ตลาดโลกปรับฐานแรง รับความเสี่ยงสงครามลุกลาม – น้ำมันพุ่งกดเงินเฟ้อ
#ทันหุ้น-ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงแรงในวันศุกร์ โดยดัชนี Dow Jones ร่วง 793 จุด (-1.7%) ขณะที่แรงขายกระจายไปยังสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม สาเหตุหลักยังคงมาจากความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อและลุกลาม ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้น 4.2% และยังขยับขึ้นต่อในช่วงเช้า สะท้อนความกังวลต่ออุปทานที่อาจตึงตัวมากขึ้น โดยเฉพาะหากเกิดการปิดเส้นทางขนส่งสำคัญเพิ่มเติม
อีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันตลาดคือข้อมูลดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด และลดลงจากเดือนก่อน โดยความเชื่อมั่นอ่อนตัวในทุกกลุ่มรายได้และทุกช่วงอายุ สะท้อนว่าผู้บริโภคเริ่มกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจมากขึ้น ขณะเดียวกันการคาดการณ์เงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.8% จาก 3.4% ในเดือนก่อน นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากสถานการณ์ในภูมิภาค หลังมีรายงานการโจมตีอิสราเอลจากกลุ่มฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ทำให้ตลาดกังวลว่าเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญอย่างช่องแคบบาบุลมันดับ (Bab el-Mandeb) อาจได้รับผลกระทบ หากเกิดการปิดเส้นทางดังกล่าวจริง จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อราคาน้ำมันและเงินเฟ้อในระดับโลก
ทางด้านตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลดลง โดยถูกกดดันจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง แม้ภาพรวมทั้งสัปดาห์ยังสามารถประคองตัวบวกได้เล็กน้อย สะท้อนว่าตลาดยังมีแรงพยุงจากความคาดหวังเชิงบวกอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนเริ่มเผชิญกับความเหนื่อยล้าของข่าว จากสัญญาณที่ขัดแย้งกันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ขณะเดียวกัน ตลาดเริ่มปรับเพิ่มความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) อีกครั้ง หลังเงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวจากพลังงาน โดยความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นอีกแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุน
เช่นเดียวกับตลาดหุ้นเอเชียเปิดปรับตัวลดลงแรงในวันนี้ โดยได้รับแรงกดดันจากกลุ่มฮูตีในเยเมนเริ่มเข้ามามีบทบาททางทหารอย่างชัดเจน ด้วยการโจมตีเป้าหมายในอิสราเอล เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนความเสี่ยงของการขยายวงความขัดแย้งไปสู่ระดับภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของอุปทานพลังงานโลกโดยตรง โดยเฉพาะในเส้นทางขนส่งหลัก ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากข่าวดังกล่าว กลายเป็นปัจจัยหลักที่กดดัน Sentiment การลงทุนในเอเชีย โดยนักลงทุนเริ่มกลับเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-Off) อีกครั้ง โดยเพิ่มสัดส่วนการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น
สำหรับตลาดหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวน จากแรงกดดันของสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ และมีความเสี่ยงที่จะขยายวงกว้างมากขึ้น หลังการเข้ามามีบทบาทของกลุ่มฮูตี ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ความกังวลด้านเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานกลับมาเป็นประเด็นหลักอีกครั้ง โดยราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงจะเริ่มส่งผลกระทบต่อทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภคในประเทศ และในระยะถัดไปต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมีแนวโน้มถูกส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการ ซึ่งอาจกดดันกำลังซื้อ และกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ขณะที่ตลาดทุนยังต้องเผชิญแรงกดดันจาก Sentiment เชิงลบของนักลงทุนต่างชาติ โดยรวมคาดว่า SET Index จะยังอยู่ในโหมดผันผวนขาลง และต้องติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมัน และทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิด
สำหรับมุมมอง SET50 Index indicators 3 ตัวระบุดังนี้ Comfirm Up/Down (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงแนวโน้มตลาดว่ามีโอกาสขึ้นหรือลง รวมถึง Trend (ภาพหมายเลข 3) แสดงยอดซื้อขายใน S50 วันนี้มีทิศทางขาขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ Mid