โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สถานทูตสหรัฐฯ” ออกแถลงการณ์ “เรือธง USS Blue Ridge มาถึง "ท่าแหลมฉบัง" เพื่อแวะพัก-เติมเชื้อเพลิง พบจนท.ฝ่ายไทย กระชับความสัมพันธ์แนบแน่นยาวนาน 190 ปี

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

MGRออนไลน์ – สถานทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยออกแถลงการณ์วันศุกร์(26 มี.ค) ออกแถลงการณ์ถึงการมาเยือนของเรือธงของกองเรือที่ 7 ของสหรัฐอเมริกา เรือ USS Blue Ridge (LCC 19) (ยูเอสเอส บลูริดจ์) หลังเคยเยือนไทยครั้งสุดท้ายเมื่อมิถุนายน ปี 2567 เดินทางมาเพื่อจุดประสงค์สำหรับการแวะพัก เติมเชื้อเพลิง และพบปะเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย สะท้อนความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันที่มียาวนานกว่า 190 ปี

แถลงการณ์ของสถานทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยมีใจความว่า

“จังหวัดชลบุรี ประเทศไทย – 26 มีนาคม 2569: เรือ USS Blue Ridge (LCC 19) (ยูเอสเอส บลูริดจ์) ซึ่งเป็นเรือธงของกองเรือที่ 7 ของสหรัฐอเมริกา ได้เดินทางถึงท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ประเทศไทยตามกำหนดการ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 โดยเรือลำนี้เดินทางเยือนประเทศไทยครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน 2567

ระหว่างการเยือนครั้งนี้ ผู้นำของกองเรือที่ 7 สหรัฐฯ และเรือ USS Blue Ridge มีกำหนดพบปะกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพเรือไทยและผู้นำท้องถิ่น เพื่อหารือแนวทางในการพัฒนาความพร้อมด้านปฏิบัติการ เสริมสร้างขีดความสามารถทางทหารในอนาคต และยกระดับความเป็นพันธมิตรระหว่างสหรัฐฯ กับไทย อันจะช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศซึ่งมีความสำคัญต่อความมั่งคั่งของโลกอย่างต่อเนื่อง การเยือนครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างพันธมิตรที่เข้มแข็งผ่านการฝึกทางทหาร อาทิ คอบร้าโกลด์ และ การัต (CARAT)

“คณะของเรายินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาที่นี่ การเยือนครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางการทูตอันเป็นมิตรที่ยาวนานกว่า 190 ปีระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย” พลเรือตรี ไคล์ แกนต์ รองผู้บัญชาการกองเรือที่ 7 ของสหรัฐฯ กล่าว “ความร่วมมือในทุกระดับ ตั้งแต่การพบปะหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ไปจนถึงการฝึกคอบร้าโกลด์ ล้วนมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถร่วมกันของเราอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันธำรงไว้ซึ่งภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่มั่งคั่ง เสรี และเปิดกว้าง”

นอกจากนี้ กำลังพลจากเรือ Blue Ridge และกองเรือที่ 7 สหรัฐฯ มีกำหนดเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ขณะจอดเทียบท่า รวมถึงกิจกรรมเพื่อสังคมและการเยี่ยมชมเรือ โดยแหลมฉบังจะเป็นจุดแวะพักระยะสั้นสำหรับเรือบลูริดจ์ เพื่อเติมเชื้อเพลิงและเสบียงบนเรือ

เจ้าหน้าที่กองเรือที่ 7 สหรัฐฯ ซึ่งประจำการบนเรือ Blue Ridge บัญชาการกองเรือที่มีการวางกองกำลังส่วนหน้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีภารกิจหลักในการควบคุมและวางแผนการปฏิบัติการให้กับกองกำลังในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกและมหาสมุทรอินเดีย เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพในภูมิภาคและความมั่นคงทางทะเลผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรและหุ้นส่วน

กองเรือที่ 7 ของสหรัฐฯ ซึ่งมีการวางกองกำลังส่วนหน้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ดำเนินภารกิจและประสานความร่วมมือกับพันธมิตรและหุ้นส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อธำรงไว้ซึ่งภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง

เรือ Blue Ridge และกำลังพลกองเรือที่ 7 สหรัฐฯ ดำเนินการลาดตระเวนในภูมิภาคอินโด-

แปซิฟิกเป็นประจำ เพื่อยับยั้งการรุกราน เสริมสร้างพันธมิตรและหุ้นส่วน และพัฒนาขีดความสามารถในการรบในอนาคต”

ทั้งนี้ USS Blue Ridge ออกแบบมาตั้งแต่ต้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการบัญชาการและการสื่อสาร ในการสนับสนุนปฏิบัติการยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ โดยประจำการมาตั้งแต่ปี 2522 ในฐานะเรือบัญชาการของกองเรือที่ 7 และออกปฏิบัติการในพื้นที่เมืองโยโกสุกะ ประเทศญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้เข้าสู่น่านน้ำของสหรัฐอเมริกาเลยเป็นเวลา 31 ปี ยกเว้นที่เกาะกวม ถือเป็นเรือสหรัฐ ที่มีประวัติการออกปฏิบัติการต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของกองทัพเรือสหรัฐฯ

เรือยูเอสเอส บลูริดจ์ เป็นเรือบัญชาการกองเรือที่ 7 ของสหรัฐฯ ที่มีการวางกำลังส่วนหน้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีภารกิจหลักในการควบคุมและวางแผนการปฏิบัติการให้กับกองกำลังในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกและมหาสมุทรอินเดีย โดยดำเนินการลาดตระเวนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเป็นหลัก

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...