โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระอัครมเหสี พระมเหสี พระสนมเอก และความรักตลอดพระชนมชีพของรัชกาลที่ 6

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 19 มี.ค. เวลา 12.36 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 08.49 น.

พระอัครมเหสี พระมเหสี พระสนมเอก และความรักตลอดพระชนมชีพ ร.6

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่โดดเด่นเรื่องการริเริ่มและพัฒนาต่อยอด ทั้งยังเชี่ยวชาญเรื่องบทประพันธ์และการแสดง

ทว่าเรื่อง “ความรัก” ของพระองค์กลับไม่ค่อยมีใครรู้มากนัก อาจจะจำกันได้เพียงแค่ “พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี” เนื่องจากเป็นพระภรรยาพระองค์สุดท้ายในรัชกาลที่ 6 ทั้งยังมีพระสูติการ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา พระราชธิดาเพียงพระองค์เดียวของสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี

เมื่อครั้งสมัยรัชกาลที่ 5 สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชมารดาในรัชกาลที่ 6 ทรงหมายมั่นที่จะเลือกสรรผู้หญิงที่เหมาะสมให้กับพระองค์บ้าง อย่างเช่น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล และหม่อมเจ้าทิพรัตนประภา เทวกุล แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ทรงคาดหวัง

จวบจนเมื่อเข้าสู่สมัยรัชกาลที่ 6 ความรักในรัชกาลที่ 6 จึงเริ่มที่ “พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี” (หรือเดิมคือ หม่อมเจ้าหญิงวัลลภาเทวี วรวรรณ) พระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ กับหม่อมอินทร์ วรวรรณ ณ อยุธยา

ใน พ.ศ. 2463 ขณะที่รัชกาลที่ 6 มีพระชนมพรรษา 40 พรรษา ได้ทรงหมั้นกับหม่อมเจ้าหญิงวัลลภาเทวี จากนั้นก็โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็นพระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวีในพระราชพิธีฉัตรมงคล เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน

อย่างไรก็ดี ชีวิตรักของพระองค์ในครั้งนี้ก็จบลง เพราะทรงหมั้นได้เพียง 3 เดือน ก็ทรงถอนหมั้น โดยมีเหตุผลว่า พระราชอัธยาศัยไม่ตรงกัน

พระนางเธอลักษมีลาวัณ

ต่อจากนั้นไม่นาน พระองค์ก็ทรงหมั้นกับหม่อมเจ้าหญิงวรรณพิมล วรวรรณ พระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ และหม่อมหลวงตาด

เหตุที่พระองค์สนพระราชหฤทัยในหม่อมเจ้าหญิงองค์นี้ ก็เป็นเพราะท่านหญิงได้ร่วมแสดงในคณะ“ปรีดาลัย” ซึ่งเป็นของพระบิดาท่านหญิง จนทำให้รัชกาลที่ 6 มีพระราชดำรัสชวนให้ไปแสดงละครในวังร่วมกับพระองค์

ทั้งนี้ท่านหญิงยังโปรดงานอักษร เรื่องกวีนิพนธ์ ไม่ต่างกับรัชกาลที่ 6 จึงทำให้พอจะคุยกันรู้เรื่องในเรื่องเดียวกัน

ต่อมา พระองค์ก็ได้สถาปนาท่านหญิงเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าลักษมีลาวัณ และครั้งสุดท้าย สถาปนาอิสริยยศเป็น พระนางเธอลักษมีลาวัณ

ทว่าด้วยขณะนั้น ราชสำนักสยามและประชาชนต่างก็คาดหวังว่า พระเจ้าอยู่หัวจะต้องมีพระราชโอรสและพระราชธิดา แต่พระนางเธอลักษมีลาวัณ กลับทรงไม่ตั้งพระครรภ์เสียที รัชกาลที่ 6 จึงมีพระราชดำรัสขอแยกทางดำเนินชีวิตกับพระนางเธอฯ

