โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘เป๊ปซี่โค’ ยกระดับชีวิตเกษตรกร 9 จังหวัด เล็งขยายพื้นที่ปลูกลดการนำเข้าวัตถุดิบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 07.43 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 01.53 น.

“เป๊ปซี่โค” ชวนเปิดเรื่องราวของเกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งคุณภาพ ที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา หนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของห่วงโซ่อุตสาหกรรมอาหารไทย เชื่อมโยงภาคการเกษตรกับภาคการผลิตและการตลาดอย่างเป็นระบบ จากผืนดินในท้องถิ่นสู่กระบวนการแปรรูปที่ได้มาตรฐานระดับสากล ทุกขั้นตอนสะท้อนถึงความทุ่มเท ความรับผิดชอบ และความภาคภูมิใจในอาชีพของเกษตรกรไทย จนเป็น ฮีโร่ คนสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารโลก

กว่าจะเป็น “เป๊ปซี่โค” ในไทย

นางสุริวัสสา สัตตะรุจาวงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และรัฐกิจ ประจำประเทศไทย และอินโดไชน่า บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด หรือ “เป๊ปซี่โค ประเทศไทย” ผู้ผลิตเลย์ มันฝรั่งทอดกรอบยอดนิยม กล่าวว่า เป๊ปซี่โค (PepsiCo) บริษัทอเมริกันที่ดำเนินธุรกิจกว่า 200 ประเทศ มีรายได้ทั่วโลกกว่า 94,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนแบรนด์ที่ได้รับความนิยมในไทย เช่น เลย์, ตะวัน, ซันไบทส์, ชีโตส รวมถึงกลุ่มเครื่องดื่มเป๊ปซี่, 7-Up

นับเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้วที่เป๊ปซี่โคจับมือเกษตรกรไทย ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งในช่วง 10 ปีแรก ยอมรับว่าท้าทายมาก ต่างล้มลุกคลุกคลาน เพราะนำทฤษฎีจากต่างประเทศมาใช้โดยตรง จนสามารถปรับตัวและเรียนรู้ให้เข้ากับสภาพอากาศเมืองร้อน จนกระทั่ง 10 ปีล่าสุดสามารถพัฒนาและเพิ่มผลผลิตได้อย่างน่าพอใจ เกษตรกรรายย่อยหลายรายสามารถยกระดับศักยภาพการผลิตจนผ่านมาตรฐานคุณภาพระดับสากล สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้รับซื้อและผู้บริโภค ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ความร่วมมือดังกล่าวยังมีส่วนส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น ลดความเสี่ยงด้านราคา และสามารถวางแผนการผลิตล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สร้างเครือข่ายเกษตรเข้มแข็ง

อย่างไรก็ดี ความสำเร็จไม่ได้หยุดอยู่เพียงระดับครัวเรือน แต่ยังคาดหวังให้ขยายผลไปสู่ระดับชุมชน เกิดการจ้างงานในท้องถิ่น การรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเกษตรกรด้วยกันเอง เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตร เช่น ระบบชลประทาน เครื่องจักรกลการเกษตร และศูนย์คัดแยกผลผลิต ซึ่งช่วยยกระดับทั้งห่วงโซ่คุณค่าในพื้นที่ การส่งต่อองค์ความรู้และประสบการณ์จากรุ่นสู่รุ่น ทำให้อาชีพเกษตรกรรมเป็นหนึ่งในทางเลือกของอาชีพที่มีศักดิ์ศรี มีเทคโนโลยีรองรับ และสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับครอบครัว ลูกหลานเกษตรกรจำนวนไม่น้อยจึงเลือกกลับมาพัฒนาพื้นที่เกษตรของครอบครัว

PepsiCo

การนำองค์ความรู้ใหม่ ๆ มาปรับใช้ ทั้งด้านการบริหารจัดการข้อมูล และการตลาดสมัยใหม่ ด้วยเหตุนี้ เกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งจึงไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตวัตถุดิบต้นน้ำ หากแต่เป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง เป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมที่สร้าง “คุณค่าร่วมกัน” ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืนให้กับประเทศไทยในระยะยาว

เป๊ปซี่โคจึงยกให้เกษตรกรเป็นเหมือน “ฮีโร่คนสำคัญของอุตสาหกรรมอาหาร” คือ เป็นฟันเฟืองสำคัญของห่วงโซ่อาหารที่จะต้องขับเคลื่อนระบบให้เติบโตและยั่งยืน โดยมีหัวใจหลักที่สำคัญของบริษัท คือ ทีมเกษตร (Agro) ที่ทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกร และยังถ่ายทอดองค์ความรู้ที่สำคัญ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรให้แก่เกษตรกรอีกด้วย

เป๊ปซี่โคมีความคาดหวังที่จะให้มีการขยายการนำแนวทางเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู ฟื้นฟูระบบนิเวศ และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ครอบคลุมพื้นที่ 10 ล้านเอเคอร์ทั่วโลกภายในปี พ.ศ. 2573

PepsiCo

ขยายพื้นที่ปลูกทดแทนนำเข้า

นายอานนท์ สุนทรนนท์ ผู้จัดการฝ่ายเกษตร ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันมีการใช้ผลผลิตจากการเกษตรในประเทศกว่า 60% หรือประมาณ 100,000 ตัน ส่วนอีก 40% เป็นมันฝรั่งจากต่างประเทศ ทั้งเอเชียและยุโรป เช่น จีน เยอรมนี เซอร์เบีย เป็นต้น เพื่อนำมาใช้แปรรูปในช่วง 3 เดือนที่ไม่มีผลผลิตในประเทศ ในปี 2569 มีการนำเข้าประมาณ 50,000 ตัน ซึ่งเป็นอัตราที่น้อยกว่าผลผลิตในประเทศ

ในการแปรรูปขนมมันฝรั่งทอดกรอบ 70 กรัม จะใช้มันฝรั่งสดประมาณ 280 กรัม ในปี 2569 คาดว่าต้องใช้มันฝรั่งเพิ่มขึ้น 10% หรือ 100,000 ตัน จากปี 2568 ใช้มันฝรั่งไปประมาณ 90,000 ตัน นอกจากนี้ยังมีการทำ MOU ร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ ส่งเสริมเกษตรกรปลูกมันฝรั่งทดแทนการทำนาปรัง เพราะใช้น้ำน้อยและสร้างรายได้ดี อย่างไรก็ตาม ได้ตั้งเป้าขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มปีละ 10-15% รวมถึงหาพื้นที่ปลูกใหม่ เช่น จ.พะเยา และ จ.น่าน

ใช้เอไอเสริมวิถีเกษตรยั่งยืน

นางสาวสุดาทิพย์ อินเสาร์ ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สำหรับมันฝรั่งที่ปลูกในประเทศไทยมีพื้นที่ 35,000 ไร่ มีเครือข่ายเกษตรกรกว่า 4,830 ครัวเรือนใน 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน พะเยา ตาก เพชรบูรณ์ สกลนคร นครพนม ผลิตมันฝรั่งรวมกันประมาณ 100,000 ตันต่อปี

ซึ่งสภาพอากาศและอุณหภูมิในการปลูกมันฝรั่งให้มีผลผลิตดีนั้น ในช่วงเวลากลางวันและกลางคืนจะต้องมีอุณหภูมิที่ต่างกันประมาณ 10-12 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมในช่วงกลางวันอยู่ที่ประมาณ 24-26 องศาเซลเซียส ส่วนกลางคืนน้อยกว่า 18 องศาเซลเซียส สำหรับการเพาะปลูกจะเริ่มลงแปลงช่วงเดือนพฤศจิกายน และเก็บเกี่ยวช่วงเดือนกุมภาพันธ์ รวมระยะเวลาปลูก 3 เดือน หรือ 90-110 วัน

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ส่งผลให้การปลูกมันฝรั่งในประเทศประสบความสำเร็จ เนื่องจากมีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในการปรับปรุงคุณภาพดิน การพัฒนาแหล่งน้ำและบริหารการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การนำเทคโนโลยี โดรนร่วมกับ AI มาใช้ในการประเมินความสมบูรณ์ของพืช และระบุโรค-แมลงศัตรูพืช ซึ่งมีความแม่นยำ และประสิทธิภาพสูง ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็นแนวทางการส่งเสริมวิถีเกษตรยั่งยืน

ระยะปลูกสั้นผลตอบแทนคุ้มค่า

นางสาวสุมิตรา ใจดี เกษตรกร ต.แม่ลาว อ.เชียงคำ จ.พะเยา ในฐานะเกษตรกรรุ่นใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้ได้เริ่มต้นทำอาชีพเกษตรกรเต็มตัวปีแรก เดิมทำงานที่กรุงเทพฯกว่า 3 ปี และได้ไปเรียนและทำงานที่ต่างประเทศกว่า 7 ปี รู้สึกไม่มีความมั่นคงในชีวิต จึงหันกลับมาสานต่อสิ่งที่รุ่นพ่อทำอยู่แล้ว คือ การปลูกมันฝรั่ง เริ่มต้นปลูกพื้นที่กว่า 3 ไร่ แม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ภูมิใจมาก และคาดว่าปีนี้จะได้ผลผลิตมากกว่า 4,200 ตัน/กก. ซึ่งมากกว่าพ่อเคยทำ

นายภูรินท์ โชติมา เกษตรกร ต.แม่ลาว อ.เชียงคำ จ.พะเยา กล่าวว่า ตนเป็นคนกรุงเทพฯโดยกำเนิด เรียนจบด้านวิศวกรคอมพิวเตอร์ แล้วเปิดบริษัทส่วนตัว แต่เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนไป รู้สึกเบื่อ จึงเริ่มต้นหันมาทำเกษตรด้วยพื้นที่ปลูก 5 ไร่ ในช่วงแรกเริ่มต้นการทำนา ทำสวนยาง แต่ต้องลงทุนเอง ใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะกรีดยางได้ นอกจากนี้ได้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แต่ก็มีช่วงที่นาว่าง ไม่รู้จะปลูกพืชอะไร จนกระทั่งมีบริษัทนำหัวมันฝรั่งเข้ามาลงทุนให้ พร้อมทำพันธสัญญา ซึ่งข้อดีคือไม่ต้องลงทุนเอง ระยะวลาปลูกสั้น ได้ผลกำไรดี

