โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เผยผลวิเคราะห์ตัวอย่างหินจาก “ดาวเคราะห์น้อยเบนนู” ไขคำตอบเหตุพฤติกรรมทางกายภาพย้อนแย้ง

SPACEMAN

อัพเดต 19 มี.ค. เวลา 10.38 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 03.38 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยภาพถ่ายเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (XCT) ของตัวอย่างดินและหินจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งเผยให้เห็นโครงสร้างเครือข่ายรอยแตกภายในหินที่พบได้ทั่วไป การค้นพบนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาที่สร้างความฉงนให้กับองค์การนาซามานานหลายปี เกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพที่ย้อนแย้งกันของดาวเคราะห์น้อยดวงนี้

ย้อนกลับไปในช่วงที่ยานโอไซริส-เร็กซ์ เริ่มเดินทางเข้าใกล้ดาวเคราะห์น้อยเบนนูเมื่อ พ.ศ. 2561 ทีมปฏิบัติการคาดการณ์ว่าจะได้พบกับพื้นผิวที่ราบเรียบและเต็มไปด้วยฝุ่นละเอียดคล้ายชายหาด เนื่องจากข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์เมื่อ พ.ศ. 2550 บ่งชี้ว่าดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีค่าความเฉื่อยความร้อนต่ำ ซึ่งหมายถึงพื้นผิวที่สามารถร้อนขึ้นและเย็นลงได้อย่างรวดเร็วตามรอบการหมุนตัวเข้าหาแสงอาทิตย์ เช่นเดียวกับผืนทรายบนโลก แต่เมื่อยานเดินทางไปถึง กลับพบว่าพื้นผิวของเบนนูเต็มไปด้วยก้อนหินขนาดใหญ่จำนวนมาก ซึ่งตามหลักการแล้วหินก้อนใหญ่ควรจะกักเก็บความร้อนไว้ได้นานกว่า คล้ายกับแท่งคอนกรีตที่ยังแผ่ความร้อนออกมาแม้ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไปแล้ว

ข้อมูลที่ยานโอไซริส-เร็กซ์เก็บรวบรวมระหว่างการสำรวจในวงโคจรเสนอสมมติฐานว่า ก้อนหินเหล่านี้อาจมีความพรุนสูงกว่าที่คาดไว้มาก จนกระทั่งเมื่อตัวอย่างหินถูกส่งกลับมาถึงโลก นักวิจัยจึงสามารถวิเคราะห์ผ่านการสแกนด้วยรังสีเอกซ์และพบเครือข่ายรอยแตกขนาดเล็กจำนวนมหาศาลภายในเนื้อหิน รอยแตกเหล่านี้เองที่เป็นตัวแปรสำคัญทำให้ก้อนหินขนาดใหญ่มีพฤติกรรมการถ่ายเทความร้อนเลียนแบบฝุ่นทรายละเอียด ส่งผลให้ค่าความเฉื่อยความร้อนที่เคยวัดได้จากระยะไกลนั้นดูต่ำกว่าความเป็นจริง

การค้นพบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจโครงสร้างทางกายภาพของดาวเคราะห์น้อยเบนนูได้ลึกซึ้งขึ้น แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญในการตีความข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์เพื่อใช้ในการสำรวจวัตถุอื่น ๆ ในระบบสุริยะในอนาคต ทำให้เราทราบว่าลักษณะภายนอกที่เห็นเป็นหินแข็งก้อนมหึมา อาจซ่อนรายละเอียดทางธรณีวิทยาที่ซับซ้อนและเปราะบางไว้ภายใน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการวิวัฒนาการของดาวเคราะห์น้อยภายใต้สภาวะสุดขั้วในอวกาศ

ข้อมูลอ้างอิง: NASA

  • Solving Asteroid Bennu’s Mysteries
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...