โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อภิสิทธิ์” เตือน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เสี่ยงเพิ่มความไม่มั่นคงเศรษฐกิจ ซัดรัฐบาลอ้างวิกฤตเกินจริง หวั่นใช้เงินหวังผลการเมืองมากกว่าแก้ปัญหาต้นเหตุ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 13 พ.ค. เวลา 05.45 น.

"อภิสิทธิ์" แนะ รบ. ฟังข้อเสนอประชาธิปัตย์ เลิกกู้เงิน 4 แสนล้าน-หยุดนโยบาย “รถพุ่มพวง” แก้เศรษฐกิจผิดจุด ฟาด รัฐบาลใช้วาทะกรรมรัฐบาล “คนอื่นก็เคยทำ” ใช้ไม่ได้ เหตุสถานการณ์ต่าง ชี้ กู้ 4 แสนล้านทำสุ่มเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ย้ำลดภาษีสรรพสามิต - เก็บภาษีลาภลอย ลดราคาน้ำมันได้โดยไม่สร้างหนี้ให้ลูกหลาน เตือน ทำโครงการอัดเงินระยะสั้นซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อ

วันที่ 13 พ.ค. 69 ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวเตือนวิกฤตจากพ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาทว่า การตราพระราชกำหนดเป็นมาตรการซึ่งเป็นข้อยกเว้นในการถ่วงดุลอำนาจของระบอบประชาธิปไตย ในการให้อำนาจรัฐบาลไปดำเนินการกู้เงินและใช้จ่ายเงินโดยไม่ต้องส่งรายละเอียดให้รัฐสภาดำเนินการตรวจสอบก่อน จึงกระทำได้แค่บางสถานการณ์เท่านั้น โดยส่วนตัวมั่นใจว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเข้าใจแน่นอนว่าความมั่นคงทางเศรษฐกิจมุ่นเน้นการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจซึ่งเป็นคนละเรื่องกับคำว่าเศรษฐกิจขยายตัวมากหรือน้อย

นายอภิสิทธิ์ ได้ยกตัวอย่างความจำเป็นในการออก พ.ร.ก.กู้เงินของรัฐบาลที่ผ่านมาเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เช่น วิกฤตต้นยำกุ้ง ที่GDP ติดลบ 8 ไตรมาสติดต่อกัน มีหนี้เสีย 52% จนนำไปสู่การเลิกประกอบกิจการของสถาบันการเงินจำนวนมาก ทำให้เกิดความสุ่นเสี่ยงทางเศรษฐกิจ และในสมัยโควิด-19 ที่มีการหยุดกิจการเศรษฐกิจมตามมาตรการด้านสาธารณสุข จึงจำเป็นต้องกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ การพูดว่าในสถานการณ์แบบนี้ก็เคยมีคนกู้ตอนนี้ก็แค่ทำเหมือนกัน อยากให้ดูระบบเศรษฐกิจของไทยเติบโตร้อยละ 1.5 ในขณะที่การส่งออกในเดือนมีนาคมโตขึ้นร้อยละ 19 เมื่อเทียบกับปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน การท่องเที่ยวโตขึ้น 7.2 ดัชนีการบริโภคในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 3.6

“ อยากจะย้ำถึงคำพูดที่ว่าคนอื่นก็เคยทำ ในอดีตก็เคยทำ มันต้องดูว่าสถานการณ์เหมือนกันหรือไม่ ฝนตกพายุหนักจะต้องใส่เสื้อยังไงต้องใช้ร่มหรือไม่ กับการฝนตกปอยๆ แล้วอ้างว่าต้องทำทุกอย่างเหมือนกัน มันไม่ใช่ ซึ่งจากตัวเลขล่าสุดที่เรามีจากการแถลงของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เปิดเผยตัวเลขทางเศรษฐกิจหลังสงครามตะวันออกกลางผ่านหนึ่งเดือน มีตรงไหนที่บ่งบอกว่าเศรษฐกิจไม่มั่นคง” นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การที่รองนายกรัฐมนตรีบอกว่ารัฐบาลเป็นผู้พิจารณาเรื่องความจำเป็นเร่งด่วน เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ด้วยความหวังและความเชื่อว่ารัฐบาลจะใช้สิทธิ์นั้นโดยสุจริต แต่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจกับความจำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉินต้องควบคู่กัน ซึ่งในรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้หลายมาตราว่ารัฐบาลต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายวินัยการเงินการคลังด้วย ดังนั้นหากมีการละเมิดเรื่องนี้ฝ่ายค้านก็จะดำเนินการตรวจสอบตามกลไกของรัฐธรรมนูญ

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่าเมื่อมีการกู้เงินแล้วจะทำให้เศรษฐกิจมั่นคงจริงหรือไม่ โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจ้งต่อสภา ว่าแบ่งเงินที่มาจากการกู้ออกเป็น 2 ก้อน โดย 2 แสนล้านบาท เป็นการเยียวยาและอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ภายใน 4 เดือน จึงถามว่าถ้าวิกฤตินานกว่า 4 เดือนจะทำอย่างไร เพราะหนี้กำลังจะชนเพดาน และครั้งนี้ต่างจากครั้งอื่นมีการเตือนว่า จะเกิดเงินเฟ้อ ดังนั้นการแจกเงินในระยะเวลาอันสั้นมีแต่จะซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อจากสินค้าที่ราคาแพงขึ้น