แม้ช่วงแรกมีอุปสรรคด้านเทคโนโลยี ใช้คนวางผลผลิตทั้งหมด ปัจจุบันได้นำเทคโนโลยีและเครื่องมือ รถบรรทุกเล็ก (อีมุ่น) ในการปลูก ทำให้ร่นระยะเวลาการปลูกจาก 2 วัน เหลือครึ่งวัน

ส่วนต้นทุนการผลิตอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาท/ไร่ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะแปลง ล่าสุดปลูก 5 ไร่ ลงทุน 80,000 บาท ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 4,000 กก./ไร่ สามารถสร้างรายได้ 260,000 บาท หรือเฉลี่ย 70,000-80,000/เดือน นับเป็นรายได้ที่ดีกว่าการปลูกพืชชนิดอื่นอย่างแน่นอน

สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง โจทย์ใหญ่เกษตรกรไทย

ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังกดดันระบบอาหารของโลกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สภาพอากาศแปรปรวนส่งผลต่อคุณภาพผลผลิตเกษตรโดยตรง โดยเฉพาะ “มันฝรั่ง” ที่เป็นพืชเมืองหนาว ที่ต้องการอากาศหนาวเย็น เหมาะสำหรับการเพาะปลูกตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน แต่สำหรับปี 2569 พบว่าสภาพอากาศเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างรวดเร็ว ทำให้ครอปการปลูกเหลือแค่ 60 วัน จากปกติ 90-110 วัน ทำให้การเจริญเติบโตของหัวมันช้า ซึ่งนับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ต่อเกษตรกรไทย

หากย้อนไปในปี 2022 เป็นช่วงอากาศแปรปรวนหนัก มีฝนตกช่วงเดือนมกราคม อากาศก็หนาวช้าลง ปกติฤดูหนาวจะเริ่มสัปดาห์ที่ 4 ของเดือนตุลาคม

PepsiCo

นับตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา ปรากฏว่าฤดูหนาวเริ่มต้นที่ช่วงเดือนพฤศจิกายน จนกระทั่งล่าสุดปลายปี 2025 เกษตรกรเริ่มปลูกได้เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน โดยกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูร้อนตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ระยะเวลาเหมาะสมต่อการปลูกสั้นลง

แม้ปัจจุบันใช้หัวพันธุ์ มันฝรั่ง เป็น Generation 4 จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (G0) มีความทนแดด ทนโรค ให้ผลผลิตเร็ว รักษาได้นาน แต่เพื่อการเตรียมพร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในระยะยาว ได้วางแผนการหาสายพันธุ์มันฝรั่งใหม่ที่ทนต่อสภาพอากาศร้อนมากขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนา

ต่อมาการจัดการพื้นที่ปลูกและการเพิ่มผลผลิต ได้ตั้งเป้าขยายพื้นที่ปลูกปีละประมาณ 10-15% ใน 9 จังหวัด และกำลังมองหาพื้นที่ใหม่ เช่น ในพื้นที่จังหวัดพะเยาและน่าน

PepsiCo

ขณะที่มันฝรั่งนำเข้ามาแปรรูปและที่รับซื้อจากเกษตรกร ล้วนมาจากรูปแบบการทำเกษตรอย่างยั่งยืน เนื่องจากพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่บริเวณภาคเหนือ ที่ผ่านมามีปัญหาควันฝุ่น PM 2.5 จากการเผาไร่เตรียมเพาะปลูก เป๊ปซี่โคจึงเสนอแนะให้เกษตรกรปลูกพืชหมุนเวียน โดยเฉพาะแนะให้มีการปลูกข้าวโพด ข้าว ก่อนการปลูกมันฝรั่ง เพราะเมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว สามารถไถกลบเป็นสารอาหารในดินได้ ช่วยลดการใช้ปุ๋ย-สารเคมี แม้ใช้เวลาปรับเปลี่ยนแนวคิดหลายปี แต่ปัจจุบันเกษตรกรในโครงการไม่มีการเผา 100%

ด้วยเกษตรกรคือกลุ่มแรกที่ต้องรับแรงกระทบเหล่านี้ในทุก ๆ วัน เป๊ปซี่โค ในฐานะบริษัทอาหารและเครื่องดื่ม ที่มีรากฐานมาจากภาคการเกษตรเข้าใจถึงทั้งความเปราะบางและความสำคัญของระบบนี้เป็นอย่างดี

ดังนั้น การพัฒนาเกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผลิตวัตถุดิบให้ได้ปริมาณตามความต้องการเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นคุณภาพ ความปลอดภัยทางอาหาร และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘เป๊ปซี่โค’ ยกระดับชีวิตเกษตรกร 9 จังหวัด เล็งขยายพื้นที่ปลูกลดการนำเข้าวัตถุดิบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...