ส.อ.ท.บี้รัฐเร่งออกมาตรการอุ้มSME กระทบหนักทั้งน้ำมัน-ค่าขนส่ง-ค่าไฟตามมา
“เกรียงไกร”ประธานส.อ.ท. เร่งรัฐออกมาตรการช่วยเหลือ SME ให้ตรงจุด หลังSMEได้รับผลกระทบหนักจากราคาพลังงานและค่าขนส่งพุ่ง ห่วงค่าไฟจ่อขึ้นขึ้น ยิ่งกดดันภาคธุรกิจ
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานปรับเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งวัตถุดิบในการผลิตปิโตรเคมี เช่น แนฟทา เม็ดพลาสติก ขณะนี้หลายอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบซัพพลายเชน ค่าขนส่งระวางเรือที่ปรับเพิ่มขึ้น ดังนั้นภาคอุตฯต้องทำงานร่วมกับภาครัฐ เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือ SME ที่เป็นกลุ่มเปราะบางและได้รับผลกระทบทุกกลุ่มฯ
สินค้าที่ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง อาทิ เม็ดพลาสติก ที่กำลังขาดแคลนและมีราคาปรับตัวสูงขึ้นถึง 50-70% ส่งผลให้บรรจุภัณฑ์หลายประเภทเริ่มตึงตัว ไม่ว่าจะเป็นถุงขยะ ซองขนม หรือบรรจุภัณฑ์ของสินค้าแปรรูปและกึ่งสำเร็จรูปแช่แข็ง ซองน้ำจิ้มและซองเครื่องปรุงต่าง ๆ ซึ่งล้วนจำเป็นต้องใช้พลาสติก หากเกิดการขาดแคลนก็จะกระทบต่อการผลิต การส่งออก และการจำหน่ายสินค้าโดยตรง ,ปุ๋ยเป็นสินค้าอีกตัวที่ได้รับผลกระทบหนัก หากไม่ได้รับการแก้ไขเชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อการปลูกในรอบถัดไป
ดังนั้น ผู้ประกอบการ SME จึงได้รับผลกระทบเกือบทั้งหมด ทั้งจากต้นทุนค่าครองชีพ ค่าการเดินทาง และค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น สินค้าทะยอยปรับขึ้นราคา สะท้อนให้เห็นว่าความเปราะบางในสถานการณ์ปัจจุบันกระจายอยู่ในทุกภาคส่วน
นายเกรียงไกร กล่าวว่า แนวทางในระยะเร่งด่วน จากปัญหาพลังงานที่มีราคาสูงขึ้นและขาดแคลนวัตถุดิบ ส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่รายได้ของประชาชนยังคงอยู่ในระดับเดิม ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นกลายเป็นแรงกดดันอย่างหนัก ดังนั้นมาตรการภาครัฐ ต้องถูกออกแบบให้มีความแม่นยำ ตรงจุดและให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการสู้รบในตะวันออกกลางมีแนวโน้มยืดเยื้อและอาจขยายวงกว้าง เมื่อสหรัฐฯมีแนวโน้มยกพลขึ้นบกที่เกาะคาร์ก ของอิหร่าน มีการโจมตีแหล่งพลังงาน แหล่งผลิตวัตถุดิบสำคัญ และโครงสร้างพื้นฐานเช่น โรงงานเหล็ก ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและเศรษฐกิจโดยรวม
ดังนั้น ภาครัฐจะต้องวางมาตรการควบคุมดูแลราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ค่าครองชีพพุ่งขึ้นรวดเร็วเกินไป ควบคู่กับการเพิ่มรายได้และสภาพคล่องให้กับ SME เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้และยังคงรักษาการจ้างงาน และมีรายได้
นายเกรียงไกร กล่าวว่าจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 38.94 บาทต่อลิตร จากการประเมินเบื้องต้น คาดว่าราคาสินค้าอาจปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 8-10% ขณะที่ค่าขนส่งเพิ่มขึ้นราว 20-25% ภายใต้สมมติฐานว่าราคาน้ำมันดิบยังไม่พุ่งสูงถึงระดับวิกฤต 150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่หากราคาน้ำมันปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก็อาจต้องมีการประเมินสถานการณ์ใหม่อีกครั้ง
ส่วนราคาน้ำมันขายปลีกที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละประเทศ ซึ่งขณะนี้มีหลายประเทศปรับลดภาษีสรรพสามิตเช่น ญี่ปุ่น มีการลดภาษี 2ปีเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ อินเดียก็ปรับลดภาษีสรรพสามิตลง ส่วนไทยหากจะปรับลดภาษีสรรพสามิต
ต้องคำนวณอย่างรอบด้าน เนื่องจากแต่ละประเทศมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน ซึ่งแนวทางมีได้ทั้งการปล่อยให้ราคาน้ำมันเป็นไปตามกลไกตลาด หรือการอุดหนุนในระดับที่เหมาะสม
ส่วนค่าไฟฟ้า ก็มีแนวโน้มปรับขึ้นจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น แต่การปรับขึ้นควรดำเนินอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบซ้ำซ้อนต่อประชาชน
นายเกรียงไกร กล่าวว่าในการประชุมสามัญประจำปี 2569 ว่า การเลือกตั้งกรรมการขุดใหม่เพื่อเลืกประธานส.อ.ท.คนใหม่ มองว่าควรดำเนินการอย่างโปร่งใสและยึดหลักความเหมาะสมของบุคลากรเป็นสำคัญ เนื่องจากเป็นองค์กรที่มีเกียรติและได้รับการยอมรับในระดับประเทศ กระบวนการคัดเลือกควรเป็นไปอย่างถูกต้อง ชัดเจน และปราศจากข้อครหา โดยเน้นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และเหมาะสมกับตำแหน่ง มากกว่าการยึดระบบโควตา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับ จากทุกฝ่ายอย่างแท้จริง
“องค์กร สอท. เป็นองค์กรที่มีการยอมรับ ในฐานะตัวแทนภาคเอกชน ซึ่งตำแหน่งประธานเป็นตำแหน่งอันทรงเกียรติ มีผลต่อการสะท้อนการทำงานการเมือง รัฐบาล ต้องมาอย่างสง่างาม”
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO