โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทศกาลโคมไฟไต้หวัน 2026 ชมแสงสีจากศิลปินนานาชาติในธีม Glow with Taiwan, Light Up Chiayi

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 19 มี.ค. เวลา 01.29 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 01.29 น.
ภาพไฮไลต์

ในช่วงนี้ของปีหากใครไปเที่ยวที่ประเทศไต้หวันเห็นทีต้องไปงานเทศกาลโคมไฟไต้หวัน (Taiwan Lantern Festival) ซึ่งถือเป็นเทศกาลไฮไลต์ของไต้หวันในการชักชวนคนจากทั่วประเทศมาเยี่ยมชม และถือโอกาสเที่ยวเมืองไปในตัว

ในปี 2026 นี้เป็นการกลับมาของเทศกาลในรอบ 37 ปี ในเมืองเจียอี้ โดยจัดไปแล้วระหว่างวันที่ 3 - 15 มีนาคม กับ 16 โซนจัดแสดงงานบริเวณสถานี Chiayi HSR, พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเขตใต้, Taizi Boulevard และ Chiayi County Government Building Plaza โดยงานทั้งหมดสร้างสรรค์โดยศิลปินจากนานาประเทศ ภายใต้ธีม ‘Glow with Taiwan, Light Up Chiayi’

เทศกาลโคมไฟไต้หวันนั้นเพิ่งมีมาได้เกือบ 40 ปี เดิมทีแล้เทศกาลจะจัดตามวัดต่างๆ ในไต้หวัน จากนั้นในปี ค.ศ. 1990 โดยกระทรวงการท่องเที่ยวไต้หวันเห็นว่ามีความสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยว จึงทำการรวบรวมเทศกาลมาไว้ในที่เดียว ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนเรื่องการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมด้วยการแสดงงานฝีมือ และบอกเล่าเรื่องราวตำนนานของไต้หวันให้กับคนทั่วโลกที่เดินทางมา งานเทศกาลโคมไฟไต้หวันจัดครั้งแรกที่ Chiang Kai-shek Memorial Hall ที่เมืองไทเป ก่อนที่จะย้ายไปเมืองอื่นในปี 2001 เพื่อชักชวนนักท่องเที่ยวให้เที่ยวในเมืองอื่นของไต้หวัน จากเดิมที่มีชื่องาน Taipei Lantern Fesitval จึงเปลี่ยนเป็น Taiwan Lantern Festival และมีหัวใจหลักของงานคือสัตว์ปีนักษัตรประจำปี ซึ่งปีนี้คือปีม้าไฟ จนมีงานใหญ่เป็นม้าที่รายล้อมด้วยเปลวไฟ

เทศกาลโคมไฟไต้หวัน ไม่ได้เกิดขึ้นจากไอเดียของกระทรวงการท่องเที่ยว แต่เป็นประเพณีที่ปฏิบัติต่อๆ กันมา โดยต่อยอดจากเทศกาลโคมไฟของจีน หรือเทศกาลหยวนเซียว (Yuanxiao Festival) ที่สืบได้ไกลถึงสมัยราชวงศ์ฮั่น เกิดจากความเลื่อมใสในพุทธศาสนาของจักรพรรดิหมิง โดยสังเกตว่าพระสงฆ์จะมีการจุดไฟเพื่อระลึกถึงพระพุทธเจ้าในทุกๆ วันที่ 15 ของเดือนแรกของปฏิทินจันทรคติ จักรพรรดิจึงแสดงความนับถือเช่นกันด้วยการสั่งให้ทุกบ้าน วัด และวังต่างๆ จุดไฟในค่ำคืนของวันนั้น

บ้างก็ว่าวันที่ 15 ของเดือนแรกนั้นเป็นวันที่เง็กเซียนฮ่องเต้สั่งเผาเมือง เพราะทรงกริ้วที่ชาวบ้านได้ฆ่าห่านตัวโปรด ชาวบ้านจึงรีบจุดไฟ และจุดประทัด ทำทีท่าให้เหมือนว่าเมืองกำลังถูกไฟเผาแล้ว

แต่ความเป็นจริงแล้ววันที่ 15 แรกของเดือนในปฏิทินจันทรคติ เป็นวันที่แรกที่พระจันทร์เต็มดวง สังเกตได้จากชื่อเทศกาลนั้นคำว่า ‘หยวน’ แปลว่า แรก และ ‘เซียว’ แปลว่า ค่ำคืน รวมกันแปลว่า ‘คืนแรก’ หรือ ‘คืนแรกที่พระจันทร์เต็มดวง’ โดยชาวจีนถือว่าพระจันทร์เต็มเดียวมีนัยยะความหมายที่ดี ทุกคนจะล้อมวงกินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา อีกทั้งวันที่ 15 นี้ยังเป็นช่วงก่อนฤดูเพาะปลูกด้วย เป็นไปได้ว่าการเฉลิมฉลองนี้เป็นการเฉลิมฉลองเพื่อเอาฤกษ์ทั้งด้านเกษตรกรรม และด้านศาสนาไปในคราวเดียว

หากใครพลาดปีนี้ ไม่ต้องห่วงเพราะไต้หวันจะมีเทศกาลนี้ในทุกๆ ปี แต่ต้องติดตามข่าวสารว่าในปี 2027 จะจัดที่เมืองอะไร และจะมีธีมอะไรที่น่าสนใจบ้าง

Salt Fields Reflected by the Tides

งานนี้ถูกออกแบบเป็นคลื่นของน้ำ และหยดของน้ำ แสดงถึงพลังที่เปล่งออกมาจากภายใน และถูกออกแบบให้เป็นงาน interactive เมื่อสัมผัสจะมีแสงสว่างออกมาตามจังหวะ เป็นการผสานกันระหว่างเทคโนโลยีกับสิ่งแวดล้อมที่ไม่แน่นอนราวกับกระแสของคลื่น

Echoing Swells, Mountain to Sea

งานนี้จัดให้เป็นธีมของจุดชมวิว East Rift Valley เป็นการผสานกันระหว่างวิวธรรมชาติ เสน่ห์ของวัฒนธรรม และจินตนาการที่ถ่ายทอดในรูปแบบของงานวิชวล งานมีการใช้โทนสีฟ้าและเขียวแสดงถึงความสง่า ส่วนน้ำตก สัตว์ และถ้ำแสดงถึงความหลากหลายของระบบนิเวศและความลึกลับ

Firebird Rising

สูงถึง 13 เมตร เป็นงานที่พูดถึงต้นไม้อันศักดิ์สิทธิ์และนกไฟในตำนานปรัมปรา เผยให้ความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์และสรรพสัตว์ และยังสื่อถึงบทสนทนาและการร่วมมือกันท่ามกลางหมู่คน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม เป็นการรวมกันระหว่างงานฝีมือที่ส่งทอดกันมากับเทคโนโลยีสมัยใหม่

Heavenly Steed, Dreams in Flight

งานชูปีนักษัตรประจำปีนี้เป็นหลัก โดยม้าตามคติความเชื่อจีนแสดงถึงความมุ่งมั่น การตามหาความฝัน ตลอดประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ม้าเป็นสัตว์ที่มากกว่าพาหนะขับขี่ แต่ยังนำมนุษย์ไปสู่วิวัฒนาการต่างๆ และเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ ในงานนี้แสดงถึงการบินสู่ความฝันผ่านปีกบนหลังม้าที่ทะยานผ่านชั้นเมฆขึ้นไป

Alishan, Veiled in Luminous Mist

หอคอยขดเคี้ยวสูง 21 เมตรที่ทำจากไม้รีไซเคิลเพื่อสื่อถึงอาลีซาน ต้นไม้ไซเปรสศักดิ์สิทธิ์อายุ 3,000 ปี ที่อยู่ในเขตอุทยาน เพิ่มจุดเด่นด้วยวงแหวนแสง และการยิงไฟจากข้างล่างทำให้งานนี้มีความสง่างามไม่ต่างจากต้นไม้อาลีซานจริงๆ

Borderless Dream

งานเป็นรูปทรงคล้ายแจกันที่มีกิ่งไม้แยกออกมาสามกิ่ง ซึ่งสื่อถึง ชีวิต ผลผลิต และระบบนิเวศ เช่นเดียวกันกับงานอื่นๆ ที่มีนัยยะของการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และสิ่งแวดล้อม และยังพูดถึงการเติบโตของพื้นที่ท้องถิ่นไปสู่อนาคตที่ไร้ขีดจำกัด

Happy

ได้แรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมการทำนาเกลือในหากฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ นกที่ยืนอยู่บนสุดเป็นนกปากช้อนหน้าดำที่กำลังทำท่าแบกหามเกลือบนหลัง ซึ่งคำว่านกปากช้อนในภาษาจีนคือ Hei-Pi คล้ายกับคำว่า Happy จึงเป็นที่มาของชื่องานที่ยังพูดถึงการส่งความสุขผ่านการเก็บเกี่ยว

Homeland of Mountains and Waters, A Welcoming Sun and Moon

เป็นงานที่ตั้งใจบอกเล่าถึงวิวทิวทัศน์ วัฒนธรรม ประเพณี และการท่องเที่ยว จึงเป็นที่มาของการใช้จุดท่องเที่ยวสำคัญของหนานโถว และจางฮว่า โดยมีจุดเด่นคือพระพุทธรูป รถเคเบิล และเรือยอร์ช โดยข้างๆ เป็นเด็กหญิงกำลังทุบโมจิที่แสดงถึงการต้อนรับที่อบอุ่นของคนท้องถิ่น

Sweetland Carnival

งานนี้แสดงให้ถึงความหลากหลายของผลไม้และความอุดมสมบูรณ์ของเมืองเจียอี้ โดยนำเสนอด้วยขบวนผลไม้ไม่ว่าจะเป็นอโวคาโด เมลอน สับปะรดสายพันธุ์ไต้หวันเบอร์ 17 ที่ขึ้นชื่อ และมะม่วงฟอร์โมซา ตามด้วยเหล่าสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยแสนน่ารักอยู่ล้อมรอบ

บทความต้นฉบับได้ที่ : เทศกาลโคมไฟไต้หวัน 2026 ชมแสงสีจากศิลปินนานาชาติในธีม Glow with Taiwan, Light Up Chiayi

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...