โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘โสภณ’ โชว์วิสัยทัศน์ ชูประสบการณ์ 25 ปี ‘พริษฐ์’ ท้ากู้ศรัทธา-วางตัวเป็นกลาง

The Bangkok Insight

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

เปิดฉากสภาชุด 27! "โสภณ" โชว์วิสัยทัศน์ ชูประสบการณ์ 25 ปีขอเที่ยงธรรม ประจัน "พริษฐ์" ท้ากู้ศรัทธา-วางตัวเป็นกลางใช้มาตรฐานเดียวกันทุกพรรค

วันนี้ (15 มี.ค.) เมื่อเวลา 09.29 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เพื่อให้ สส.ได้กล่าวปฏิญาณตนก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่และเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาฯ คนที่ 1 และคนที่ 2 โดยหลังจากที่พบว่ามีผู้ลงชื่อครบองค์ประชุมแล้ว นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาฯ กล่าวเชิญ นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ฐานะ ส.ส.ที่อาวุโสสูงสุดขึ้นทำหน้าที่ประธานชั่วคราวของที่ประชุม

โสภณ

จากนั้นนายไพโรจน์ได้แจ้งต่อที่ประชุมให้รักษาข้อบังคับของที่ประชุม ก่อนที่จะเปิดให้เสนอชื่อบุคคลที่ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอชื่อนายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขณะที่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอชื่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ทำให้ต้องมีการแสดงวิสัยทัศน์และลงคะแนนลับ

โดยนายโสภณ กล่าววิสัยทัศน์ ตอนหนึ่งว่า 25 ปีที่ตนอยู่ในสภาฯ และเห็นการทำงานหลากหลายรูปแบบ ตนหวังว่าจะสภาฯ จะหลอมรวมประสบการณ์ในอดีต และความทันสมัย เพื่อทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด สำหรับอำนาจหน้าที่ของประธานสภาฯ มี 3 ประการ คือนำเรื่องราวทุกข์ร้อนของประชาชนมาบอกกล่าว เพื่อให้ฝ่ายรัฐบาลนำไปปฏิบัติเป็นรูปธรรม ตรวจสอบฝ่ายบริหาร ซึ่งตนอยากเห็นการตรวจสอบที่มีคุณภาพ สมดุล เป็นเหตุเป็นผลเพื่อประโยชน์ประชาชน และการออกกฎหมายตรากฎหมาย โดยตนอยากเห็นสภาฯ เป็นที่ออกกฎหมายเพื่อเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายรัฐบาลนำไปปฏิบัติเพื่อฟันฝ่าวิกฤติ

นายโสภณ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีกฎหมายที่ล้าสมัยจำนวนมาก บังคับใช้ไม่ได้ ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ดังนั้นตนหวังว่านิติบัญญัติต้องสังคายนากฎหมายที่ล้าสมัย และเป็นอุปสรรค โดยต้องปรับปรุงยกเลิกโดยเร็วที่สุด และกฎหมายใหม่ที่นำเสนอเพื่อเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายบริหารทำงาน ต้องทันสมัยทันเหตุการณ์ และการพัฒนาการของประเทศและของโลก

โสภณ

นายโสภณ กล่าวต่อว่า การเสนอกฎหมายแต่ละครั้งต้องใช้เวลา ทำให้บางสมัยประชุมไม่สามารถออกกฎหมายได้ โดยตนไม่พึงปรารถนาให้สภาฯ ใช้วาทกรรมเอาชนะคะคานโดยไม่คำนึงถึงผลที่จะได้รับ ซึ่งตนคิดว่าประชาชนต้องการเห็นการบัญญัติกฎหมายเพื่อเป็นเครื่องมือให้รัฐบาล และเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชน และเพื่อทำให้สภาฯ สร้างความศรัทธา เพื่อเกียรติ ศักดิ์ศรีให้เป็นสภาฯ ที่สง่างาม และหากตนได้รับเลือก จะทำหน้าที่ประธานสภาฯ โดยปวรณาตัวทำงานอย่างเที่ยงธรรม เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประชาชน จรรโลงไว้ด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

จากนั้นเวลา 09.48 น. นายพริษฐ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่กรุณาเสนอชื่อตนในวาระการเลือกประธานสภาฯในวันนี้ ตนเข้าใจดีว่าการเสนอชื่อตนครั้งนี้ ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับเรื่องเข้าไปทำหน้าที่เป็นประธานสภาฯ เพราะตั้งแต่ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา พวกเราพรรคประชาชนชัดเจนมาโดยตลอดว่าเราเคารพสิทธิ์ของพรรคอันดับ 1 ในการเดินหน้าเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ถึงวันนี้เป็นที่รับรู้โดยทั่วไปว่าได้รวบรวมเสียงครบเพียงพอแล้ว และคงจะถูกพิสูจน์จนสิ้นข้อสงสัยในการลงมติเลือกประธานสภาฯ ในวันนี้

แต่ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน พรรคประชาชนมองว่าบทบาทของเราไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การตรวจสอบรัฐบาล และผลักดันกฎหมายในสภาฯ แต่ยังรวมถึงบทบาทในการแสดงวิสัยทัศน์ และทิศทางที่เราเห็นว่าประเทศนั้นควรจะเดิน เพื่อเป็นข้อเสนอแนะให้ว่าที่รัฐบาลรับไว้พิจารณา และเพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนได้ใช้ประกอบการตัดสินใจในอนาคต

