โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พาณิชย์ย้ำสต็อกปุ๋ยพอใช้ คุมเข้มราคาขายทั่วประเทศ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กรมการค้าภายในยืนยันปุ๋ยเคมีในประเทศยังมีเพียงพอ โดยเฉพาะยูเรีย 46-0-0 พร้อมกระจายแหล่งนำเข้า ลดพึ่งพาตะวันออกกลาง และคุมเข้มราคาจำหน่าย ป้องกันกักตุน-ขายพ่วงช่วงฤดูเพาะปลูก

กรมการค้าภายในยืนยันสถานการณ์ปุ๋ยเคมีในประเทศยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจส่งผลต่อการค้าและการขนส่งในตลาดโลก โดยได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดทั้งด้านปริมาณสินค้า แหล่งนำเข้า และระดับราคาจำหน่าย เพื่อให้เกษตรกรยังเข้าถึงปุ๋ยได้อย่างเพียงพอและเป็นธรรม

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังสินค้าปุ๋ยเคมีของผู้จำหน่ายรายใหญ่ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่บริษัท เจียไต๋ จำกัด และปุ๋ยไวกิ้ง ในอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศูนย์เก็บและกระจายปุ๋ยขนาดใหญ่ของประเทศ เพื่อตรวจสอบปริมาณสต็อกในช่วงฤดูเพาะปลูก

ผลการตรวจสอบพบว่า ปุ๋ยเคมียังมีอยู่ในปริมาณมาก โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 ขณะที่ผู้ประกอบการยังมีแผนนำเข้าสินค้าเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเติมสต็อกและรองรับความต้องการใช้ในภาคเกษตรทั้งช่วงเตรียมเพาะปลูกและฤดูกาลผลิตถัดไป กรมการค้าภายในจึงขอให้เกษตรกรมั่นใจว่า ยังไม่มีความจำเป็นต้องเร่งซื้อหรือกักตุนสินค้า

นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังได้หารือร่วมกับ 3 สมาคมปุ๋ย ได้แก่ สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย และสมาคมคนไทยธุรกิจการเกษตร รวมถึงผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายรายสำคัญ เพื่อประเมินแนวทางบริหารซัพพลายและรับมือความผันผวนของตลาดโลก โดยทุกฝ่ายยืนยันตรงกันว่า ปัจจุบันสต็อกปุ๋ยในโรงงานและคลังสินค้ายังอยู่ในระดับเพียงพอ และการสั่งซื้อแม่ปุ๋ยยังดำเนินการได้ตามปกติ

ในด้านการจัดหา กรมฯ เดินหน้ากระจายความเสี่ยงด้วยการเพิ่มแหล่งนำเข้าจากหลายประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดตะวันออกกลาง โดยขณะนี้ไทยยังนำเข้าปุ๋ยยูเรียจากซาอุดีอาระเบียและมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง ขณะที่มาเลเซียและบรูไนยังสามารถส่งออกได้ตามปกติ นอกจากนี้ ไทยยังมีทางเลือกนำเข้าจากหลายภูมิภาค ทั้งโอมาน จีน รัสเซีย แคนาดา เกาหลีใต้ รวมถึงประเทศในยุโรปและอาเซียน ทำให้ระบบจัดหาสินค้ายังมีความยืดหยุ่น หากสถานการณ์โลกยืดเยื้อก็ยังสามารถหาแหล่งทดแทนได้

กรมการค้าภายในยังประสานกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศทั้ง 58 แห่ง เร่งสำรวจแหล่งนำเข้าปุ๋ยใหม่ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน พร้อมผลักดันการเพิ่มปริมาณนำเข้าจากมาเลเซียและบรูไน รวมถึงเร่งหารือกับจีนเพื่อผ่อนคลายมาตรการและเพิ่มการส่งออกปุ๋ยฟอสเฟตมายังไทย

ส่วนการกำกับดูแลราคา กรมฯ ระบุว่าได้ติดตามโครงสร้างราคาปุ๋ยอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง และสั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายอย่างเข้มงวด หลังพบว่าร้านค้าบางแห่งมีการปรับราคาขึ้นกระสอบละ 50-100 บาท ทั้งที่ผู้ผลิตยืนยันว่า สินค้าจากสต็อกเดิมยังจำหน่ายในราคาเดิม

กรมการค้าภายในจึงกำชับผู้ประกอบการอย่างชัดเจนว่า ห้ามจำกัดการขาย ห้ามกักตุนสินค้า และห้ามขายพ่วงปุ๋ยโดยเด็ดขาด พร้อมเตือนว่าหากฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร จะเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อธิบดีกรมการค้าภายในย้ำว่า ภาครัฐจะติดตามสถานการณ์การค้าโลกและต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการบริหารแหล่งนำเข้าและการควบคุมราคาภายในประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดปุ๋ยและลดภาระต้นทุนให้เกษตรกรในระยะต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...