หนุ่มอังกฤษตกอับหยิบสากกระเบือ ทุบหัวเศรษฐีอเมริกาหวังชิงทรัพย์
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพชาวต่างชาติ พร้อมกับคราบเลือดบนพื้นบ้าน และหนังสือเดินทางของนายแบรนดอน ลี วิลสัน อายุ 29 ปี ชาวอังกฤษ พร้อมเขียนข้อความว่า XXเตือนภัยXX บุคคลอันตราย 03.04.69 เวลาประมาณเกือบ 2 ทุ่ม มีบุคคลอันตรายในภาพเป็นชาวต่างขาติ มาทำร้ายร่างกายพ่อตาฝรั่งผมที่บ้านสวนแถวหนองแวงเดิด ต.น้ำพ่น อ.หนองวัวซอ พยายามที่จะชิงทรัพย์ และเกิดมีการต่อสู้กัน แล้วคนร้ายได้หลบหนีไป ใครพบเห็นบุคคลอันตรายในภาพ รบกวนแจ้งเบาะแสด้วยนะครับ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 เม.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ ที.อาร์.ที.ซีบริงฟาร์ม โคกหนองนา โมเดล เลขที่ 164 หมู่ 3 บ้านหนองแวงเดิด ต.น้ำพ่น อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี พบนางพรทิพย์ ซีบริง อายุ 55 ปี และนายเรย์ อลัน ซีบริง อายุ 65 ปี ชาวอเมริกัน ภรรยาและสามีผู้บาดเจ็บ อยู่ในบ้าน โดยนางพรทิพย์ เล่าว่า ตนแต่งงานกับนายเรย์ มา 10 ปี โดยสามีเปิดบริษัทรับสร้างบ้าน ต่อมาตนและสามีย้ายมาอยู่ที่ อ.หนองวัวซอ โดยตนมาทำโครงการโคกหนองนาอยู่ในเนื้อที่ 22 ไร่ สามีชอบบรรยากาศธรรมชาติแบบเรียบง่าย ก็มาสร้างบ้านสวนอาศัยอยู่ด้วยกัน โดยเมื่อ 2 ปี ก่อนตนเปิดรับสอนนักเรียนชาวต่างชาติ รุ่นละ 14 คน ใช้เวลาสอน 2 สัปดาห์ ซึ่งนักเรียนที่มาเรียนก็มีนายแบรนดอน ผู้ก่อเหตุ ชาวอังกฤษ รวมอยู่ด้วย
โดยตอนที่นักเรียนชาวต่างชาติมาเรียนรู้ศาสตร์พระราชากับตน ก็จะกินนอนอยู่ที่บ้านเรือนไทยภายในสวน จนจบหลักสูตร ก็แยกย้ายกันกลับ ตนเปิดสอนปีละ 1 รุ่น ต่อมาเดือนพ.ย. 2568 นายลีก็เดินทางมาเยี่ยมพวกตน แล้วก็คิดว่าเขาเดินทางกลับอังกฤษไปแล้ว กระทั่งเมื่อ 4 วันก่อน เครือข่ายโคกหนองนาที่ จ.บุรีรัมย์ ได้โทรฯมาบอกตนว่า นายนายแบรนดอน เดินทางมาอยู่ที่บุรีรัมย์และสร้างปัญหา โดยไปเกี่ยวข้องกับสิ่งไม่ดี จึงไล่ออกไป แต่วีซ่านายนายแบรนดอน หมดแล้ว และจะมาที่นี่เพราะที่นี่คือโรงเรียน ซึ่งสามีบอกว่าถ้านายนายแบรนดอน มาก็ให้ไล่กลับไป บอกว่าอยู่ไม่ได้ เพราะวีซ่าหมดแล้ว
