PJW ปรับขึ้นราคาสินค้าออเดอร์ไหลเข้าต่อเนื่อง
#PJW #ทันหุ้น – PJW ปริมาณออเดอร์ยังเข้ามาไม่หยุด ท่ามกลางเม็ดพลาสติกขาดแคลนและราคาแพงขึ้น ตามราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูง รับเจรจากับลูกค้า ในการขอปรับราคาสินค้าขึ้นตามโครงสร้างต้นทุนจริง ยืนยันธุรกิจหลักบริษัทไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่อาจได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อผู้บริโภคที่ลด ทั้งนี้พร้อมเร่งขยายธุรกิจใหม่ที่มีมาร์จิ้นสูง
นายวิวรรธน์ เหมมณฑารพ ประธานกรรมการบริหารบริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน) หรือ PJW ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทขวดและฝา และชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับยานยนต์ที่มีคุณภาพ เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 1/2569 ยังเติบโตได้ดี แต่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามในช่วงเดือนมีนาคม เนื่องจากปรับราคาต้นทุนไม่ทัน ขณะที่ไตรมาส 2/2569 แนวโน้มยังคงดีและออเดอร์ยังคงเข้ามาปกติไม่มีการเลื่อนออกไป
โดยสถานการณ์ปัจจุบันเม็ดพลาสติกกำลังประสบภาวะขาดแคลนและราคามีความผันผวนสูง โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงคราม ตามราคาน้ำมันดิบที่พุ่งจาก 70-80 ดอลลาร์ ไปเป็น 120-130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากราคาน้ำมันยังคงสูงต่อเนื่อง ต้นทุนเม็ดพลาสติกอาจขยับขึ้นไปถึง 60-70%
@เจรจาลูกค้า
ทั้งนี้บริษัทใช้วิธีทยอยปรับราคาสินค้าตามโครงสร้างต้นทุนจริง โดยแบ่งเป็นเฟสตามต้นทุนที่มีความหลากหลาย ซึ่งได้มีการเจรจากับลูกค้าในการขอขึ้นราคา ลูกค้าส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์และยอมรับการปรับราคานอกสัญญาเพื่อให้ได้สินค้า แต่ก็มีบางรายที่ยังไม่ยอมรับการปรับราคา ในช่วงแรกบริษัทใช้ต้นทุนจากสต๊อกเก่าช่วยดูแลลูกค้า แต่เมื่อสต๊อกเดิมหมดลง จำเป็นต้องปรับราคาขึ้นตามกลไกตลาด
@ธุรกิจหลักไม่กระทบ
ในส่วนผลกระทบต่อกลุ่มธุรกิจต่างๆ ของบริษัท โดยกลุ่มบรรจุภัณฑ์มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 70% มีสัญญาปรับราคาตามโครงสร้างต้นทุนอยู่แล้ว จึงไม่ได้รับผลกระทบด้านต้นทุนโดยตรง แต่มีความกังวลเรื่องกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจลดลงตามภาวะ GDP โดยเฉพาะกลุ่มน้ำมันเครื่องที่คนอาจใช้รถน้อยลง ส่วนกลุ่มนมเปรี้ยวและสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงมียอดขายปกติ
ขณะที่กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ ไม่ได้รับผลกระทบจากราคาพลาสติกมากนัก เนื่องจากพลาสติกไม่ใช่ต้นทุนหลักส่วนกลุ่มซักรีดมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 10% ได้รับผลกระทบจากค่าไฟฟ้าและค่าพลังงานความร้อนที่แพงขึ้น แต่คาดว่าจะสามารถเจรจาปรับราคากับลูกค้าได้ในระยะเวลาอันใกล้
@กลุ่มมาร์จิ้นสูงเติบโต
ด้านธุรกิจอุปกรณ์การแพทย์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงประมาณ 25-30% สูงกว่าสินค้าปกติที่ระดับ 18-19% ได้เริ่มทยอยออกสู่ตลาดและมียอดขายเข้ามาอย่างต่อเนื่องปีนี้คาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 5% และจะเติบโตมากขึ้นในปีถัดไป โดยปัจจุบันจะเน้นจำหน่ายในประเทศ และมีแผนจะขยายการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน ในช่วงปลายปีนี้