คุณเปรื่อง สุจริตกุล และ คุณประไพ สุจริตกุล

แม้จะทรงมีสัมพันธ์กับพระนางเธอลักษมีลาวัณ แต่ด้วยการมีพระราชโอรส ถือเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ จึงทำให้รัชกาลที่ 6 ทรงรับสตรีจากตระกูลสุจริตกุลทั้ง 2 ท่านเข้ามาเป็นพระสนมเอก นั่นคือ คุณเปรื่อง สุจริตกุล และ คุณประไพ สุจริตกุล

โดยรัชกาลที่ 6 ทรงราชาภิเษกสมรสกับคุณเปรื่อง เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2464 นับเป็นครั้งแรกที่พระมหากษัตริย์ไทยทรงประกอบพิธีราชาภิเษกสมรส และวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2465 รัชกาลที่ 6 จึงทรงราชาภิเษกสมรสอีกครั้งกับคุณประไพ สุจริตกุล น้องสาวของพระสุจริตสุดา

ทั้งยังโปรดเกล้าฯ ให้คุณเปรื่องเป็น พระสุจริตสุดา และโปรดเกล้าฯ ให้คุณประไพ ขึ้นเป็นพระอินทราณี

จนเมื่อพระอินทราณี ตั้งพระครรภ์ รัชกาลที่ 6 ทรงพระโสมนัสมาก จึงมีพระราชประสงค์จะให้พระหน่อนั้นประสูติเป็นเจ้าฟ้า คือประสูติแต่พระภรรยาเจ้า จึงทรงสถาปนาพระอินทราณีขึ้นเป็นพระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2465

ต่อมา รัชกาลที่ 6 ก็ทรงสถาปนาพระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2466

อย่างไรก็ดี สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินีทรงตกพระโลหิตเสียก่อนที่จะมีพระประสูติการ ทั้งยังมีเหตุการณ์ที่ทำให้รัชกาลที่ 6 ไม่โปรดพระราชหฤทัยต่อพระบรมราชินีนัก ทั้งเจ้าจอมสุวัทนา (พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี) ก็มีพระครรภ์แล้ว

รัชกาลที่ 6 จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ออกพระนามสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี เสียใหม่ว่า “สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา” นับเป็นการลดพระอิสริยยศสมเด็จพระราชินีครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย

พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี

เจ้าจอมสุวัทนา (นามเดิมคือ เครือแก้ว อภัยวงศ์หรือติ๋ว) เป็นนางในที่ตามเสด็จรัชกาลที่ 6 เมื่อครั้งเสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ตลอดจนแหลมมลายู ใน พ.ศ. 2468

ต่อมา รัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ สถาปนาเจ้าจอมสุวัทนาขึ้นเป็น “พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี” ทั้งนี้ “เพื่อผดุงพระราชอิศริยยศแห่งพระกุมารที่จะมีพระประสูติการในเบื้องหน้า” เนื่องจากทรงพระครรภ์ และคาดกันว่า จะมีพระประสูติการเป็นพระราชโอรส

แม้ว่าท้ายที่สุดพระนางเจ้าสุวัทนาฯ จะมีพระประสูติการพระราชธิดา คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา และรัชกาลที่ 6 ก็ยังทรงไม่ทันได้เห็นพระพักตร์ รู้เพียงเพศว่าเป็นพระราชธิดา

นี่คือความรักตลอดพระชนมชีพของรัชกาลที่ 6

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

กัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้า. จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ พระนามพระราชโอรส พระราชธิดา และพระราชนัดดา. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : บรรณกิจ 1991, 2548.

80 ปี แห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2540). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. https://digiverse.chula.ac.th/Info/item/dc:193

https://www.silpa-mag.com/history/article_7226

https://www.silpa-mag.com/history/article_143973

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 มีนาคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พระอัครมเหสี พระมเหสี พระสนมเอก และความรักตลอดพระชนมชีพของรัชกาลที่ 6

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...