จากนั้นวันที่ 2 เม.ย. นายนายแบรนดอน ได้เดินทางมาบ้านสวน มาเคาะประตูบ้าน ซึ่งสามีตนก็เปิดประตู พบนายนายแบรนดอน สะพายกระเป๋าเป้สีดำมายืนอยู่หน้าประตู บอกว่าจะมาขออยู่ด้วย สามีก็บอกว่าอยู่ไม่ได้เพราะวีซ่าหมดแล้ว นายนายแบรนดอน ก็ขอให้สามีตนรับรองวีซ่าให้เขา แต่สามีไม่ยอม และไล่เขากลับไป เพราะมันอันตราย เขาก็เดินออกไป กระทั่งไม่นาน สามีก็ได้วีดีโอคอลมาหา สภาพหัวแตกเลือดอาบหน้า ตนก็รู้สึกตกใจรีบโทรฯบอกญาติพี่น้องที่อยู่ใกล้ให้รีบมาบ้านสวนเพื่อช่วยสามี เมื่อมาถึงก็พบสามีหัวแตก ตาปูด และบอกว่านายนายแบรนดอน เป็นคนทำ
จากการสอบถามสามีก็เล่าว่า หลังจากที่ตนขับรถออกไปบ้านญาติ สามีก็นั่งทำงานอยู่ในห้องนั่งเล่น ไม่นานนายนายแบรนดอน ก็เปิดประตูเข้ามาในมือถือสากกระเบือ สั่งให้สามีส่งกุญแจจักรยานยนต์ สมุดทะเบียนรถ เงินสดให้ แต่สามีไม่ยอมส่งให้ นายนายแบรนดอน พูดว่า “คุณรู้ไหมจะเกิดอะไรขึ้น” จากนั้นก็ใช้สากกระเบือตีหัวสามีจนล้มลง หัวแตกเลือดไหลอาบ แต่ยังตีซ้ำที่เบ้าตาซ้ายปูดบวมช้ำ แต่สามีเป็นคนที่แข็งแรงจึงได้ใช้ขาล็อกขานายลีจนล้มลง สากกระเบือหลุดมือ สามีจึงใช้ขาล็อกตัวนายลีเอาไว้ ก่อนหยิบเอาสากกระเบือมาฟาดนายนายแบรนดอน จนร้องขอชีวิต สามีจึงปล่อยนายนายแบรนดอน ไป ญาติจึงรีบพาสามีไปส่งรพ. เย็บแผล 4 เข็ม และไปแจ้งความกับตำรวจ
ตื่นเช้าตำรวจพบกระเป๋าเป้เสื้อผ้าของนายนายแบรนดอน แขวนอยู่ริมรั้วหน้าบ้าน ผู้นำชุมชนกับตำรวจได้ออกติดตามหาตัวน กระทั่งไปพบหลบอยู่ในกระท่อมสวนยาง ห่างจากบ้านเกิดเหตุ ประมาณ 200 เมตร จึงควบคุมตัวไปโรงพัก
“ในฐานะที่เป็นครูสอนนักเรียน รู้สึกเสียใจมากที่นักเรียนมาทำร้ายสามีครูแบบนี้ ครูรักและดูแลเขาเหมือนลูกหลาน ไปไหนก็พาไปด้วย กินอะไรก็ได้กินเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะมาทำร้ายกันได้ ถือว่าเป็นอุทาหรณ์ และจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด อย่าให้เข้ามาเมืองไทยอีก เพราะกลัวเขาจะกลับมาทำร้ายเราอีก”
ด้าน พ.ต.อ.อาทิตย์ จันทา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า จากการสอบสวน ผู้ก่อเหตุอ้างว่ารู้จักกับผู้บาดเจ็บมาก่อน แต่เมื่อวานนี้ผู้ก่อเหตุได้ย้อนกลับมาขออยู่อาศัยด้วย แต่ผู้บาดเจ็บและภรรยาไม่ยินยอม จึงเกิดการทะเลาะกันขึ้น ผู้ก่อเหตุจึงใช้สากกระเบือตีหัวแตก ตาบวมช้ำ จึงได้แจ้งข้อหาผู้ก่อเหตุ บุกรุกในเวลากลางคืน และทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุได้รับบาดเจ็บ หากสอบสวนแล้วพบว่ามีการกระทำผิดอย่างอื่นก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป.