โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PJW ปรับขึ้นราคาสินค้าออเดอร์ไหลเข้าต่อเนื่อง

ทันหุ้น

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#PJW #ทันหุ้น PJW ปริมาณออเดอร์ยังเข้ามาไม่หยุด ท่ามกลางเม็ดพลาสติกขาดแคลนและราคาแพงขึ้น ตามราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูง รับเจรจากับลูกค้า ในการขอปรับราคาสินค้าขึ้นตามโครงสร้างต้นทุนจริง ยืนยันธุรกิจหลักบริษัทไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่อาจได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อผู้บริโภคที่ลด ทั้งนี้พร้อมเร่งขยายธุรกิจใหม่ที่มีมาร์จิ้นสูง

นายวิวรรธน์ เหมมณฑารพ ประธานกรรมการบริหารบริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน) หรือ PJW ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทขวดและฝา และชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับยานยนต์ที่มีคุณภาพ เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 1/2569 ยังเติบโตได้ดี แต่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามในช่วงเดือนมีนาคม เนื่องจากปรับราคาต้นทุนไม่ทัน ขณะที่ไตรมาส 2/2569 แนวโน้มยังคงดีและออเดอร์ยังคงเข้ามาปกติไม่มีการเลื่อนออกไป

โดยสถานการณ์ปัจจุบันเม็ดพลาสติกกำลังประสบภาวะขาดแคลนและราคามีความผันผวนสูง โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงคราม ตามราคาน้ำมันดิบที่พุ่งจาก 70-80 ดอลลาร์ ไปเป็น 120-130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากราคาน้ำมันยังคงสูงต่อเนื่อง ต้นทุนเม็ดพลาสติกอาจขยับขึ้นไปถึง 60-70%

@เจรจาลูกค้า

ทั้งนี้บริษัทใช้วิธีทยอยปรับราคาสินค้าตามโครงสร้างต้นทุนจริง โดยแบ่งเป็นเฟสตามต้นทุนที่มีความหลากหลาย ซึ่งได้มีการเจรจากับลูกค้าในการขอขึ้นราคา ลูกค้าส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์และยอมรับการปรับราคานอกสัญญาเพื่อให้ได้สินค้า แต่ก็มีบางรายที่ยังไม่ยอมรับการปรับราคา ในช่วงแรกบริษัทใช้ต้นทุนจากสต๊อกเก่าช่วยดูแลลูกค้า แต่เมื่อสต๊อกเดิมหมดลง จำเป็นต้องปรับราคาขึ้นตามกลไกตลาด

@ธุรกิจหลักไม่กระทบ

ในส่วนผลกระทบต่อกลุ่มธุรกิจต่างๆ ของบริษัท โดยกลุ่มบรรจุภัณฑ์มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 70% มีสัญญาปรับราคาตามโครงสร้างต้นทุนอยู่แล้ว จึงไม่ได้รับผลกระทบด้านต้นทุนโดยตรง แต่มีความกังวลเรื่องกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจลดลงตามภาวะ GDP โดยเฉพาะกลุ่มน้ำมันเครื่องที่คนอาจใช้รถน้อยลง ส่วนกลุ่มนมเปรี้ยวและสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงมียอดขายปกติ

ขณะที่กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ ไม่ได้รับผลกระทบจากราคาพลาสติกมากนัก เนื่องจากพลาสติกไม่ใช่ต้นทุนหลักส่วนกลุ่มซักรีดมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 10% ได้รับผลกระทบจากค่าไฟฟ้าและค่าพลังงานความร้อนที่แพงขึ้น แต่คาดว่าจะสามารถเจรจาปรับราคากับลูกค้าได้ในระยะเวลาอันใกล้

@กลุ่มมาร์จิ้นสูงเติบโต

ด้านธุรกิจอุปกรณ์การแพทย์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงประมาณ 25-30% สูงกว่าสินค้าปกติที่ระดับ 18-19% ได้เริ่มทยอยออกสู่ตลาดและมียอดขายเข้ามาอย่างต่อเนื่องปีนี้คาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 5% และจะเติบโตมากขึ้นในปีถัดไป โดยปัจจุบันจะเน้นจำหน่ายในประเทศ และมีแผนจะขยายการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน ในช่วงปลายปีนี้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...