ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งแตะ 60 บาทเดือนเม.ย. ทั้งปีเฉลี่ย 43 บาท/ลิตร
ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยว่า ตามการวิเคราะห์ของ SCB EIC จาก Forward Curve ซึ่งเป็นราคาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า 1-3 เดือนจากตลาดฟิวเจอร์ส พบว่า ราคาน้ำมันจะไม่ลงกลับไประดับเดิม หรือระดับก่อนเกิดสงครามสักระยะ โดยมองว่าราคาน้ำมันดิบจะพุ่งไปแตะจุดสูงสุดในเดือนเมษายนนี้
ทั้งนี้ ในกรณีฐาน (Base) คาดว่า ระยะเวลาสงครามจะต่ำกว่า 8 สัปดาห์ โดยกรอบราคาของน้ำมันดิบเบรนท์น่าจะอยู่ระหว่าง 80 – 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือเฉลี่ยทั้งปี 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนกรณีเลวร้าย (Adverse) คาดว่า ระยะเวลาสงครามจะอยู่ระหว่าง 8-16 สัปดาห์ โดยกรอบราคาของน้ำมันดิบเบรนท์น่าจะอยู่ระหว่าง 100 – 140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือเฉลี่ยทั้งปี 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนกรณีรุนแรง (Severe) คาดว่า ระยะเวลาสงครามจะยืดเยื้อนานกว่า 16 สัปดาห์ โดยกรอบราคาของน้ำมันดิบเบรนท์น่าจะอยู่ระหว่าง 120 – 140+ ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือเฉลี่ยทั้งปี 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
“จากการประเมินราคาน้ำมันจะไม่ลงกลับไประดับเดิมสักระยะ เนื่องจากฐานราคาในอนาคตจะยกขึ้น ตามความเสียหายของระบบการผลิต นอกจากนี้ หากเป็นกรณีเลวร้าย (Adverse) และรุนแรง (Severe) ราคาน้ำมันก็จะยิ่งปรับตัวสูงขึ้นไปอีกมาก”
สำหรับราคาน้ำมันไทยนั้น ในกรณีฐาน SCB EIC มองว่า ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยทั้งปีนี้จะอยู่ที่ 43 บาทต่อลิตร โดยคาดว่า ราคาดีเซลตามราคาน้ำมันจริงจะแตะจุดสูงสุด (Peak) ในระดับกว่า 60 บาทต่อลิตรในเดือนเมษายน ก่อนจะค่อยๆ ลดลงหลังจากนั้น
โดยภายใต้สมมติฐานของกรณีฐานนี้ คาดว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะช่วยอุดหนุนแล้วในระดับ 10-20% หรือประมาณ 4 บาทต่อลิตรเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ในกรณีเลวร้าย (Adverse) และรุนแรง (Severe) ราคาน้ำมันก็จะแตะจุดสูงสุดหลังเดือนเมษายน และเคลื่อนไหวในระดับสูงกว่านี้ด้วย
ตามข้อมูลจากกระทรวงพลังงานแสดงให้เห็นว่า ราคาค้าปลีกน้ำมันดีเซลวันนี้ (27 มีนาคม) อยู่ที่ 38.94 บาทต่อลิตร โดยราคานี้กองทุนน้ำมันอุดหนุนอยู่ 16.02 บาทต่อลิตร สะท้อนว่า หากไม่มีการอุดหนุน ราคาค้าปลีกน้ำมันดีเซลวันนี้จะอยู่ที่ 54.96 บาทต่อลิตร