โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

"ปตท.” กู้วิกฤติพลังงาน บทพิสูจน์เสียสละเพื่อชาติ

ทันหุ้น

อัพเดต 25 เม.ย. เวลา 09.10 น. • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

#ปตท. #ทันหุ้น – สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือขนส่งพลังงานสำคัญของโลกอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันในสัดส่วนที่สูงต้องตกอยู่ในภาวะความเสี่ยงครั้งใหญ่

แต่เบื้องหลังความมั่นคงที่ไทยยังมีพลังงานใช้ไม่ขาดมือ คือ การทำงานอย่างหนักของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. ที่กำลังเร่งบริหารจัดการความมั่นคงพลังงานเชิงรุกอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะมีน้ำมันใช้ต่อเนื่อง

@ ความมั่นคงต้องมาก่อน

นาทีนี้การดำเนินงานของ ปตท. ไม่ใช่เพียงการทำธุรกิจตามปกติ แต่คือ “การรักษาความมั่นคงทางพลังงาน” เพื่อไม่ให้เกิด “ภาวะขาดแคลน” ในประเทศ

โดยได้ยกระดับมาตรการบริหารจัดการน้ำมันดิบ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านการขนส่งที่อาจหยุดชะงัก ทั้งการติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมกับปรับแผนการจัดหาน้ำมันดิบนอกพื้นที่ขัดแย้งทันที

ย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้นของวิกฤติ เรือบรรทุกน้ำมันดิบ Serifos ปริมาณ 2 ล้านบาร์เรลของ ปตท. ต้องติดค้างบริเวณท่าเรือชาร์จาห์ ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2569 ปตท. ไม่รอช้าที่จะตัดสินใจจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นมาทดแทนทันที โดยอาศัยศักยภาพของเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลก เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศต้องเผชิญความเสี่ยงด้านพลังงาน

@ ปตท. ยักษ์เทรดโลก

สาเหตุที่ ปตท. สามารถจัดหาน้ำมันมาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปได้ทันท่วงที มาจากเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง

สถานะในปัจจุบันจึงไม่ได้เป็นแค่เพียงผู้จัดหาน้ำมันอย่างแต่ก่อน แต่คือ บริษัทเทรดดิ้งน้ำมันข้ามชาติ มีการค้าต่อวัน 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงกว่ากำลังการผลิตในประเทศที่ 680,000 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยมีโมเดล “Out-Out” หรือ การซื้อจากประเทศหนึ่งไปขายให้อีกประเทศหนึ่งโดยไม่ผ่านไทย เป็นท่าไม้ตายสำคัญ ที่ช่วยให้ ปตท. สามารถเปลี่ยนเส้นทางพลังงานที่กำลังจะส่งไปขายต่างประเทศ ให้กลับเข้าสู่ประเทศไทยได้ทันทีในภาวะฉุกเฉิน

ด้วยปริมาณการค้าแบบ Out-Out ที่สูงถึง 15 ล้านบาร์เรลต่อเดือน จึงสามารถชดเชยการนำเข้าจากช่องแคบฮอร์มุซที่หายไปประมาณ 6 ล้านบาร์เรลต่อเดือนได้อย่างสบาย

@ ยอมเสียสละเพื่อชาติ

อย่างไรก็ตามการรักษาความมั่นคงนี้มีราคาที่ต้องจ่าย ปตท. ต้องตัดสินใจซื้อน้ำมันในจังหวะที่ตลาดตึงตัว ซึ่งราคาน้ำมันพุ่งสูงถึง 130 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แม้จะรู้ดีว่ามีความเสี่ยงที่จะขาดทุนในระยะสั้น เมื่อราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงในภายหลัง แต่เพื่อความปลอดภัยของระบบพลังงาน ปตท. ถือว่าต้นทุนนี้คือ “ค่าประกันความมั่นคง” ให้กับคนไทย

นอกเหนือจากส่วนต่างราคาน้ำมัน ปตท. ยังต้องแบกรับภาระด้านสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินมหาศาล รวมแล้วกว่า 230,000 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย หลักประกันการจัดซื้อ 63,000 ล้านบาท เงินทุนหมุนเวียน 137,000 ล้านบาท เงินค้างชำระจากกองทุนน้ำมัน 35,000 ล้านบาท

ภาระเหล่านี้ส่งผลให้เกิดต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นกว่า 7,000 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดนี้ ปตท. ยอมแบกรับไว้เองโดยไม่ส่งผ่านไปยังราคาน้ำมันให้เป็นภาระของผู้บริโภค

ทั้งหมดที่ ปตท. ดำเนินการมา คือเครื่องพิสูจน์ถึงบทบาท “บริษัทพลังงานแห่งชาติ” ที่ยอมเสียสละกำไรและแบกรับความเสี่ยง ดั่งเกราะป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจประเทศต้องหยุดชะงัก!

การบริหารของ ปตท. พิสูจน์แล้วว่า ไม่ใช่มองแค่เรื่องของตัวเลขในงบการเงิน แต่เมื่อเกิด “วิกฤติ” การตัดสินใจยอมเสียเลือดเพื่อสร้างความมั่นใจด้านพลังงาน อันเป็นการรักษาลมหายใจของประชาชน ให้เดินหน้าต่อไปเป็นสิ่งสำคัญ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่แสนเปราะบาง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...