Taste of Kowloon สำรวจวัฒนธรรมอาหารฮ่องกง ผ่านย่านเก่าและรสแต้จิ๋วฉบับ เกาลูน
ฮ่องกง เป็นเมืองแห่งอาหารการกินที่ติดอันดับต้นๆ จุดหมายของเหล่าฟูดดี้ในฝั่งเอเชียซึ่งโดดเด่นทั้งฝั่งบาร์ ไฟน์ไดนิ่ง คาเฟ่ ไปจนถึงร้านอาหารเก่าแก่ที่ยังคงตกทอดสูตรจากรุ่นสู่รุ่น และหนึ่งในย่านอาหารที่เดินเที่ยวแวะกินได้สนุกมากๆ ต้องยกให้ย่านเมืองเก่า เกาลูน (Kowloon) โดยเฉพาะรอบตลาดสด Kowloon City Market ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่เก่าแก่สุดของฮ่งอกง รอบๆ ตลาดแบ่งเป็นบล็อกถนนที่แต่ละบล็อกก็ยังคงอนุรักษ์สถาปัตยกรรมของอาคารพาณิชย์เก่ายุค 60-70 ที่ตัวตึกไม่ได้สูงมาก แต่ละตึกมีส่วนอาคารยื่นออกมาคลุมทางเท้าและเชื่อมต่อกันไปทุกหลังเหมือนอาคารชิโนยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ยามกลางคืนป้ายไฟนีออนไอโคนิกฮ่องกงยังคงมีให้เห็น ผสมผสานกับศิลปะการออกแบบอักษรชื่อร้านที่ติดถาวรเป็นส่วนหนึ่งของหน้าอาคารแต่ละหลัง
Sarakadee Lite มีโอกาสได้ไปเดินทัวร์ย่าน เกาลูน กับบล็อกเกอร์และนักเขียนสายอาหารชาวฮ่องกง กลอเรีย ชุง (Gloria Chung) ซึ่งกลอเรียบอกว่าถ้าอยากเรียนรู้วัฒนธรรมอาหารการกินของฮ่องกงแบบดั้งเดิม ย่านเกาลูนแห่งนี้ตอบโจทย์มากๆ เพราะหากย้อนไปในช่วงทศวรรษ 1920-1930 ชาวจีนแต้จิ๋วจำนวนมากจากมณฑลกวางตุ้งได้อพยพมาตั้งรกรากในย่าน เกาลูน และนั่นถือเป็นการวางรากฐานวัฒนธรรมแบบแต้จิ๋วให้ฝังรากลึกในย่านนี้
ส่วนปัจจุบันนอกจากอาคารห้องแถวแบบดั้งเดิมแล้ว ก็ยังมีร้านขายวัตถุดิบ ร้านอาหารแต้จิ๋วดั้งเดิม ไปจนถึงร้านคาเฟ่สมัยใหม่ในบรรยากาศความหว่องสไตล์ฮ่องกงยุค 60 แถมนักท่องเที่ยวไม่ค่อยแน่นมาก สามารถเดินไป ชิมไป แวะพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าได้ตลอดทาง ส่วนจะมีพิกัดไหนน่าสนใจให้ตามรอยบ้างนั้น ปักหมุดแล้วตีตั๋วฮ่องกงตามเส้นทางอาหารแต้จิ๋วมาได้เลย
“Lok Hau Fook” ซิกเนเจอร์เมนูแต้จิ๋ว
ประชากรดั้งเดิมของย่าน เกาลูน ส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีนแต้จิ๋ว และถ้าใครต้องการลิ้มรสรสชาติแต้จิ๋วแบบต้นตำรับต้องแวะมาที่ Lok Hau Fook ร้านอาหารที่ตกทอดมาเมนูแต้จิ๋วดั้งเดิมสู่รุ่นที่ 3 ตัวร้านเป็นห้องแถว 3 ชั้น เปิดทำการความอร่อยมาตั้งแต่ ค.ศ.1954 ด้านหน้าร้านยังคงความคลาสสิคของป้ายร้านแบบปูนที่ปั้นติดเข้ากับตัวตึก ส่วนด้านในเป็นโต๊ะกลม มีมุมคลาสสิคเป็นรูปปั้นสีทองรูปมังกรและหงส์ ซึ่งมุมนี้ได้กลายเป็นจุดเช็คอินยอดนิยมประจำอินสตาแกรมของคนฮ่องกง และมุมนี้ยังอยู่ในซีนภาพยนตร์ดังหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น The Mission (1999) Lost in Time (2003) และ Twilight of the Warriors: Walled In (2024)
ในส่วนของเมนูอาหาร ที่นี่เน้นเมนูเต้จิ๋วดั้งเดิมที่เสิร์ฟมาจานใหญ่ แชร์กันเป็นมื้อครอบครัว แนะนำ ออส่วนแต้จิ๋วที่คล้ายหอยทอดแต่มีความกรอบนอก เนื้อแป้งด้านในนุ่มกว่า อีกเมนูคือลูกชิ้นกุ้งทอดที่ดูเหมือนจะเป็นเมนูง่ายๆ แต่ด้วยวัตถุดิบกุ้งที่สดใหม่ทำให้ได้ลูกชิ้นเนื้อเด้งสีเหลืองทอง หรือจะเป็นห่านพะโล้ก็ต้องไม่พลาดไส้ห่านที่กรอบและสะอาดมากๆ ส่วนน้ำพะโล้ก็หอมเทศเครื่องกว่า 20 ชนิด
อีกเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านคือ ไก่ทับทิม (Pomegranate Chicken) เป็นเมนูแต้จิ๋วที่หากินได้ยาก หน้าตาเหมือนถุงทองแต่แทนที่จะใช้เป็นแป้งห่อ ทางร้านใช้ไข่ขาวทอดเป็นแผ่นบางเฉียบ หรือบางแห่งก็จะใช้หนังไก่ ส่วนไส้ข้างในเป็นเนื้อไก่สับ เห็ด หน่อไม้ และกุ้งปรุงรสก่อนจะนำไปนึ่ง และที่ห้ามพลาดจริงๆ คือข้าวต้มหอยนางรม ได้รสชาติสดชื่นของท้องทะเลแบบเต็มคำ
แหล่งร้านชำวัตถุดิบแต้จิ๋ว
สองข้างถนนรอบๆ ตลาด Kowloon City Market ไม่ว่าจะเป็น ถนน Lion Rock ถนน Ngan Tsin Long หรือ ถนน Hau Wong เต็มไปด้วยร้านขายของชำที่ขายวัตถุดิบอาหารแต้จิ๋ว ตั้งแต่เครื่องเทศ ข้าว ธัญพืช อาหารทะเลแห้ง หอยเป๋าฮื้อ เห็ด เต้าหู้ ผักดอง ไปจนถึงซอสท้องถิ่น ใครอยากซื้อซอสแบรนด์ฮ่องกงกลับบ้านแนะนำให้แวะร้านชำบนถนนเส้นนี้ และสำหรับใครที่อยากลองกินลูกชิ้นแต้จิ๋ว ก็มีขายทั้งแบบให้นำไปทำอาหารต่อ และแบบทอดเดี๋ยวนั้นพร้อมกิน หรือจะเป็นพวกกุยช่ายแต้จิ๋วก็มีขายเช่นกัน แถมบางร้านยังใช้เครื่องชั่งแบบจีนโบราณที่ต้องใช้วิธีถ่วงน้ำหนักกันอยู่เลย
“Kowloon City Market” ก้นครัวแต้จิ๋วเริ่มต้นที่นี่
หากพูดถึงตลาดเก่าแก่ในฝั่ง เกาลูน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่อาจจะคุ้นเคยกับตลาดผลไม้ Yau Ma Tei ซึ่งมีอายุกว่า 100 ปีและยังคงเสน่ห์ของโครงสร้างเก่าที่ผสมระหว่างจีนและยุโรป แต่อีกตลาดที่สำคัญและเก่าแก่ไม่แพ้กัน ตลาดสดเกาลูน หรือ Kowloon City Market ซึ่งเป็นตลาดที่ร้านอาหาร หรือครัวเรือนในฮ่องกงต่างมาจับจ่าย โดยเฉพาะครัวอาหารแต้จิ๋ว ตัวอาคาร Kowloon City Marketสร้างขึ้นเพื่อจัดระเบียบร้านค้าแผงลอยแบบดั้งเดิมที่อยู่ริมถนนให้เข้ามาอยู่ในอาคารที่เป็นโครงสร้างคลาสสิคแบบสถาปัตยกรรมในปลายยุค 80 ช่วงเช้าร้านค้าจะเปิดมากกว่าช่วงบ่าย เน้นขายวัตถุดิบ เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ และที่จะขาดไม่ได้สำหรับครัวแต้จิ๋วคืออะหารทะเลสดใหม่
“Tai Wo Tang” คาเฟ่ในบรรยากาศร้านขายยาจีน
อีกร้านที่ฮ็อตมากๆ ในย่านนี้คือ Tai Wo Tang คาเฟ่ที่ยังคงเก็บรักษาบรรยากาศของร้านขายยาจีนเก่าแก่ประจำย่าน เปลี่ยนประวัติศาสตร์ร้านขายยาเก่าแก่ประจำย่านที่เปิดมากว่า 80 ปีเป็นคาเฟ่ ความคลาสสิคของชั้นยาจีนเก่า ประตูเหล็ก เก้าอี้ไม้และป้ายอักษรจีนแบบดั้งเดิมทำให้ที่นี่ถูกใช้เป็นหนึ่งในฉากเคยใช้เป็นบ้านภาพยนตร์ฮ่องกงเรื่อง Dry Wood, Fierce Fire และเป็นจุดถ่ายรูปที่ต้องห้ามพลาดของย่าน ส่วนเมนูก็มีทั้งกาแฟ ชา ขนม รวมไปถึงอาหารหนักท้องอย่าง Egg Waffle & Chicken วาฟเฟิลกินคู่ไก่ทอด จับคู่กับเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ Tai Wo Tang Latte หรือจะเป็นกาแฟโทนิกก็เข้ากัน
Fact File
- ข้อมูลท่องเที่ยวฮ่องกงเพิ่มเติม www.discoverhongkong.com
The post Taste of Kowloon สำรวจวัฒนธรรมอาหารฮ่องกง ผ่านย่านเก่าและรสแต้จิ๋วฉบับ เกาลูน appeared first on SARAKADEE LITE.