โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ธรรมนัส’ สั่งลา เกษตรฯ ปุ๋ยแพง ‘อย่างอมืองอเท้า’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 มี.ค. เวลา 09.58 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 09.58 น.
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในระหว่างเป็นประธานเปิดงานสถาปนากรมการข้าว โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้ฝากฝังงานส่งท้ายตำแหน่ง โดยสภาได้มีการคัดเลือกประธานและรองประธานรัฐสภา ซึ่งคาดหมายว่าจะมีการประชุมเพื่อลงมติคัดเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มีนาคม 2569

“สถานการณ์สู้รบตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบต่อต้นทุนภาคการเกษตรโดยตรง อาทิ ราคาน้ำมัน และปุ๋ย ขณะที่เกษตรกรกำลังเจอปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เช่น ราคาข้าวที่กำลังจะออกสู่ตลาดเร็ว ๆ นี้ เป็นสิ่งที่รัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหาร ต้องให้ความสำคัญและต้องทำงานให้หนักกว่าเดิม เพราะเวลานี้ น้ำมันและปุ๋ยมีราคาแพงขึ้น โดยส่วนตัวเชื่อว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนใหม่ มีความสามารถในการขับเคลื่อนแผนงานอยู่แล้ว เพราะเข้าใจว่าเคยเป็นนักธุรกิจ”

ผมพยายามแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯให้ติดตามดูแล ประคองสถานการณ์จนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารจัดการ โดยเฉพาะฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง หากน้ำมันยังแพงก็กระทบเกษตรกรโดยตรง ส่วนงบประมาณกลางได้ถูกนำไปใช้ในเรื่องอื่น ๆ
แล้วจำนวนมาก ปัจจุบันงบประมาณเหลือน้อย ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะดูแลเรื่องนี้ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมัน

ตั้งแต่ที่ผมเข้ามาในปี 2562 และเว้นไปประมาณ 7-8 เดือน และกลับเข้ามาในช่วงปี 2565 จนถึงปัจจุบัน โดยการทำงานที่ผ่านมานั้น ผมเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือเกษตรกร และจากนี้ผู้บริหารกระทรวงที่เริ่มเติบโตขึ้น และเป็นกล้าพันธุ์ที่มีคุณภาพ และไม่อยากให้ใช้วิธี พอเปลี่ยนผู้บริหารระดับรัฐมนตรี และนั่งทำงานในห้องแอร์ ก็นั่งอยู่ในห้องแอร์อยู่อย่างนั้น ทั้งนี้ ควรคำนึงถึงปัญหาที่เราได้สัมผัสจากเกษตรกรและเข้าช่วยเหลือ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องดำเนินการ

กรมการข้าว ซึ่งเป็นกรมที่สำคัญ เกี่ยวข้องกับพี่น้องชาวนาทั่วประเทศ ซึ่งปัญหาที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2562-2569 เราก็พยายามพัฒนา ส่งเสริมเกษตรกรไทย โดยเฉพาะการขยายตลาดข้าวในต่างประเทศ ซึ่งทำโดยกระทรวงพาณิชย์ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ปัญหามีมาก ไม่ใช่แค่สินค้าเกษตร ยังรวมไปถึงพืชไร่ พืชสวน ปศุสัตว์ ประมงเองก็เช่นกัน และสิ่งที่เราพูด “เกษตรผลิต พาณิชย์ขาย”

แต่จากนี้ กระทรวงเกษตรฯอาจจะต้องเปลี่ยนแนวความคิดใหม่ เราต้องทั้งผลิตและช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งเรามีสถาบันการเกษตรที่สามารถจะเป็นเครือข่ายในการจำหน่ายสินค้าเกษตร และการทำโครงการชะลอการขายข้าว ที่ทำมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ราคาที่ดีขึ้น มีการแปรรูปเพิ่มมูลค่า ส่วนโครงการจำนำ โครงการประกันราคาข้าว ไม่สามารถบอกว่าดีหรือไม่ แต่สิ่งที่ทำที่ผ่านมามักเกิดปัญหา

ดังนั้น การทำงานต้องคำนึงความเหมาะสม และที่ผ่านมาก็มีหลายโครงการที่ช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งปีที่ผ่านมาเกษตรกรขายข้าวในราคาที่สูงขึ้น อย่างไรก็ดี ก็ฝากผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ หากจะดำเนินโครงการอะไร อย่าปล่อยให้นาน “งอมืองอเท้า” รอให้กระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ริเริ่ม เพราะปัญหาจะตกมาที่เรา เมื่อราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ฝากให้ผู้บริหารกระทรวงดำเนินการอย่างจริงจังและแก้ไขปัญหาช่วยเหลือเกษตรกร อย่าปล่อยให้มีรอยรั่วจนไม่สามารถแก้ไขได้

“ผมเชื่อว่าการได้คิดได้ทำ นวัตกรรมใหม่เข้ามาช่วยส่งเสริมให้แก่เกษตรกรจะช่วยยกระดับการแข่งขันได้ เพราะเราอยู่ที่เดิม เราก็สู้เพื่อนบ้านไม่ได้ เพราะจะเห็นว่าตอนนี้โดยเฉพาะข้าว อินเดียก็กลับมาส่งออก เวียดนามก็ผลิตเยอะ รวมถึงฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลต้องเจอ ซึ่งภาวะปกติเราก็เจอปัญหามากพออยู่แล้ว แต่ตอนนี้ภัยสงครามตะวันออกกลางกำลังจะถาโถม ปัญหาต่าง ๆ เข้ามาหาเรา จึงฝากครอบครัวกระทรวงเกษตรฯ เข้าช่วยเหลือเกษตรกรที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศต่อไป”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ธรรมนัส’ สั่งลา เกษตรฯ ปุ๋ยแพง ‘อย่างอมืองอเท้า’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...