“แม่แตงโม” บุกดีเอสไอ! แฉ “ตัวละครลับ” พลิกคดี ยันลูกสาวไม่ได้ตกเรือแต่ถูกอุ้มไปทำร้าย
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มี.ค. ที่ กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศูนย์ราชการ อาคาร C ชั้น 9 (ฝั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางพนิดา ศิริยุทธโยธิน หรือคุณแม่แตงโม อดีตนักแสดงสาวชื่อดังที่เสียชีวิตจากการตกเรือสปีดโบ๊ต จมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพระราม 7 ขณะลงเรือเที่ยวกับเพื่อนรวม 5 ราย ได้แก่ นายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ (ปอ), นายไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์ (โรเบิร์ต), นายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ (แซน), น.ส.อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ (กระติก) และนายนิทัศน์ กีรติสุทธิสาธร (จ๊อบ) เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 24 ก.พ. 65 ที่ผ่านมา
โดยนางพนิดาได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเพื่อส่งมอบพยานหลักฐานในคดีสืบสวนเรื่องที่ 20/2568 กรณีการเสียชีวิตของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม อดีตนักแสดงหญิงชื่อดัง ในประเด็นที่สงสัยว่ามีกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ร่วมกันบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมทางอาญาโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพื่อช่วยเหลือบุคคลอื่นให้ไม่ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง โดยมี พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนคดี เป็นผู้แทนรับมอบพยานหลักฐานด้วยตัวเอง
นางพนิดา เปิดเผยว่า วันนี้ตั้งใจนำเอกสารสำคัญมามอบให้กับดีเอสไอเพื่อใช้ประกอบสำนวนคดีการสืบสวน ซึ่งเป็นรูปภาพบาดแผลที่ขาของลูกสาว ที่ตนรวบรวมได้จากโซเชียล และข้อมูลบางส่วนของบังแจ็คมาประกอบด้วย เพราะบางข้อมูลมีน้ำหนักและเชื่อถือได้ ส่วนเอกสารและรูปภาพบาดแผลที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม จ.ปทุมธานี ตนได้ขอไปนานกว่า 6 เดือนแล้วยังไม่ได้รับ จึงขอฝากผ่านสื่อให้ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์มอบให้ตนเสียที เพราะต้องใช้ประกอบสำนวน ต้องเป็นภาพแรกและภาพจริงหลังเจอศพเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ตนยอมรับว่าวันนี้ยังไม่ได้มีความเชื่อใหม่ ทุกอย่างยังเป็นไปตามที่ อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และดีเอสไอได้ชี้แจงก่อนหน้านี้ และเชื่อว่าทิศทางคดีก็ดำเนินไปได้มากแล้ว หวังว่าดีเอสไอจะรับเป็นคดีพิเศษได้ เพราะมีหลักฐานกว่า 300 หน้า คิดว่าน่าจะเอาผิดผู้กระทำผิดได้
นางพนิดา เล่าย้อนเหตุการณ์ว่า ตอนแรกยังไม่ทราบว่าน้องเสียชีวิตเพราะอะไร ตอนแรกเฉย ๆ เพราะไม่รู้ว่าลูกจมน้ำหรือไม่ แต่ 1 เดือนที่ผ่านมา ตนรู้แล้วว่าน้องตายเพราะอะไร ใครทำ น้องไม่ได้จมน้ำ ความเสียใจทำให้เราอยากรู้ว่าใครทำและทำเพราะอะไร ตอนนี้แม่รู้เหตุผลหมดแล้ว ความเศร้าจึงคลายไปได้บ้าง ดีกว่าไม่รู้อะไรเลย
เมื่อถามถึงตัวละครลับของแม่ที่รู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ซึ่งเป็นพยานใหม่ที่จะให้การกับดีเอสไอ นางพนิดา ระบุว่า ขอให้แม่คุยกับผู้ใหญ่ก่อน ยังเปิดเผยไม่ได้ เดี๋ยวเสียรูปคดี
เมื่อถามว่ายังได้ติดต่อกับคนบนเรือหรือไม่ นางพนิดา ตอบว่า คนบนเรือยังไม่ได้ติดต่อกับแม่สักคน ก่อนหน้านี้ยังมีกระเช้าของขวัญให้ แต่เดี๋ยวนี้หายไปแล้ว แต่ยังชำระรายเดือนตามปกติ ยอมรับว่ามีเรื่องคาใจแต่ไม่พร้อมพูด ที่ผ่านมาคุยกับตำรวจเท่านั้น
เมื่อถามถึงคดีประมาท ศาลได้พิพากษายกฟ้องแล้ว ตอนนี้เหลือคดีที่ดีเอสไอดำเนินการ คือเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเอื้อในการทำคดี นางพนิดา กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดหัวข้อดีเอสไอดำเนินการวันนี้เข้ามาคุยก็เพื่อให้ทุกอย่างกระจ่าง แม่อยากรู้ความจริงทั้งหมดว่าแผลใหญ่เกิดจากอะไร ใครเป็นคนทำ
นอกจากนี้ สงสารลูกมากที่จากกันโดยไม่ได้ร่ำลา แม่ไม่รู้เลยว่าน้องไปไหน อยู่กับใคร ต้องไปแจ้งความเอง ทั้ง ๆ ที่น้องถูกทำร้ายตกน้ำ แต่ไม่มีใครแจ้งความ ความรับผิดชอบต้องมากกว่านี้ ไม่ใช่หนีไปนอน 2 คืน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังให้สัมภาษณ์เสร็จ นางพนิดาเข้าไปพูดคุยกับ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม เพื่อนำหลักฐานของใช้ส่วนตัว เช่น นิตยสาร ซองยา เอกสาร หวี และกระเป๋าสตางค์คืนให้
ภายหลังคุยกับดีเอสไอนานเกือบ 1 ชม. นางพนิดา ถอนหายใจตลอดเวลา กล่าวว่าได้คุยกับดีเอสไอหลายเรื่องที่คาใจ โดยกังวลเรื่องภาพบาดแผลที่ขาน้องจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จะเดินหน้าไปขอภาพด้วยตัวเองเร็ว ๆ นี้ เพราะต้องใช้ประกอบสำนวนคดี เพื่อยืนยันว่าบาดแผลไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ
สำหรับหลักฐานที่นำมามอบ เจ้าหน้าที่จะนำไปประชุมก่อน ส่วนตัวรู้สึกสบายใจมากขึ้น หายเครียด เพราะได้ถามทุกรายละเอียดแล้ว และคิดว่าน่าจะเอาผิดผู้เกี่ยวข้องได้ โดยคดีจะสรุปสุดท้ายวันที่ 17 เม.ย.นี้
เมื่อถามย้ำถึงตัวละครลับ นางพนิดา บอกว่า บุคคลนี้เป็นคนนอกเรือ ใกล้ชิดน้องแตงโมและกระติก อยู่บ้านเดียวกัน มีเอกสารหลักฐานการโอนเงินบางส่วน พบเส้นทางการเงินเข้าบัญชีน้อง เชื่อว่าจะเป็นพยานพลิกคดีได้ ส่วนก่อนหน้านี้ไม่ได้ให้ข้อมูลเพราะตำรวจไม่ได้เรียก และยืนยันว่าน้องแตงโมไม่ได้ตกเรือ แต่ถูกอุ้มนำไปทำร้าย