โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“นายสิริพงศ์” มอบ 6 นโยบายเรือธง ยกระดับขนส่งทางบก มุ่งลดค่าครองชีพ - หนุน EV - จัดระเบียบรถผ่านแอปฯ ก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัล

สวพ.FM91

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“นายสิริพงศ์” มอบ 6 นโยบายเรือธง ยกระดับขนส่งทางบก มุ่งลดค่าครองชีพ - หนุน EV - จัดระเบียบรถผ่านแอปฯ ก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัล

(24 เมษายน 2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เข้ามอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้กำกับดูแล ขบ. เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม โดยมีนายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายสืบพงษ์ ไพศาลวัฒนา ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางบก ร่วมคณะ และนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดี ขบ. พร้อมผู้บริหาร ขบ. ให้การต้อนรับ และรายงานสรุปผลการดำเนินงานที่สำคัญ

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม ภายใต้การนำของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ มีความมุ่งมั่นในการยกระดับระบบขนส่งทางบก จึงได้เข้ามอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของ ขบ. เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับทิศทางของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม โดยมีนโยบายสำคัญ 6 ด้าน ดังนี้

1. ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศเกี่ยวกับการขนส่งทางบก
เร่งขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือประชาชน และกลุ่มเปราะบางเพื่อลดภาระค่าครองชีพอย่างตรงจุด ควบคู่กับการเตรียมแผนบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อรองรับความผันผวนของสถานการณ์โลก นอกจากนี้ ให้เร่งศึกษาแนวทางการกำหนด "กลไกคำนวณอัตราค่าโดยสารอัตโนมัติ" ที่สามารถสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงตามสภาวะเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมสูงสุดต่อทั้งผู้ประกอบการและผู้โดยสาร พร้อมทั้งกำชับให้หน่วยงานให้ความสำคัญกับการสื่อสารเชิงรุก เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และเข้าถึงประชาชนในทุกมิติ

2. ด้านการสนับสนุนพลังงานสะอาด และพลังงานทดแทน
เร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นระบบ โดยศึกษาแนวทางการให้สิทธิประโยชน์เชิงรุก เช่น การยกเว้นภาษีรถประจำปีสำหรับรถ EV ใหม่สูงสุด 5 ปี การปรับลดภาษีเพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้ให้บริการแท็กซี่ EV และการออกแบบแผ่นป้ายทะเบียนเฉพาะสำหรับรถ EV รวมถึงการพิจารณาครอบคลุมถึงรถยนต์ไฮบริด (HEV) เพื่อรักษาสมดุลของฐานการผลิตยานยนต์ในประเทศ นอกจากนี้ ให้เร่งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขข้อจำกัดในการใช้รถ EV อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านเบี้ยประกันภัยที่มีราคาสูง และการซ่อมบำรุง ควบคู่กับการส่งเสริมให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP มาพัฒนาเป็นสถานีอัดประจุไฟฟ้า ตลอดจนเน้นย้ำเรื่องการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของ ขบ. และสถานตรวจสภาพรถเอกชนให้มีความเชี่ยวชาญด้านระบบแบตเตอรี่ และการตรวจสภาพรถ EV เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุดในทุกขั้นตอนการให้บริการ

3. ด้านมาตรการยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน
มุ่งเน้นการยกระดับความปลอดภัยในระบบขนส่งสาธารณะให้เป็นมาตรฐานระดับสูงเทียบเท่าอุตสาหกรรมการบิน โดยเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย และกำหนดให้มีมาตรการแนะนำข้อมูลความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารก่อนการเดินทางทุกครั้ง พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้บูรณาการการกำกับดูแลรถบรรทุก ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาระบบการตรวจสภาพรถให้มีความสะดวกและรวดเร็ว เพื่อลดภาระของผู้ประกอบการ โดยยังคงรักษามาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดในการสงวนสิทธิ์ใบอนุญาตขับรถสาธารณะสำหรับคนไทยเท่านั้น

4. ด้านการยกระดับรถโรงเรียนมาตรฐานสากล
ให้ความสำคัญสูงสุดกับสวัสดิภาพ และความปลอดภัยของเยาวชนเป็นวาระเร่งด่วน โดยมีเป้าหมายในการบูรณาการรถรับส่งนักเรียนที่ยังอยู่นอกระบบ ให้เข้าสู่กระบวนการกำกับดูแลอย่างถูกต้อง เพื่อให้รถทุกคันผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ ให้นำบทเรียนจากเหตุการณ์ฉุกเฉินในอดีตมาวิเคราะห์เพื่อยกระดับมาตรการเชิงรุก โดยกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุดสำหรับรถทัศนศึกษา

5. ด้านการกำกับดูแลรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันอย่างเป็นระบบ
กำหนดเป้าหมายเร่งด่วนในการจัดระเบียบรถรับจ้างผ่านแอปฯ ให้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลา 4 เดือน ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนที่มุ่งเน้นความสะดวกในการเดินทาง และมาตรฐานความปลอดภัยเป็นสำคัญ ตลอดจนเป็นการลดข้อจำกัด และบรรเทาภาระของผู้ขับขี่ที่ต้องการหารายได้เสริม ให้สามารถประกอบอาชีพภายใต้กรอบของกฎหมายได้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

6. ด้านการต่อยอดการพัฒนาระบบดิจิทัลภาครัฐ (Digital Government)
มุ่งเดินหน้าพัฒนาการให้บริการประชาชนสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยริเริ่มนำเทคโนโลยีเครื่องจำลองการขับขี่ (Simulator) ที่มีความสมจริงระดับสูง มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการทดสอบ และประเมินศักยภาพผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถขนาดใหญ่ และรถโดยสารสาธารณะ เพื่อให้ผลการประเมินมีความแม่นยำ นอกจากนี้ ได้สั่งการให้นำเทคโนโลยีมาบูรณาการ เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานในทุกมิติ โดยมุ่งลดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ซ้ำซ้อน อันจะนำไปสู่การให้บริการประชาชนที่รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นมิตรต่อประชาชนอย่างแท้จริง

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานในจุดบริการสำคัญของ ขบ. เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน และยกระดับการให้บริการประชาชนอย่างใกล้ชิด เริ่มจากการตรวจเยี่ยมกระบวนการตรวจสภาพรถ ณ อาคาร 6 โดยกำชับให้ปฏิบัติตามมาตรฐานทางวิศวกรรมยานยนต์อย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัยสูงสุด และสอดรับกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม จากนั้นได้เดินทางไปยัง “จุดลงทะเบียนผู้ประกอบการขนส่ง DLT พร้อมซัปพอร์ต” ณ อาคาร 3 เพื่อพบปะพูดคุยกับผู้ประกอบการรถโดยสารและรถบรรทุก พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก และให้คำแนะนำอย่างเต็มที่เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงสิทธิเยียวยาจากผลกระทบความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงได้อย่างรวดเร็ว และเป็นธรรมตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด ตลอดจนเข้าตรวจเยี่ยมกระบวนงานการออกใบอนุญาตขับรถแบบครบวงจร ณ อาคาร 4 ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจเอกสาร การอบรม ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ไปจนถึงการถ่ายรูปออกใบอนุญาต เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประชาชนจะได้รับบริการที่สะดวก และรวดเร็ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...