โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘รมว.พาณิชย์’ สั่งยกระดับคุมเข้มสินค้า 59 รายการ ห้ามขายเกินราคา!

The Bangkok Insight

อัพเดต 28 มี.ค. เวลา 10.02 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. เวลา 10.02 น. • The Bangkok Insight

"รมว.พาณิชย์" สั่งยกระดับคุมเข้มสินค้า 59 รายการ พร้อมลุยตรวจต้นทุนน้ำมัน-ค่ากลั่น ห้ามขายเกินราคา!

ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนในงาน Meet the Press หัวข้อ "1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม" ว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นสถานการณ์ที่ควบคุมได้ลำบาก เพราะว่ามีปัจจัยที่มีความผันผวนและมีความไม่แน่นอน สินค้าหลายตัวเป็นสินค้าที่มีผลต่อเนื่องมาจากแหล่งพลังงาน โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการไปแล้ว 3 เรื่องใหญ่ ๆ

รมว.พาณิชย์

เรื่องแรก การเข้มงวดสินค้าควบคุม กระทรวงพาณิชย์ได้ทบทวนสินค้าควบคุมภายใต้พระราชบัญญัติ กำหนดราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 59 รายการ ที่โดยปกติจะมีการทบทวนในช่วงกลางปี แต่เนื่องด้วยมีเหตุการณ์ โดยเพิ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น สำหรับการใช้ชีวิตประจำวันเข้าสู่หมวดควบคุม พร้อมเพิ่มมาตรการเข้มข้นกำหนดให้สินค้าสำคัญอีก 6 รายการที่เป็นสินค้าจำเป็น ต้องขออนุญาตก่อนปรับราคา และต้องแจ้งทั้งปริมาณและคุณภาพเพื่อให้ติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนสินค้าพลังงาน ซึ่งเป็นสินค้าสำคัญและอยู่ในหมวดควบคุม และแม้เชื้อเพลิงจะถูกกำกับโดยกฎหมายเฉพาะของกระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาหารือถึงต้นทุน เพื่อจะได้สามารถคิดทบทวนให้ถูกต้องเหมาะสม

นางศุภจี กล่าวว่า การติดราคาจำหน่ายไม่ถูกต้อง และการขายเกินราคานั้น กรมการค้าภายในร่วมกับพาณิชย์จังหวัด และ กจร. ลงตรวจสอบสถานประกอบการแล้วกว่า 4,000 แห่ง มีเรื่องร้องเรียนจากประชาชนกว่า 400 เรื่อง ซึ่งมีการจำแนกและจัดการไปแล้วมากกว่าครึ่ง โดยดำเนินการจัดการดูแลอย่างเข้มงวด ถ้าอยู่ในหมวดของสินค้าควบคุม

ด้านค่าครองชีพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ย้ำว่า ได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการ ผู้ผลิตรายใหญ่ และผู้ประกอบการที่เป็นค้าปลีกค้าส่ง ซึ่งต้องดูแลทั้งระบบ ทั้งผู้ประกอบการและประชาชนด้วย จึงได้ทำโครงการไทยช่วยไทย โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 มีสินค้าที่ร่วมทั้งหมดกว่า 1,000 รายการ ลดราคาพิเศษเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 25% - 50% แตกต่างกันไป เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็น ส่วนในระยะยาวกระทรวงพาณิชย์ใช้กลไกผ่านทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในการพัฒนาสินค้าระดับชุมชนทั่วประเทศเข้ามาร่วมขายในห้าง โชห่วย ค้าปลีก ค้าส่ง และรวมถึงสินค้าแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยโครงการ "ไทยช่วยไทย" จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ต่อเนื่องไป โดยในช่วงต้นจะใช้สินค้าที่มีอยู่แล้วที่ได้รับการร่วมมือจากผู้ประกอบการผู้ผลิต ส่งไปให้ค้าปลีก และค้าส่งทั่วทั้ง 76 จังหวัดในต่างจังหวัด และในกรุงเทพด้วยเช่นกัน

รมว.พาณิชย์

อีก 1 โครงการที่เน้นตรงไปถึงประชาชนในพื้นที่เปราะบาง โครงการธงฟ้า ที่ปกติกระจายทั้งปี ตอนนี้จะขยายนำลงไปในชุมชนกว่า 500 แห่ง ในช่วง 2 เดือนที่กำลังจะถึงนี้ คือเดือนเมษายนและพฤษภาคม พร้อมจัดธงฟ้าเคลื่อนที่ไปในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้ประชาชนสามารถจับจ่ายสินค้าได้ทั่วถึงในทุกพื้นที่

ขณะที่สถานการณ์ราคาปุ๋ย ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบสำคัญของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย น้ำมันเชื้อเพลิง และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ซึ่งปัจจุบันมีเรือบรรทุกสินค้าที่ติดอยู่ในช่องแคบดังกล่าว 5 ลำ ซึ่งสมาคมปุ๋ยได้ประเมินว่าปริมาณสำรองปุ๋ยในประเทศจะเพียงพอสำหรับการใช้งานได้จนถึงเดือนสิงหาคม กระทรวงพาณิชย์จึงได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์เรือบรรทุกสินค้าที่ติดค้างอยู่ และร่วมบริหารจัดการสินค้าวัตถุดิบ พยายามที่จะลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าให้มากที่สุด กระทรวงพาณิชย์ได้หารืออย่างใกล้ชิดกับเกษตรกร สมาคมเกษตรทั้งหลายเท่าทั่วประเทศ รวมถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการพิจารณาปรับสูตรปุ๋ย ลดการพึ่งพาวัตถุดิบเพื่อที่จะให้ปุ๋ยไม่ขาดตลาด แต่อย่างไร การปรับกลไกของราคาปุ๋ยต้องมีการขออนุญาตเพราะว่าเป็นสินค้าควบคุม โดยจะดำเนินการร่วมกับหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

"กระทรวงพาณิชย์เร่งเจรจาหาตลาดใหม่เพิ่มเติม โดยในช่วงที่ผ่านมามีการพูดคุยเจรจากับประเทศในแถบแอฟริกาและลาตินอเมริกาด้วย เพื่อรองรับการส่งออกสินค้า เพื่อให้มีผลกระทบต่อการส่งออกให้น้อยที่สุด ในขณะที่ยังไม่สามารถส่งไปภูมิภาคตะวันออกกลางได้ตามปกติในช่วงนี้" รมว.พาณิชย์ กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...