โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ระทึก! ชายถูกงูกัด หิ้วถุงงูมาหาหมอ สุดท้ายงูหาย กู้ภัยรื้อรถวุ่น เจอเขียวหางไหม้ซุกใต้เบาะ

77kaoded

อัพเดต 19 เมษายน 2569 เวลา 9.14 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • 77 ข่าวเด็ด

เกิดเหตุระทึกขวัญที่หน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในย่านปากน้ำ สมุทรปราการ เมื่อชายคนหนึ่งถูกงูกัดที่นิ้วโป้งและนิ้วชี้มือขวา เขาได้จับงูใส่ถุงหิ้วขึ้นรถมาโรงพยาบาลเพื่อหวังให้แพทย์รักษาอย่างตรงจุด แต่เมื่อถึงโรงพยาบาลและกำลังจะเปิดถุงให้แพทย์ดู กลับพบว่างูได้หลุดหายไปจากถุง ทำให้ชายคนดังกล่าวหน้าตาตื่นตระหนก คาดว่างูอาจหลุดออกมาในรถระหว่างเดินทางมาโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการจึงต้องเร่งค้นหางูในรถยนต์คันดังกล่าว

น.ส.ไก่ อายุ 61 ปี แฟนของผู้ถูกงูกัด เล่าว่า งูที่กัดมีหางสีน้ำตาลแดง และไม่แน่ใจว่าเป็นงูชนิดใด จึงรีบพาแฟนมาโรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบสายพันธุ์และเตรียมเซรุ่ม ขณะที่มาถึงโรงพยาบาล เธอได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อแฟนพยายามจะโชว์ถุงงูให้ดู กลับพบว่าว่างูได้หายไปแล้ว เธอยังเล่าว่าก่อนหน้านี้ตนเห็นหัวงูสีเขียวแบนๆ แต่ไม่เห็นหาง งูตัวดังกล่าวพบในกระถางต้นไม้ของแม่ที่บ้าน ซึ่งเธอเองก็เคยเจองูประเภทนี้บ่อยๆ และครั้งนี้งูออกมาตอนที่เธอกำลังรดน้ำต้นไม้ จึงโทรเรียกแฟนให้มาดูและถูกงูกัดในที่สุด ขณะนี้แพทย์กำลังรอดูอาการของคนไข้ และระบุว่าต้องเห็นตัวงูก่อนจึงจะฉีดเซรุ่มได้ ซึ่งมือของคนไข้มีอาการบวม

ต่อมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ ได้เข้าตรวจสอบรถยนต์นิสสัน มาร์ช ของคนไข้อย่างละเอียด ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงพบตัวงูที่ซ่อนตัวอยู่ภายในรถ ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็น "งูเขียวหางไหม้" ความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ซึ่งเป็นงูมีพิษ เจ้าหน้าที่ได้นำงูใส่ภาชนะที่มิดชิดเพื่อนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ส่วนอาการของคนไข้ ปลอดภัยดีและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดแล้ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยกล่าวว่า งูอาจกัดถุงขาดและหลุดออกมาในรถได้ ซึ่งจากการสังเกตเบื้องต้นจากรูปถ่าย คิดว่าเป็นงูเขียวหางไหม้ที่มีพิษ

📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...