โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

วิกฤตในคราวนี้…สามัคคีคือพลัง

ไทยโพสต์

อัพเดต 26 เมษายน 2569 เวลา 7.15 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ด้วยความรักและความห่วงใยบ้านเมือง เมื่อเราติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองเรา ก็จะเห็นว่าบ้านเมืองเรากำลังเผชิญกับวิกฤตทั้งศึกนอกและศึกในที่พวกเราต้องสามัคคีและร่วมมือกันในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้ ศึกนอกที่กระทบกับประเทศไทยของเราเช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลกคือ ความขัดแย้งจนกลายเป็นสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ส่งผลให้เกิดวิกฤตเรื่องน้ำมันขาดแคลนและราคาแพง ส่งผลให้ราคาสินค้าแพงขึ้นเพราะต้นทุนด้านพลังงานและด้านการขนส่ง ประชาชนเดือดร้อนทั้งฝ่ายผู้ผลิตที่สร้างอุปทาน และฝ่ายผู้บริโภคที่เป็นผู้สร้างอุปสงค์ วิกฤตครั้งนี้เปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลทั้งนักการเมืองฝ่ายค้าน FC หรือ

ด้อมของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน และสื่อมวลชนที่เชียร์พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ออกมาถล่มรัฐบาลปานประหนึ่งว่ารัฐบาลเป็นคนทำให้น้ำมันราคาแพง แกล้งไม่รู้ว่าสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านต่างหากที่ทำให้น้ำมันราคาแพง ถ้าจะต่อว่ารัฐบาลก็ควรจะต่อว่าเรื่องการแก้ไขปัญหาไม่ถูกต้อง และมีข้อพิรุธเรื่องความโปร่งใส ถ้าหากเป็นฝ่ายค้านที่ห่วงใยประชาชนอย่างแท้จริงควรจะแนะนำวิธีการแก้ปัญหา มากกว่าการก่นด่า เหมือนจะไล่รัฐบาล มีการกระทำเป็นฝ่ายแค้นที่ไม่ได้เป็นรัฐบาลมากกว่าเป็นฝ่านค้านที่ท้วงติงรัฐบาลเพื่อประโยชน์ของประชาชน

อีกวิกฤตหนึ่งที่เกิดจากศึกนอกก็คือ ความขัดแย้งกับกัมพูชาที่ทำตัวเป็นโจรปล้นแผ่นดิน และพยายามอ้างว่าประเทศไทยขโมยวัฒนธรรมของตนเอง โดยเฉพาะทรัพยากรที่เป็นทุนสำหรับการทำยุทธศาสตร์ soft power ของเรา ทั้ง Food, Fashion, Fight, Film และ Festival แม้แต่สิ่งที่ UNESCO จะประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งที่กัมพูชาพยายามจะอ้างเป็นของตนให้เป็นมรดกโลกแล้ว ก็มิวายที่พยายามจะอ้างว่าสิ่งต่างๆ เหล่านั้นเป็นของกัมพูชา ทั้งดินแดนและวัฒนธรรม เกิดสงคราม 3 เรื่อง คือ สงครามทางการทหาร สงครามทางการทูตและการต่างประเทศ และสงครามข่าวสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงคราม cyber คือการโพสต์ข้อความฟ้องชาวโลกผ่าน social media

สงครามทางการทหาร เราชนะ เพราะแสนยานุภาพทางกองทัพ กัมพูชาสู้เราไม่ได้ และทหารของเราเข้มแข็งทั้งการรบและจิตใจที่รักชาติรักแผ่นดิน ที่จะไม่ยอมเสียดินแดนของไทยให้กัมพูชาแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ประชาชนจำนวนมากสนับสนุนและให้กำลังใจทหารในรูปแบบต่างๆ เป็นขวัญกำลังใจทหารให้สู้อย่างเต็มที่ ไทยเราจึงชนะทางการทหารในทุกสมรภูมิ และเราทำการปิดกั้นพรมแดน ไม่ให้กัมพูชาเข้ามาในประเทศไทย ไม่ว่าทหารที่เป็นโจรปล้นดินแดน พลเรือนที่จะเข้ามาทำงานหรือมาเป็นขอทาน คนป่วยที่ต้องการเข้ามารักษาในโรงพยาบาลของไทย และนักเรียนที่ต้องการมาเรียนในประเทศไทย ชัยชนะของเราครั้งนี้ทำให้กัมพูชาเดือดร้อนหนัก เพราะเขาพึ่งจมูกไทยหายใจมานานแล้ว เมื่อพึ่งต่อไปไม่ได้ พวกเขาก็เดือดร้อนหนัก พ่ายแพ้อย่างชัดเจน

สงครามทางการทูตและการต่างประเทศ เราก็ชนะด้วยความสามารถและวิธีการต่อสู้ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมืออาชีพ และข้าราชการของกระทรวง ขณะที่เขมรทำตัวเป็นเด็กช่างฟ้อง เอะอะโวยวายในที่ประชุมนานาชาติ อ้างสิทธิ์เรื่องนั้นเรื่องนี้ ด้วยท่าทีที่โวยวายโดยปราศจากหลักฐานที่แท้จริงและหนักแน่น รัฐมนตรีของเรามีท่าทีสุขุม สง่างาม พูดจามีเหตุมีผล พร้อมหลักฐานทางเอกสารและประวัติศาสตร์ที่ทำให้นานาประเทศเชื่อไทยมากกว่ากัมพูชา และมองกัมพูชาเป็นชาติที่โกหก เป็นเมืองหลวงของอาชญากรรม จนเรียกกัมพูชาว่าเป็น Scambodia ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของประเทศด้วยอาชญากรรม ทั้ง scammer, call center ลวงโลก, ค้ามนุษย์ ยาเสพติด และบ่อนการพนัน ไทยเราได้ทำให้นานาประเทศรู้เช่นเห็นชาติความเป็นอันธพาลบนแผ่นดิน และปลิ้นปล้อนโกหกตอแหลจนไม่มีใครอยากจะคบหาและช่วยเหลือ

ขณะที่เราชนะสงครามทางการทหาร การทูตและการต่างประเทศ แต่เราแพ้สงคราม cyber เพราะเราด่ากันเอง ฝ่ายค้านทึ่งนักการเมือง FC ที่เป็นด้อม สื่อมวลชนที่เลือกอยู่ข้างฝ่ายค้าน ทำตัวเป็นฝ่ายแค้นที่สื่อสารเนื้อหาที่ด้อยค่า ด่าทอรัฐบาล โดยไม่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานในเชิงชี้แนะ กลับแซะเรื่องราวส่วยบุคคลที่ไม่เกี่ยวกับผลงาน ทำให้กัมพูชามองเห็นความแตกแยกของเราผ่านเนื้อหาที่ด่าทอกันใน social media เราจะหยุดทะเลาะกัน หันมาสามัคคีกัน ร่วมมือกันฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ได้ไหม ศึกนอกก็หนักแล้ว จะก่อศึกในให้เป็นปัญหาอีกทำไม หยุดเห็นแก่ตัว มาเห็นแก่ชาติบ้างเถอะนะ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...