‘พรรครักชาติ’ จี้ ‘วธ.’ เคลื่อนไหว ‘ยูเนสโก‘ ตรวจสอบกัมพูชา ขอขึ้นทะเบียน ‘มหาสงกรานต์’
จากกรณี มีกระแสข่าวว่าประเทศกัมพูชามีความพยายามนำเสนอประเพณีสงกรานต์เพื่อขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติกับองค์การยูเนสโก (UNESCO) ภายใต้ชื่อ "มหาสงกรานต์" (Maha Songkran) ซึ่งสร้างความไม่สบายใจให้กับภาคประชาชนบางส่วนของไทยเป็นอย่างมาก
เมื่อวันที่ 21 มี.ค.69นายภูมิ สวัสดี รองโฆษกพรรครักชาติ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความกังวลต่อท่าทีของกัมพูชา ซึ่งถูกมองว่าเป็นการพยายามเคลมหรือฉกฉวยประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย โดยชี้ให้เห็นว่า หลังจากที่ประเทศไทยได้จดทะเบียนประเพณี "สงกรานต์ในประเทศไทย"(Songkran in Thailand) กับยูเนสโกไปแล้วนั้น ทางกัมพูชาจึงพยายามใช้คำว่า "มหาสงกรานต์" เพื่อให้ดูเหนือกว่า จริงๆ แล้ว ประเทศเขมร ปีใหม่ใช้คำว่า "โจลชนัมทเมย"อาจจะพูดยาก อาจจะเรียกยาก ก็เลยกลัวว่าจะไม่เป็นที่แพร่หลายในสังคมโลก เลยอยากที่จะทำให้มันเป็นคำว่าสงกรานต์เหมือนกับประเทศไทย
รองโฆษกพรรครักชาติ กล่าวต่อว่า จริง ๆ แล้วชาวโลกเขารู้อยู่แล้วว่าประเทศไทยคือเจ้าแม่สงกรานต์ หากต้องการสัมผัสประสบการณ์การสาดน้ำที่ยอดเยี่ยมที่สุด ทุกคนล้วนมุ่งหน้ามาที่ไทย ซึ่งแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามานับแสนคน ทั้งนี้ขอเรียกร้องโดยตรงไปยัง กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ให้เร่งแสดงท่าที และออกมาเคลื่อนไหว เพื่อปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โดยเสนอให้กระทรวงวัฒนธรรมประสานงานไปยังองค์การยูเนสโก ขอให้มีการตรวจสอบอย่างรัดกุมและชัดแจ้งว่า ประเพณีปีใหม่ของกัมพูชานั้น มีรากฐานการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการสาดน้ำในลักษณะเดียวกับที่จัดขึ้นภายใต้ชื่อ "สงกรานต์" หรือ "มหาสงกรานต์" อย่างแท้จริงหรือไม่
"ผมอยากจะให้กระทรวงวัฒนธรรม ช่วยออกมาเคลื่อนไหวให้ทางยูเนสโกช่วยตรวจสอบอย่างชัดแจ้งหน่อยว่า จริงๆ แล้ว ประเพณีปีใหม่ของเขมร มีการสาดน้ำ มีการทำเป็นสงกรานต์หรือมหาสงกรานต์จริงหรือไม่ ซึ่งทางภาคประชาชนอยากจะเห็นการออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ของทางกระทรวงวัฒนธรรมอย่างน้อยอยากให้มีการแอ๊คชั่นในเรื่องนี้ เพื่อให้ประชาชนได้สบายใจว่า เราได้มีการปกป้องวัฒนธรรมของเราอย่างเต็มที่แล้ว"รองโฆษกพรรครักชาติ กล่าว.