โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เงินบาทอ่อนค่า ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากสัปดาห์ก่อน

ไทยโพสต์

อัพเดต 21 มีนาคม 2569 เวลา 19.12 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 9 เดือน ก่อนฟื้นตัวกลับมาบางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ ด้านดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวน ก่อนจะกลับมาปิดบวกช่วงท้ายสัปดาห์

21 มี.ค. 2569 - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า เงินบาทอ่อนค่าลงช่วงต้นสัปดาห์ โดยถูกกดดันจากการเคลื่อนไหวในกรอบสูงของราคาน้ำมันในตลาดโลก อย่างไรก็ดี เงินบาทฟื้นตัวกลับมาบางส่วนในช่วงต่อมา ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลงตามการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และราคาน้ำมันในตลาดโลก ประกอบกับเงินดอลลาร์ฯ น่าจะมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากแรงขายเพื่อปรับโพสิชันก่อนการประชุมเฟด

เงินบาทกลับมาอ่อนค่าอีกครั้งตามการร่วงของราคาทองคำตลาดโลก โดยเงินบาททำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 9 เดือน (นับตั้งแต่ปลายมิ.ย. 2568) ที่ 32.93 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานระบุว่า อิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของกาตาร์ นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังได้แรงหนุนจากการปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งส่งผลให้ตลาดปรับลดการคาดการณ์ความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ แม้ว่า dot plot ล่าสุดของเฟดจะยังส่งสัญญาณการลดดอกเบี้ย 1 ครั้งก็ตาม อย่างไรก็ดี เงินบาทฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขาย หลังจาก BOJ, BoE และ ECB ส่งสัญญาณยืนดอกเบี้ยในระดับสูงเพื่อสกัดความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ

ในวันศุกร์ที่ 20 มี.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.67 บาทต่อดอลลาร์ฯ (หลังทำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 9 เดือนที่ 32.93 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในระหว่างสัปดาห์) เทียบกับระดับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (13 มี.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 16-20 มี.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 3,216 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 8,943 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 8,038 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 905 ล้านบาท)

สัปดาห์ระหว่างวันที่ 23-27 มี.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.30-33.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกเดือนก.พ. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติและ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคานำเข้า/ส่งออกเดือนก.พ. ดัชนีความเชื่อมั่นและมุมมองต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภค ดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนมี.ค. รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามข้อมูล PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนมี.ค. ของญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อเดือนก.พ. ของญี่ปุ่นและอังกฤษด้วยเช่นกัน

สำหรับ SET Index ย่อตัวลงช่วงต้นสัปดาห์ตามแรงขายต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดยหุ้นกลุ่มแบงก์ พลังงานและค้าปลีก ก่อนจะดีดตัวขึ้นในเวลาต่อมาตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค หลังอิหร่านผ่อนคลายข้อจำกัดในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซบางส่วน (แต่ยังมีการคุมเข้มสำหรับเรือของสหรัฐฯ-อิสราเอลและพันธมิตรที่เข้าร่วมโจมตีอิหร่าน) ส่งผลให้มีแรงซื้อคืนหุ้นหลายกลุ่ม นำโดยกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี

ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงอีกครั้งในเวลาต่อมาตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย โดยมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการโจมตีแหล่งพลังงานหลายแห่งในพื้นที่ตะวันออกกลาง ประกอบกับมีปัจจัยกดดันเพิ่มเติมจากการที่เฟดส่งสัญญาณชะลอการปรับลดดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยคาดว่ามีแรงหนุนจากรายงานข่าวที่ว่าผู้นำอิสราเอลระบุว่าจะไม่โจมตีแหล่งพลังงานของอิหร่านอีก ประกอบกับประเด็นการเมืองในประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น

ในวันศุกร์ที่ 20 มี.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,432.99 จุด เพิ่มขึ้น 1.68% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 64,480.02 ล้านบาท ลดลง 8.96% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.47% มาปิดที่ระดับ 219.08 จุด

สัปดาห์ถัดไป (23-27 มี.ค. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,415 และ 1,400 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,445 และ 1,460 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขส่งออกเดือนก.พ. ของไทยสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนมี.ค. (เบื้องต้น) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.พ. ของญี่ปุ่น ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนมี.ค. (เบื้องต้น) ของญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ ตลอดจนตัวเลขกำไรบริษัทภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค.-ก.พ. ของจีน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...