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้เกิดขึ้นจากต้นทุน ฝ่ายค้านจึงเสนอให้ลดภาษีหรือยกเว้นภาษีสรรพสามิต คาดว่าจะช่วยให้ราคาน้ำมันดีเซลลดลงเหลือ 33 บาท ซึ่งจะเป็นการช่วยที่ต้นตอของปัญหา ภายในสี่เดือนใช้เงินแค่สองในสามหรือหนึ่งในสี่ของ 2 แสนล้านบาท ที่รัฐบาลจะใช้ หากรัฐบาลมองว่าวิธีนี้ไม่ใช่การพุ่งเป้าตนอยากถามว่า 30,000,000 คน เป็นการพุ่งเป้าอย่างไร ตนเห็นว่าควรเป็นคนที่เดือดร้อนที่สุดก่อนไม่ใช่คนที่โทรศัพท์ดีสุดหรือเน็ตเร็ว อยากให้อธิบายว่ามาตรการนี้เป็นการฉวยโอกาสอ้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจเพื่อทำนโยบายหาเสียงบวกกับโครงการขนาดใหญ่ หรือไม่

นอกจากนี้ฝ่ายค้านยังเสนอให้เก็นภาษีลาภลอย นอกจากราคาน้ำมันจะลดเหลือ 30 บาทแล้วรัฐบาลยังสามารถเก็บรายได้เพิ่มเติมได้ อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยกับการเติมเงินให้กับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อพุ่งเป้าไปที่ผู้มีรายได้น้อย แต่รัฐบาลสามารถใช้วิธีการโอนงบประมาณได้ ซึ่งเราไม่เชื่อว่าจะสามารถโอนงบได้แค่ 20,000 - 30,000 ล้านบาท แต่เป็นเพราะรัฐบาลไม่จริงใจในการไปตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของแต่ละหน่วยงาน

ส่วนอีก 2 แสนล้านบาท เป็นการเปลี่ยนผ่านพลังงานเพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งในส่วนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจเลย และในทางปฏิบัติก็ไม่ถูกต้องที่จะเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานเพราะยังไม่มีการแก้ปัญหาพื้นฐาน อย่างการเดินสายส่งของการไฟฟ้าเลย ซึ่งสงสัยว่าการที่รัฐบาลมุ่งเน้นเรื่องโซลาร์เซลล์หรือยานยนต์ไฟฟ้าจะเป็นการเปลี่ยนผ่านที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศไทยน้อยญมากเพราะล้วนแต่พึ่งท้อเทคโนโลยีของต่างประเทศและมีโอกาสสูงที่จะไปสนับสนุนการนำเข้า

พรรคประชาธิปัตย์มั่นใจว่าประชาชนเดือดร้อน แต่เราก็มั่นใจว่ามีวิธีที่ถูกและชอบตามรัฐธรรมนูญถูกต้องตามกฎหมายและถูกต้องตามหลัก เศรษฐศาสตร์ที่จะช่วยเหลือได้โดยไม่ต้องกู้เงินเพราะการกู้เงินครั้งนี้ สร้างความเสี่ยงหรือเพิ่มความไม่มั่นคงให้กับระบบเศรษฐกิจและสุ่มเสี่ยงต่อการฉกฉวยโอกาสการทำโครงการเพื่อประโยชน์ทางการเมือง

เมื่อถามว่าท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ที่ไม่ได้สนใจเสียงคัดค้านจากพรรคฝ่ายค้านเรื่องการออก พ.ร.ก.เงินกู้ มีมุมมองอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แม้ว่ารัฐบาลจะมีการตราพระราชกำหนดไปแล้ว กฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว การโต้แย้งของฝ่ายค้านก็เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย แต่สำหรับตนถ้าหากรัฐบาลฟังพวกเราในวันนี้และเปลี่ยนใจ ถึงแม้ว่าจะมีอำนาจในการกู้เงินแต่เลือกที่จะไม่กู้ และไปลดราคาน้ำมัน ลดราคาสินค้าให้กับประชาชนในตอนนี้ รวมถึงใช้งบประมาณเท่าที่จำเป็นในการดูแลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ดีโดยการทำ พ.ร.บ.โอนงบประมาณ 2570 ตนเชื่อว่ามันจะดีกับทุกคนจะดีกับประชาชนที่เดือดร้อนที่ได้แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ต้องไปสร้างหนี้ให้ลูกหลาน และนายกฯไม่ต้องมาขับรถพุ่มพวง ควรจะแก้ไขที่ต้นเหตุจะได้ทำให้ทุกฝ่ายสามารถเดินหน้าได้โดยไม่สร้างภาระ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...