“นายสิริพงศ์” มอบ 6 นโยบายเรือธง ยกระดับขนส่งทางบก มุ่งลดค่าครองชีพ - หนุน EV - จัดระเบียบรถผ่านแอปฯ ก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัล
“นายสิริพงศ์” มอบ 6 นโยบายเรือธง ยกระดับขนส่งทางบก มุ่งลดค่าครองชีพ - หนุน EV - จัดระเบียบรถผ่านแอปฯ ก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัล
(24 เมษายน 2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เข้ามอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้กำกับดูแล ขบ. เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม โดยมีนายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายสืบพงษ์ ไพศาลวัฒนา ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางบก ร่วมคณะ และนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดี ขบ. พร้อมผู้บริหาร ขบ. ให้การต้อนรับ และรายงานสรุปผลการดำเนินงานที่สำคัญ
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม ภายใต้การนำของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ มีความมุ่งมั่นในการยกระดับระบบขนส่งทางบก จึงได้เข้ามอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของ ขบ. เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับทิศทางของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม โดยมีนโยบายสำคัญ 6 ด้าน ดังนี้
1. ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศเกี่ยวกับการขนส่งทางบก
เร่งขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือประชาชน และกลุ่มเปราะบางเพื่อลดภาระค่าครองชีพอย่างตรงจุด ควบคู่กับการเตรียมแผนบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อรองรับความผันผวนของสถานการณ์โลก นอกจากนี้ ให้เร่งศึกษาแนวทางการกำหนด "กลไกคำนวณอัตราค่าโดยสารอัตโนมัติ" ที่สามารถสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงตามสภาวะเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมสูงสุดต่อทั้งผู้ประกอบการและผู้โดยสาร พร้อมทั้งกำชับให้หน่วยงานให้ความสำคัญกับการสื่อสารเชิงรุก เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และเข้าถึงประชาชนในทุกมิติ
2. ด้านการสนับสนุนพลังงานสะอาด และพลังงานทดแทน
เร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นระบบ โดยศึกษาแนวทางการให้สิทธิประโยชน์เชิงรุก เช่น การยกเว้นภาษีรถประจำปีสำหรับรถ EV ใหม่สูงสุด 5 ปี การปรับลดภาษีเพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้ให้บริการแท็กซี่ EV และการออกแบบแผ่นป้ายทะเบียนเฉพาะสำหรับรถ EV รวมถึงการพิจารณาครอบคลุมถึงรถยนต์ไฮบริด (HEV) เพื่อรักษาสมดุลของฐานการผลิตยานยนต์ในประเทศ นอกจากนี้ ให้เร่งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขข้อจำกัดในการใช้รถ EV อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านเบี้ยประกันภัยที่มีราคาสูง และการซ่อมบำรุง ควบคู่กับการส่งเสริมให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP มาพัฒนาเป็นสถานีอัดประจุไฟฟ้า ตลอดจนเน้นย้ำเรื่องการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของ ขบ. และสถานตรวจสภาพรถเอกชนให้มีความเชี่ยวชาญด้านระบบแบตเตอรี่ และการตรวจสภาพรถ EV เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุดในทุกขั้นตอนการให้บริการ
3. ด้านมาตรการยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน
มุ่งเน้นการยกระดับความปลอดภัยในระบบขนส่งสาธารณะให้เป็นมาตรฐานระดับสูงเทียบเท่าอุตสาหกรรมการบิน โดยเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย และกำหนดให้มีมาตรการแนะนำข้อมูลความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารก่อนการเดินทางทุกครั้ง พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้บูรณาการการกำกับดูแลรถบรรทุก ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาระบบการตรวจสภาพรถให้มีความสะดวกและรวดเร็ว เพื่อลดภาระของผู้ประกอบการ โดยยังคงรักษามาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดในการสงวนสิทธิ์ใบอนุญาตขับรถสาธารณะสำหรับคนไทยเท่านั้น
4. ด้านการยกระดับรถโรงเรียนมาตรฐานสากล
ให้ความสำคัญสูงสุดกับสวัสดิภาพ และความปลอดภัยของเยาวชนเป็นวาระเร่งด่วน โดยมีเป้าหมายในการบูรณาการรถรับส่งนักเรียนที่ยังอยู่นอกระบบ ให้เข้าสู่กระบวนการกำกับดูแลอย่างถูกต้อง เพื่อให้รถทุกคันผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ ให้นำบทเรียนจากเหตุการณ์ฉุกเฉินในอดีตมาวิเคราะห์เพื่อยกระดับมาตรการเชิงรุก โดยกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุดสำหรับรถทัศนศึกษา
5. ด้านการกำกับดูแลรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันอย่างเป็นระบบ
กำหนดเป้าหมายเร่งด่วนในการจัดระเบียบรถรับจ้างผ่านแอปฯ ให้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลา 4 เดือน ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนที่มุ่งเน้นความสะดวกในการเดินทาง และมาตรฐานความปลอดภัยเป็นสำคัญ ตลอดจนเป็นการลดข้อจำกัด และบรรเทาภาระของผู้ขับขี่ที่ต้องการหารายได้เสริม ให้สามารถประกอบอาชีพภายใต้กรอบของกฎหมายได้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน
6. ด้านการต่อยอดการพัฒนาระบบดิจิทัลภาครัฐ (Digital Government)
มุ่งเดินหน้าพัฒนาการให้บริการประชาชนสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยริเริ่มนำเทคโนโลยีเครื่องจำลองการขับขี่ (Simulator) ที่มีความสมจริงระดับสูง มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการทดสอบ และประเมินศักยภาพผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถขนาดใหญ่ และรถโดยสารสาธารณะ เพื่อให้ผลการประเมินมีความแม่นยำ นอกจากนี้ ได้สั่งการให้นำเทคโนโลยีมาบูรณาการ เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานในทุกมิติ โดยมุ่งลดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ซ้ำซ้อน อันจะนำไปสู่การให้บริการประชาชนที่รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นมิตรต่อประชาชนอย่างแท้จริง
ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานในจุดบริการสำคัญของ ขบ. เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน และยกระดับการให้บริการประชาชนอย่างใกล้ชิด เริ่มจากการตรวจเยี่ยมกระบวนการตรวจสภาพรถ ณ อาคาร 6 โดยกำชับให้ปฏิบัติตามมาตรฐานทางวิศวกรรมยานยนต์อย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัยสูงสุด และสอดรับกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม จากนั้นได้เดินทางไปยัง “จุดลงทะเบียนผู้ประกอบการขนส่ง DLT พร้อมซัปพอร์ต” ณ อาคาร 3 เพื่อพบปะพูดคุยกับผู้ประกอบการรถโดยสารและรถบรรทุก พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก และให้คำแนะนำอย่างเต็มที่เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงสิทธิเยียวยาจากผลกระทบความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงได้อย่างรวดเร็ว และเป็นธรรมตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด ตลอดจนเข้าตรวจเยี่ยมกระบวนงานการออกใบอนุญาตขับรถแบบครบวงจร ณ อาคาร 4 ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจเอกสาร การอบรม ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ไปจนถึงการถ่ายรูปออกใบอนุญาต เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประชาชนจะได้รับบริการที่สะดวก และรวดเร็ว