โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“รุทธพล” แฉพิรุธขนส่งสุราษฎร์ฯ น้ำมันหาย 57 ล้านลิตร ยัน โรงกลั่นไม่เกี่ยว

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“รุทธพล” แฉพิรุธขนส่งสุราษฎร์ฯ น้ำมันหาย 57 ล้านลิตร ยัน โรงกลั่นไม่เกี่ยว สั่ง “ดีเอสไอ” รับเป็นคดีพิเศษแล้ว ตั้งวอร์รูมติดตามทุกขั้นตอน ป้องกันกักตุนน้ำมัน - อธิบดี DSI ชี้ประวิงเวลาขนส่งน้ำมัน ความผิดร้ายแรง ยืนยันจะทำอย่างเต็มที่

วันที่ 3 เม.ย. 2569 ที่ ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม แถลงว่า จากนโยบายนายกรัฐมนตรีมอบให้กระทรวงยุติธรรมทำการตรวจสอบการกักตุนน้ำมัน โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1.ดำเนินการจากปลายทางคือสถานีน้ำมันหรือปั๊มน้ำมัน โดยมอบให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กรมการปกครอง เข้าไปทำการตรวจสอบต่อเนื่องมาถึงต้นทางคือคลังน้ำมัน 2.มอบกรมการสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ทำการตรวจสอบจากต้นทางคือตั้งแต่โรงกลั่นมาคลังน้ำมันเมื่อเอาข้อมูลมาชนกัน ซึ่งที่ผ่านมาผลการดำเนินการในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พบการกระทำผิดและมีการจับกุมจำนวนหลายราย เช่น ในส่วนของพื้นที่จ.อ่างทอง อ.แม่สอด จ.ตาก และ จ.นครสวรรค์ และตรวจพบกระทำความผิดในการกักตุนน้ำมันของผู้ค้ามาตรา 7 และมาตรา 10

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ในส่วนของการตรวจสอบทางต้นทาง ตนขอยกเคสการดำเนินการที่จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งจากการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางมีเรือขนบรรทุกน้ำมันออกจากคลังน้ำมัน เดินทางไปที่จังหวัดคลังน้ำมัน 6 แห่ง ใน จ.สุราษฎร์ธานี จำนวนทั้งสิ้น 96 เที่ยว มีน้ำมันออกจากคลังน้ำมันจำนวนทั้งสิ้น 217 ล้านลิตร ระหว่างเดินทางก็มีน้ำมันหายไปบางส่วน มีน้ำมันถึงปลายทางในคลังของจ.สุราษฎร์ธานี จำนวนทั้งสิ้น 160 ล้านลิตร ซึ่งหายไปจำนวนทั้งสิ้น 57 ล้านลิตร นี่คือในส่วนของข้อมูลทางทะเล

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า การดำเนินการในเรื่องของคดีต่างๆ เราจะดำเนินการเป็นรูปแบบเดียวกัน เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยเราจะเอาเคสจ.สุราษฎร์ธานี ดำเนินการเกี่ยวกับขนถ่ายทางทะเล ในมาตรการในการต่างๆโดยเอกสารต่างๆ เราได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาทั้งหมดแล้วเกี่ยวกับเรื่องตั้งแต่ น.ม.9 แบบรายงานการจ่ายน้ำมันภายในประเทศ (สถานีต้นทาง) น.ม 10 เป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ การคงคลังเกินเวลาจำเป็น การเดินทางเกินเวลาที่จำเป็น ในส่วนนี้ก็จะให้ทางดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ แล้วก็ดำเนินการ จะมีการเรียกมาสอบปากคำหากพบการกระทำผิดก็จะแจ้งข้อหาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า โดยจะมีชุดป้องกันการกักตุนน้ำมัน และหลังจากนี้จะตั้งวอร์รูมที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และจะรายงานข้อมูลในเรื่องของปริมาณน้ำมันทุกระบบ ทุกขั้นตอน ตั้งแต่กรมศุลกากร ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบ ประเทศไทยสามารถผลิตเองได้จำนวนเท่าไหร่ เป็นตัวเลขที่เราจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

เมื่อถามว่า สรุป โรงกลั่นไม่เกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ทั้งนี้ ในส่วนโรงกลั่น ได้เข้าทำการตรวจสอบทั้งระบบเอกสาร และพิสูจน์ทราบภายในถังน้ำมัน ยืนยันว่าโรงกลั่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกักตุนน้ำมัน จะมีน้ำมันเหลือคงถังเพียงแค่ที่เขาไม่สามารถดึงมาจำหน่ายได้เท่านั้นเอง

เมื่อถามว่า ในส่วนของเรือน้ำมันที่พบเวลาเดินทางเกินปกติ สามารถเข้าไปยึดหรืออายัดน้ำมันไว้ได้หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ตรวจสอบแล้วน้ำมันก็อยู่ที่คลังแล้ว ในการเดินทางเรายังไม่สามารถไปยึดได้ เพราะไม่ได้กระทำผิดยังไง นอกจากว่าเป็นในส่วนที่เราดำเนินคดีในพื้นที่จ.อ่างทอง อ.แม่สอด จ.นครสวรรค์

อธิบดี DSI ชี้ประวิงเวลาขนส่งน้ำมัน ความผิดร้ายแรง ยืนยันจะทำอย่างเต็มที่

พ.ต.ต. ยุทธนา แพรคำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงการดำเนินคดีกรณีลักลอบขนส่งน้ำมันทางทะเล ว่า น้ำมันหายกลางทะเล หรือลักลอบส่งออกต่าง ๆ อาจจะต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ แต่สิ่งที่เราเห็นเลย คือ การกักตุนน้ำมัน เพราะกฎหมายห้ามให้ผู้ประกอบการปฏิเสธการจำหน่ายหรือชะลอหรือประวิงในการจำหน่ายหรือแม้แต่ประวิงการขนส่ง การเดินทางปกติใช้เวลา 2 วัน แต่พบความผิดปกติหลายเที่ยวใช้เวลา 5 - 6 วัน ถือว่าเป็นการประวิงเวลาในการส่งมอบสินค้า พฤติการณ์มีความร้ายแรงเกิดผลกระทบกับความสงบเรียบร้อย ซึ่งเข้าเงื่อนไขในการรับเป็นคดีพิเศษได้ และส่วนอื่นจะมีการขยายผลต่อไป เมื่อรับเป็นคดีพิเศษแล้วจะสามารถตั้งหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาร่วมบูรณาการ โดย พ.ต.ต. ยุทธนา ยืนยันว่าจะทำเต็มที่

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...