"สิริพงศ์" ยันไม่ย้ายหมอชิต 2 สั่งศึกษาขนส่งเชื่อมต่อกรุงเทพอภิวัฒน์
วันนี้ (7 พ.ค.2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวภายหลังการมอบนโยบายให้ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) สำหรับแผนการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2570 บขส. ได้เสนอของบประมาณสนับสนุนจากสำนักงบประมาณผ่านกระทรวงคมนาคม วงเงินประมาณ 351 ล้านบาท เพื่อใช้ในการปรับปรุงสถานีขนส่งและซ่อมบำรุงโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการเปลี่ยนระบบปรับอากาศภายในอาคารที่ชำรุด รวมถึงการปรับปรุงพื้นที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 และรังสิต
นอกจากนี้ ยังมีงบประมาณส่วนหนึ่งสำหรับออกแบบแนวทางเชื่อมต่อพื้นที่สถานีขนส่งหมอชิตกับสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางเชื่อมต่อระหว่างระบบรถโดยสารและระบบรางได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยย้ำว่า แนวทางดังกล่าว ยังไม่ใช่การก่อสร้างอาคารใหม่เต็มรูปแบบ แต่เป็นการศึกษารูปแบบการเชื่อมต่อและปรับปรุงพื้นที่ให้สอดคล้องกับนโยบายการเดินทางแบบไร้รอยต่อ
นายสิริพงศ์กล่าวว่า เดิมโครงการพัฒนาพื้นที่ของ บขส.เป็นโครงการเก่าที่วางแผนก่อสร้างแยกส่วน แต่กระทรวงคมนาคมมีนโยบายใหม่ให้การพัฒนาพื้นที่ต้องเชื่อมต่อกับสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ซึ่งระยะห่างประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อให้ประชาชนสามารถ "ลงรถต่อราง" หรือ "ลงรางต่อรถ" ได้สะดวกมากขึ้น โดยในปีนี้จะเน้นเฉพาะงานซ่อมบำรุงและงานออกแบบเป็นหลัก ยังไม่มีการเดินหน้าโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่
ขณะที่พื้นที่ปัจจุบันของหมอชิต 2 เป็นพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งบขส.ดำเนินการเช่ากับบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) บริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ให้นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม ดำเนินการเจรจาเรื่องสิทธิการดูแลพื้นที่ให้แล้วเสร็จ
ณ วันนี้เนี่ยก็ยังอยู่ตรงนี้นะครับ คือเราอยากจะเชื่อมต่อ ซึ่งรูปแบบการเชื่อมต่อมันต้องดูว่าเราจะทำเป็นทางเชื่อม หรือเราจะทำเป็นตัวอาคารเพิ่ม โมโนเรล แทรม สกายวอล์ค ก็ต้องขอดูแบบและขอให้ผลการศึกษาออกมาก่อน
ทั้งนี้ ยังเสนอให้ บขส.พิจารณาเข้าร่วมมาตรการ "รถเก่าแลกรถใหม่" ของภาครัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างผลักดันร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนการเปลี่ยนรถ โดยรัฐจะเข้ามาสนับสนุนด้านดอกเบี้ยและมาตรการทางการเงิน โดยให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนรถโดยสารเก่าเป็นรถ EV โดยเบื้องต้นมีแนวคิดเปลี่ยนรถประมาณ 150 คัน พร้อมให้ศึกษาเรื่องความพร้อมของสถานีชาร์จ ความเหมาะสมของเส้นทาง และต้นทุนการดำเนินงาน
พร้อมกันนี้ ยังได้มอบหมายให้ บขส.ทบทวนเส้นทางเดินรถทั่วประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางที่ บขส.ไม่ได้ประสงค์จะเดินรถเอง ให้พิจารณาเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมให้บริการผ่านระบบประมูลที่โปร่งใสและแข่งขันอย่างเป็นธรรม รวมถึงทบทวนผู้ประกอบการเดิมในกรณีใบอนุญาตหมดอายุและไม่มีแผนพัฒนาคุณภาพบริการ
นายสิริพงศ์ยืนยันว่า แนวทางดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมาย "โละ" ผู้ประกอบการรายใด แต่ต้องการยกระดับมาตรฐานบริการขนส่งสาธารณะให้ตอบโจทย์ผู้โดยสารมากขึ้น พร้อมสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการภาครัฐและเอกชน
ส่วนการจัดระเบียบรถโดยสารขนาดเล็กหรือรถตู้โดยสาร โดย บขส.มีแนวคิดดึงผู้ประกอบการรถเล็กเข้ามาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อให้บริหารจัดการได้ง่ายขึ้น พร้อมกำหนดมาตรฐานราคาใหม่ให้ชัดเจน โดยต้องติดป้ายค่าโดยสารอย่างโปร่งใส ออกใบเสร็จทุกครั้ง และสามารถตรวจสอบได้ เพื่อแก้ปัญหาการเรียกเก็บค่าโดยสารไม่เป็นมาตรฐาน
ด้านการหารายได้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมยังมอบนโยบายให้ บขส.เร่งปรับรูปแบบการบริหารสินทรัพย์และพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมควบคู่กับการลดต้นทุน โดยเฉพาะการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน รวมถึงให้ บขส.จัดทำแผนธุรกิจ เพื่อกำหนดทิศทางองค์กรในอนาคต รวมถึงให้เตรียมปรับแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ประกอบการเอกชน เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน โดยเส้นทางที่ บขส.เดินรถแข่งขันกับเอกชนจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากเอกชน แต่ในเส้นทางที่ บขส.ไม่ได้ให้บริการเอง จะมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ส่วนกรอบเวลาการดำเนินงาน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมระบุว่า หลังจากได้รับงบประมาณปี 2570 แล้ว จะเร่งศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จ เพื่อผลักดันโครงการสำคัญบางส่วนให้สามารถเริ่มดำเนินการได้ภายในปีงบประมาณ 2571
อ่านข่าว :
สู้วิกฤตปุ๋ยแพง! รัฐอัดฉีด 6 พันล้านแจกปุ๋ยอินทรีย์ แต่ชาวนาบอก "ใช้ไม่เป็น"
รมช.คมนาคม สั่งศึกษาความเหมาะสมโอนย้ายสนามบินให้ ทอท.
ร่วมลงชื่อทบทวน “แลนด์บริดจ์” ของ EnLaw ได้ 92,987 รายชื่อ