โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเบื้องลึกกาสิโนกัมพูชา โยงเครือข่ายสแกม ละเมิดสิทธิมนุษยชนรุนแรง ไทยย้ำต้องร่วมมือโลก

THE STANDARD

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • thestandard.co
เปิดเบื้องลึกกาสิโนกัมพูชา โยงเครือข่ายสแกม ละเมิดสิทธิมนุษยชนรุนแรง ไทยย้ำต้องร่วมมือโลก

วันนี้ (4 เมษายน) พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย-กัมพูชา เปิดเผยถึงรายงานขององค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) ซึ่งได้ทำการสืบสวนและพบว่า มีกาสิโนถูกกฎหมายอย่างน้อย 12 แห่งในประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนใกล้ประเทศไทย เช่น เมืองปอยเปต มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ หรือ “สแกมเมอร์” ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

รายงานระบุว่า อาคารหลายแห่งที่ได้รับอนุญาตในรูปแบบโรงแรม ร้านอาหาร หรือสำนักงาน แท้จริงถูกใช้เป็นสถานที่กักขังเหยื่อ และบังคับใช้แรงงานในลักษณะขบวนการค้ามนุษย์ โดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ ทั้งจากภาพถ่ายดาวเทียม คำให้การของผู้รอดชีวิต และข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์

ทั้งนี้ รายงานยังชี้ให้เห็นว่า หน่วยงานรัฐของกัมพูชามีการรับรู้ถึงลักษณะการดำเนินงานของสถานประกอบการดังกล่าว แต่ยังคงมีการออกใบอนุญาตและปล่อยให้ดำเนินกิจการต่อไป

ในรายละเอียด รายงานได้แจกแจงหลักฐานสำคัญหลายประเด็น ได้แก่

  • การระบุพิกัดนิคมสแกมในพื้นที่สำคัญ เช่น สีหนุวิลล์ ปอยเปต และเกาะกง
  • คำให้การของผู้รอดชีวิตกว่า 58 ราย ซึ่งสะท้อนการถูกหลอกลวง กักขัง และทำร้ายร่างกาย
  • รูปแบบการละเมิด ตั้งแต่การค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน ไปจนถึงการซ้อมทรมาน
  • การใช้ข้อมูลข่าวกรองจากแหล่งเปิด (OSINT) เช่น ภาพถ่ายดาวเทียมและวิดีโอที่หลุดจากภายใน
  • ข้อสังเกตเกี่ยวกับความล้มเหลวในการบังคับใช้กฎหมาย และความเป็นไปได้ของการมีส่วนเกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่รัฐ

สำหรับมุมมองนี้ ขอเน้นย้ำว่าเป็นปัญหาระดับโลกที่ต้องร่วมมือแก้ไข โดย พล.อ.อ. ประภาส ระบุว่า ปัญหาสแกมเมอร์และอาชญากรรมออนไลน์ไม่ใช่เพียงประเด็นชายแดน แต่เป็นภัยคุกคามระดับโลก ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายประเทศ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในระดับภูมิภาคและนานาชาติ

ขอยืนยันจุดยืนในการยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และข้อเท็จจริงจากพื้นที่จริง โดยเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนและผู้สังเกตการณ์เข้าถึงข้อมูล เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และลดความคลาดเคลื่อน

นอกจากนี้ ไทยยังให้ความสำคัญกับประเด็นความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งครอบคลุมการค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน และการกักขังเหยื่อ พร้อมยืนยันการดำเนินนโยบายตามกฎหมายระหว่างประเทศ หลักสิทธิมนุษยชน และแนวทางสันติภาพ โดยไม่ต้องการยกระดับความตึงเครียดในภูมิภาค

ส่วนความร่วมมือคือทางออก ไทยเสนอให้ใช้กลไกความร่วมมือที่มีอยู่ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี เช่น กรอบความร่วมมือชายแดน และอาเซียน รวมถึงสนับสนุนความโปร่งใสและการตรวจสอบจากนานาชาติ

พร้อมย้ำว่า นี่ไม่ใช่ปัญหาระหว่างสองประเทศ แต่เป็นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่กระทบประชาคมโลก และรายงานจากองค์กรอิสระดังกล่าว ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ควรนำไปสู่การดำเนินการร่วมกันอย่างจริงจัง

พลอากาศเอกประภาสฯ ย้ำว่า ความจริง ความโปร่งใส และความร่วมมือ คือหัวใจของการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่นี้อย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...