ชู “ไทย”ฐานผลิตปลอดภัยของโลก บีไอไอจี้รัฐบาลใหม่ฉวยจังหวะ“รบอิหร่าน”ชิงนักลงทุน
“บีโอไอ”มองบวก ชี้ใช้ข้อดีของสงครามตะวันออกกลางเป็นจังหวะสร้างความสำคัญของเมืองไทยในฐานะฐานการผลิตปลอดภัย เตรียมยื่นการบ้านให้รัฐบาลชุดใหม่ สู้ศึกชิงเงินทุนโลกเข้าไทย โดยการขอรับการลงทุนที่สูงสุดในประวัติการณ์ปีที่ผ่านมา มีเงินจริงเข้ามาแล้วแสนล้าน คาดปีนี้มาอีกแสนล้าน
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้ง ในตะวันออกกลางและความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลกกำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคธุรกิจทั่วโลก โดยเฉพาะต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากราคาพลังงานและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึง ความเสี่ยงด้านวัตถุดิบ ที่เริ่มส่งสัญญาณขาดแคลนและราคาเพิ่มขึ้น และระเบียบโลกใหม่ (New World Order) จะทำให้บริษัททั่วโลกต้องมองหาแหล่งลงทุนที่มีเสถียรภาพ ปลอดภัย และสามารถรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจได้
“ผมมองว่าสถานการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เพียงวิกฤติ แต่กำลังกลายเป็น โอกาสสำคัญของประเทศไทย ในการยกระดับบทบาทเป็นฐานการผลิตที่มีความมั่นคงและปลอดภัยในระเบียบเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ แต่ประเทศไทยจึงมีโอกาสสำคัญในการก้าวขึ้นเป็น Safe and Secure Production Base หรือ เป็นประเทศที่มีความพร้อมด้านฐานการผลิตที่ปลอดภัยของโลก โดเราต้องหาจุดยืนที่ชัดเจนเพื่อทำให้ประเทศไทยเป็นของประเทศที่โลกขาดเราไม่ได”้
นายนฤตม์ กล่าวต่อ บีไอไอประเมินว่า เรามีจุดแข็งหลัก 4 ด้าน ได้แก่ 1. ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) สามารถเป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญของโลก 2. ความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) โดยเฉพาะการพัฒนาพลังงานสะอาด ซึ่งสำคัญต่อการลงทุนของอุตสาหกรรมยุคใหม่ 3. ความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน เพราะประเทศไทยเป็นฐานผลิตสำคัญของโลก เช่น ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ที่ มีสัดส่วนการผลิต 70-80% ของโลก, แผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ที่ไทยเป็น อันดับ 5 ของโลก และอันดับ 1 ในอาเซียน 4. ความมั่นคงของมนุษย์ เพราะประเทศไทยมีจุดแข็งด้านการแพทย์และ สุขภาพ ที่ถือเป็นหนึ่งในผู้นำของอาเซียน
ล่าสุด บีโอไอเตรียมเสนอวาระสำคัญต่อรัฐบาลชุดใหม่เพื่อรักษาสมดุลการดึงดูดการลงทุนของโลก โดย 1. เดินหน้ามาตรการส่งเสริมการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้า(อีวี) 2.เร่งยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์ ฉบับสมบูรณ์ เพื่อเริ่มดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ 3.ดันพลังงานสะอาดรองรับการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์
นอกจากนี้ กำลังเร่งผลักดันคือการแก้ไขข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะปัญหาที่ดินในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่เริ่มมีจำกัดและราคาสูง ความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของดาต้าเซ็นเตอร์ AI และความต้องการพลังงานของอุตสาหกรรมดิจิทัลเพิ่มขึ้น รวมทั้งจะเดินหน้า Fast Pass โดยร่วมมือกับ 8 หน่วยงานพันธมิตร ลดระยะเวลาอนุมัติอนุญาตลง 20-50% โดยมีนักลงทุนเข้าร่วม 16 โครงการ มูลค่า 170,000 ล้านบาท ได้รับการอนุมัติจากบีโอไอครบถ้วนแล้ว
นายนฤตม์ กล่าวว่า ความคืบหน้าโครงการลงทุนที่ได้รับการอนุมัติจากบีโอไอและอยู่ระหว่างการติดตาม 78 โครงการ มีความคืบหน้า 35 โครงการ มีการลงทุนจริงแล้ว มูลค่า 100,000 ล้านบาท อีก 30 โครงการ มีแผนลงทุนชัดเจนในปีนี้และปีหน้า มูลค่ารวม 100,000 ล้านบาท ขณะที่อีก13 โครงการ ยังติดข้อจำกัดด้านที่ดิน ใบอนุญาต หรือไฟฟ้า ซึ่งบีโอไอกำลังเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไข
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชู “ไทย”ฐานผลิตปลอดภัยของโลก บีไอไอจี้รัฐบาลใหม่ฉวยจังหวะ“รบอิหร่าน”ชิงนักลงทุน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เอกนิติ นำทัพ BOI บุกญี่ปุ่น จัดสัมมนาใหญ่ สร้างความเชื่อมั่นลงทุนอุตสาหกรรมในไทย
- ชู “ไทย”ฐานผลิตปลอดภัยของโลก บีไอไอจี้รัฐบาลใหม่ฉวยจังหวะ“รบอิหร่าน”ชิงนักลงทุน
- “เอกนิติ” ย้ำลั่นยังไม่ถึงเวลาปรับ Vat
- บีโอไอยกทัพบุกญี่ปุ่นย้ำความเชื่อมั่น
- บีโอไอ เคาะลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ยักษ์ใหญ่ 7 โครงการ มูลค่ากว่า 9.6 หมื่นล้าน ดันไทยสู่ฮับดิจิทัล
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath