BOUNCY” ต่อเนื่องด้วย “I’m The One” และ “Blind” ที่ไม่เพียงแค่โชว์ท่าเต้นอันหนักแน่นและพร้อมเพรียง แต่ยังยกระดับด้วยการมี ATEEZ BAND มาร่วมสร้างมิติใหม่ให้กับเสียงดนตรี ทำให้เพอร์ฟอร์แมนซ์ทั้งหมดมีชีวิตชีวามากขึ้น เสียงร้องสดของสมาชิกทุกคนยิ่งตอกย้ำศักยภาพที่ทำให้พวกเขาก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในโกลบอลสตาร์ของยุคนี้ได้อย่างไม่มีข้อกังขา ก่อนที่พวกเขาจะทักทายแฟนชาวไทยด้วยประโยคเรียบง่ายแต่ทรงพลังว่า “ATINY คิดถึงพวกเราไหมครับ พวกเราก็คิดถึงเหมือนกันครับ”
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของค่ำคืนนี้คือช่วงโซโลสเตจที่เผยตัวตนของแต่ละสมาชิกได้อย่างชัดเจน ยุนโฮเปิดด้วย “Slide to me” ในสไตล์ R&B Funk ที่เต็มไปด้วยความลื่นไหลและเสน่ห์เฉพาะตัว ขณะที่ซองฮวาใช้เพลง “Skin” สะกดสายตาทั้งฮอลล์ด้วยความนิ่งและความลึกของอารมณ์ ยอซังมาในโทนลึกลับผ่าน “Legacy” ที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในอีกมิติหนึ่ง ก่อนที่อูยองและจองโฮจะพาอารมณ์พุ่งทะยานผ่าน “To be your light” โชว์พลังเสียงที่ทั้งแม่นยำและเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ และตัดเข้าสู่ช่วงซึ้งด้วย “Turbulence” ที่ทำให้ทั้งฮอลล์เงียบลงเพื่อซึมซับทุกโน้ตและทุกถ้อยคำ
เมื่ออารมณ์เพลงถูกพาไปถึงจุดหนึ่งโชว์ก็พลิกเข้าสู่โหมดปาร์ตี้อย่างเต็มรูปแบบกับ “Lemon Drop” และ “Shaboom” ก่อนที่ซานจะปล่อยพลังดิบใน “Creep” สร้างบรรยากาศที่เข้มข้นและดึงดูดสายตาอย่างไม่อาจละสายตาได้ ตามด้วยการรวมตัวใน “Outlaw” ที่ทำให้เวทีลุกเป็นไฟอีกครั้ง ฮงจุงเปลี่ยนฮอลล์ให้กลายเป็นคลับใน “NO1” ด้วยพลังของลีดเดอร์ที่ควบคุมทั้งจังหวะและอารมณ์ของผู้ชมได้อย่างอยู่หมัด ขณะที่มินกิระเบิดพลังแร็ปใน “AUTOBAHN+ROAR” อย่างดุดันจนแฟนๆ พร้อมใจกันตอบสนองด้วยเสียงเชียร์ที่ดังไม่แพ้กัน
ช่วงท้ายของคอนเสิร์ตคือการไต่ระดับความมันส์อย่างต่อเนื่องกับเพลงฮิตอย่าง “WORK”, “Ice On My Teeth” และ “In your Fantasy” รวมถึง ATEEZ Medley ที่รวบรวมพลังของโชว์ทั้งหมดไว้ในช่วงเดียว ก่อนจะค่อยๆ ปิดฉากด้วยอารมณ์ที่ลึกขึ้นใน “Now this house ain’t a home”, “Enough” และ “Curtain Call” ที่ทำหน้าที่เหมือนบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมดในค่ำคืนนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และแน่นอนว่าอังกอร์ในเพลง “The Real” คือช่วงเวลาที่ทั้งศิลปินและแฟนๆ ปลดปล่อยทุกพลังที่เหลืออยู่ร่วมกันอย่างไม่มีการกั๊ก
อีกหนึ่งช่วงเวลาที่ทำให้ค่ำคืนนี้พิเศษยิ่งขึ้นคือโปรเจกต์เซอร์ไพรส์จาก ATINY ไทยที่ชูแบนเนอร์ข้อความ “จาก 973 วันที่รอคอย เหลือเพียงศูนย์ เพราะวันนี้ได้เจอพวกเธอแล้วนะทีจึ” ซึ่งสะท้อนความรักและความอดทนของแฟนๆ ได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งร่วมกันร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ย้อนหลังให้กับซองฮวา ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นจนกลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่น่าจดจำที่สุดของค่ำคืน
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.