โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุป 1 เดือนสงครามอิหร่าน สีหศักดิ์ชูความปลอดภัยคนไทย เร่งหาน้ำมัน-ติดตามเรือมยุรีนารี

THE STANDARD

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
สรุป 1 เดือนสงครามอิหร่าน สีหศักดิ์ชูความปลอดภัยคนไทย เร่งหาน้ำมัน-ติดตามเรือมยุรีนารี

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสรุปความคืบหน้าของกระทรวงการต่างประเทศต่อสถานการณ์สงครามอิหร่านในเวที Meet the Press หัวข้อ 1 เดือนวิกฤตโลก: แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม ชี้เร่งดูแลคนไทยทั่วตะวันออกกลาง หาแผนสำรองน้ำมันเพิ่มเติม และติดตามความเคลื่อนไหวเรือมยุรีนารีอย่างใกล้ชิด

วันนี้ (28 มีนาคม) รัฐบาลนำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมทีมเศรษฐกิจ ได้แก่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

สีหศักดิ์ระบุว่า สงครามสหรัฐอเมริกา-อิหร่านไม่ควรเกิดขึ้น โดยการยึดมั่นในกติการะหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญ แต่เมื่อสถานการณ์สู้รบเกิดขึ้นแล้ว การดำเนินการอย่างทันท่วงทีในทุกมิติจึงเป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่ขัดแย้งเป็นลำดับความสำคัญสูงสุด

เร่งอพยพคนไทยในตะวันออกกลาง

รมว.กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า มีคนไทยในตะวันออกกลางมากกว่า 1 แสนคน โดยในอิสราเอลมากสุด 6.5 หมื่นคน และในอิหร่านประมาณ 300 คน กระทรวงการต่างประเทศจึงได้จัดตั้งวอร์รูม และประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในทุกประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลคนไทย พร้อมย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยของแต่ละประเทศ

สีหศักดิ์กล่าวว่า นายกฯ ให้ความสำคัญกับปฏิบัติการอพยพคนไทยในอิหร่านเป็นพิเศษ โดยได้สั่งการให้สถานทูตอพยพคนไทยทุกคนที่มีความประสงค์จะกลับประเทศไทย แม้จะเป็นการเดินทางที่ยากลำบาก เช่น ต้องเดินทางด้วยรถยนต์ 10 ชั่วโมงมายังตุรกี โดยมีหน่วยพิเศษให้การดูแล พร้อมทั้งขอให้อิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล หลีกเลี่ยงการโจมตีเส้นทางที่ไทยใช้ ซึ่งสุดท้าย ทุกคนก็ได้เดินทางกลับมาอย่างปลอดภัย

ประสาน ขอบคุณ และแสดงความห่วงใยกลุ่มประเทศอ่าว

สำหรับประเด็นทางการทูต ไทยได้ติดต่อและหารือกับหลายประเทศในตะวันออกกลาง ได้แก่ จอร์แดน โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน คูเวต ซาอุดีอาระเบีย และกำลังเตรียมหารือกับกาตาร์เร็วๆ นี้ โดยเน้นย้ำ 2 ประเด็นสำคัญ คือ ขอให้ช่วยดูแลความปลอดภัยของคนไทย และขอบคุณที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ประสงค์เดินทางกลับ รวมถึงย้ำว่า ไทยห่วงใยสถานการณ์และพร้อมยืนเคียงข้างประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบ

ติดต่ออิหร่าน-ติดตามเรือมยุรีนารี

ในส่วนการเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ อิหร่านได้ประกาศปิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขนส่งของไทยโดยตรง เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และปุ๋ย โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ส่งจดหมายหาทางการอิหร่าน และย้ำหลักการสิทธิในการเดินเรืออย่างเสรีภาพ ซึ่งทางเตหะรานอนุญาตให้ไทยเดินเรือผ่าน แต่ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อน

กรณีความคืบหน้าของเรือสินค้าไทยมยุรีนารี หลังถูกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) โจมตีในต้นเดือนมีนาคม สีหศักดิ์ระบุว่า ลูกเรือ 20 คนได้รับความช่วยเหลือผ่านโอมานเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่ล่าสุด ทางการอิหร่านแจ้งว่าเข้าถึงเรือแล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันรายละเอียดและชะตากรรมของลูกเรืออีก 3 คน ซึ่งขณะนี้ไทยกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

หาแหล่งนำเข้าน้ำมันเพิ่ม

นอกจากนี้ สีหศักดิ์ยังกล่าวว่า แม้ไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอในปัจจุบัน แต่เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน กระทรวงการต่างประเทศได้ใช้ช่องทางการทูตติดต่อประเทศผู้ผลิตน้ำมัน เช่นบราซิล ไนจีเรีย อาเซอร์ไบจาน และคาซัคสถาน ซึ่งต่างแสดงความพร้อมจัดส่งน้ำมันเพิ่มเติม

ใช้เวทีอาเซียนผลักดันประเด็นความมั่นคง

สุดท้าย ในเวทีการประชุมรัฐมนตรีระหว่างประเทศในอาเซียน ซึ่งฝ่ายไทยได้เสนอให้มีการหารือแบบพิเศษ สีหศักดิ์ย้ำว่า เรื่องที่ควรหารือร่วมกันมากที่สุด คือ ความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร แม้ยังไม่เกิดขึ้นในระยะสั้น แต่ในระยะยาว ควรเตรียมพร้อมไว้รับมือวิกฤตในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...