โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วิกฤตน้ำมันอาจเปลี่ยนโครงสร้าง “อุตฯการบินโลก” สายการบินเล็กเสี่ยงถูกคัดออกจากตลาด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 31 มีนาคม 2569 เวลา 1.04 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิกฤตน้ำมัน อาจเปลี่ยนโครงสร้าง "อุตฯการบินโลก" สายการบินต้นทุนต่ำจำนวนมากต้องลดขนาดธุรกิจหรือออกจากตลาด

วันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 17.02 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Scott Kirby ซีอีโอ United Airlines เขียนจดหมายถึงพนักงานเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเมื่อต้นเดือน สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เรื่องต้นทุนเชื้อเพลิงหรือการลดเที่ยวบิน แต่เป็นเรื่องโอกาส โดยเขาระบุว่า หากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง อาจเป็นโอกาสในการซื้อสินทรัพย์หรือขยายเครือข่ายเส้นทางบิน ซึ่งสะท้อนว่าสายการบินขนาดใหญ่คาดว่าคู่แข่งที่อ่อนแอกว่าจะได้รับผลกระทบและอาจสะดุด ขณะที่สายการบินที่แข็งแกร่งสามารถใช้วิกฤตเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจได้

ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นครั้งล่าสุดอาจกลายเป็นบททดสอบทางการเงินครั้งใหญ่ครั้งแรกของอุตสาหกรรมการบินสหรัฐนับตั้งแต่ช่วงโควิด โดยสายการบินที่อ่อนแอกว่าอาจต้องลดขนาดธุรกิจ กู้เงินเพิ่ม หรือขาดทุนมากขึ้น ขณะที่สายการบินขนาดใหญ่ยังสามารถลงทุนและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้ ซึ่งอาจทำให้โครงสร้างอุตสาหกรรมการบินเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

ในยุโรปและบางส่วนของเอเชีย ผลกระทบจากสงครามอิหร่านเริ่มเห็นแล้ว ทั้งการเปลี่ยนเส้นทางบิน การลดเที่ยวบิน และการปรับลดแนวโน้มผลประกอบการ โดย United Airlines เตรียมรับมือสถานการณ์เลวร้ายที่สุด โดยบริษัทประเมินว่าราคาน้ำมัน Brent อาจสูงถึง 175 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอาจอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ไปจนถึงปี 2570 ขณะที่ราคาน้ำมัน Brent อยู่ที่ประมาณ 112 ดอลลาร์ในวันศุกร์ที่ผ่านมา

หากเกิดสถานการณ์ดังกล่าว ต้นทุนน้ำมันต่อปีของ United จะเพิ่มขึ้นประมาณ 11,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่ากำไรต่อปีที่ดีที่สุดที่บริษัทเคยทำได้ถึงสองเท่า โดยราคาน้ำมันเครื่องบินอยู่ที่ประมาณ 4.24 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เทียบกับประมาณ 2.50 ดอลลาร์ก่อนการโจมตีอิหร่านของสหรัฐและอิสราเอล แสดงให้เห็นว่าต้นทุนเชื้อเพลิงยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดของธุรกิจสายการบิน

เชื้อเพลิงคิดเป็นประมาณหนึ่งในสี่ของต้นทุนการดำเนินงานของสายการบิน และสายการบินมักขายตั๋วล่วงหน้าเป็นสัปดาห์หรือเดือน ทำให้ไม่สามารถขึ้นราคาตั๋วได้ทันเมื่อราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย JetBlue Spirit Airlines และ Frontier Airlines ขาดทุนอยู่แล้วตั้งแต่ปีที่แล้วก่อนราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้น

Moody’s ระบุว่า หากราคาน้ำมัน Brent เฉลี่ยปีที่แล้วอยู่ที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแทน 69 ดอลลาร์ กำไรจากการดำเนินงานของสายการบินสหรัฐจะลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง เหลือราว 6,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่สายการบินที่มีความสามารถรับมือราคาน้ำมันสูงได้ดีที่สุดคือ Delta Air Lines และ United Airlines เนื่องจากมีอัตรากำไรสูง สภาพคล่องดี และมีรายได้จากผู้โดยสารระดับพรีเมียมมากกว่า

นักวิเคราะห์มองว่า หากราคาน้ำมันยังสูงต่อเนื่อง จะเกิดการคัดออกในอุตสาหกรรมการบิน โดยสายการบินที่อ่อนแออาจต้องลดเที่ยวบิน จอดเครื่องบิน เลื่อนการลงทุน และกู้เงินเพิ่ม สถานการณ์คล้ายกับปี 2551 ที่ราคาน้ำมันพุ่งและวิกฤตการเงิน ทำให้เกิดการควบรวมกิจการจำนวนมาก จนเหลือสายการบินหลักเพียงไม่กี่รายในสหรัฐ และรอบนี้ราคาน้ำมันที่สูงต่อเนื่องอาจทำให้สายการบินต้นทุนต่ำที่อ่อนแอถูกคัดออก และทำให้สายการบินขนาดใหญ่มีความแข็งแกร่งมากขึ้นในระยะยาวหลังปี 2570

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...