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของวิสัยทัศน์เกี่ยวกับตำแหน่งประธานสภาฯ ภารกิจสำคัญที่สุดของประธานสภาฯ คือการกอบกู้ความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนมีต่อนักการเมืองในสภาฯ เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อว่าแม้สภาฯ จะเป็นองค์กรเดียวในระดับชาติ ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน แต่หลายครั้งสภาผู้แทนราษฎรกลับทำลายศรัทธาของพี่น้องประชาชนไปมากเช่นกัน ส่วนคำถามว่าแล้วประธานสภาฯ จะทำอะไรได้ในภารกิจนี้ ถ้าเปิดดูข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อ 9 (1) ประธานสภาฯจะต้องหวังตนเป็นกลางในการปฎิบัติหน้าที่ ตนเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทุกคนเห็นตรงกันว่าประธานสภาฯ จะต้องวางตนเป็นกลางระหว่างพรรคการเมืองทุกพรรค และสมาชิกทุกคน ไม่ว่าพรรคไหนทำผิดข้อบังคับ ประธานสภาฯต้องตักเตือนห้ามปรามด้วยมาตรฐานเดียวกัน พรรคไหนเสนอญัตติหรือกฎหมายอะไรประธานสภาฯต้องปฏิบัติด้วยมาตรฐานเดียวกัน

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนมีความเห็นว่าหากเราจะทำให้สภาฯ เป็นองค์กรที่ประชาชนฝากความหวังไม่ได้ มี 4 เรื่องสำคัญที่หวังว่าประธานสภาฯ คนถัดไปจะต้องไม่วางตนเป็นกลาง คือ 1.ประธานสภาฯคนต่อไปจะต้องไม่วางตนเป็นกลางระหว่างการหยุดอยู่กับที่กับการเดินไปข้างหน้า ตนอยากเห็นสภาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีแห่งอนาคตมากกว่านี้ เพื่อยกระดับงานของฝ่ายนิติบัญญัติ เช่น การจัดทำระบบฐานข้อมูลที่รวบรวมคำอภิปรายของสส. ทั้งห้องประชุมใหญ่และห้องประชุมกรรมาธิการ เพื่อให้ประชาชนค้นหาได้ หรือการเพิ่มความเป็นไปได้ของการประชุมออนไลน์ ทั้งการประชุมสภาฯ และการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญเกี่ยวกับการพิจารณาร่างกฎหมาย เพื่อทำให้สภาฯ ตอบสนองต่อวิกฤตของประชาชนได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรอวาระการประชุมปกติ

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า 2.ประธานสภาฯ คนถัดไปจะต้องไม่วางตนเป็นกลางระหว่างการปกปิดกับความโปร่งใส สภาฯ ที่โปร่งใสจะทำให้ประชาชนรับรู้ว่าผู้แทนที่เขาเลือกไปทำงาน ทำงานคุ้มค่ากับภาษีประชาชนหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่สภาทำได้คือการจัดทำ และเผยแพร่แดชบอร์ด ให้ประชาชนเข้ามาตรวจสอบได้ทันทีทันใด ว่า สส.บ้านเขาขาดประชุมหรือไม่อภิปรายมากน้อยแค่ไหน ลงมติเรื่องต่างๆ ได้ตรงกับความเห็นของคนในพื้นที่หรือไม่ อีกเรื่องคือการสนับสนุนให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมาธิการเหมือนกับการถ่ายทอดสดการประชุมสภาในห้องใหญ่

3.ประธานสภาฯ คนถัดไปจะต้องไม่วางตนเป็นกลางระหว่างการเผาผลาญกับการปกป้องภาษีประชาชน ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ประชาชนเผชิญกับปัญหาปากท้อง และถูกซ้ำเติมจากวิกฤตทั้งภายในภายนอก สิ่งสุดท้ายที่ประชาชนอยากเห็น คือการเห็นสส.ที่เขาเลือกเข้าไปกลับไปใช้เงินภาษีอย่างฟุ่มเฟือย สิ่งสุดท้ายที่เขาอยากเห็น คือเห็นประธานสภาฯ ที่ควรจะเป็นแบบอย่างที่ดี กลับนำงบประมาณไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง และสิ่งสุดท้ายที่ประชาชนอยากเห็นคือสภาฯ ที่ลงทุนกับการตกแต่งอาคารรัฐสภามากกว่าลงทุนกับการแก้ไขปัญหาของประชาชน ดังนั้นหวังว่าประธานสภาฯคนถัดไปจะเป็นหัวหอกสำคัญลุกขึ้นมาเสนอปรับหรือลดงบประมาณ ในส่วนที่ไม่จำเป็น และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ส่วนรวม แม้ต้องขัดกับเพื่อนสมาชิกในที่นี้อยู่บ้าง

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า 4.ประธานสภาฯคนถัดไปจะต้องไม่วางตนเป็นกลางระหว่างอำนาจของใครไม่กี่คน กับอำนาจของประชาชน สภาผู้แทนราษฎรชุดไหนที่ไม่ปกป้องอำนาจของประชาชน เปรียบเสมือนกับสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่ปกป้องเหตุผลในการมีอยู่ขององค์กรตนเอง ในยุคปัจจุบันที่ประชาธิปไตยถูกบีบให้อ่อนแอ อำนาจของประชาชนอ่อนล้า เสียงของประชาชนถูกบีบให้เบาลง ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประธานสภาฯคนถัดไปจะลุกขึ้นมาถือธงนำในการปกป้องเจตนารมณ์ของประชาชนทุกคน ไม่ให้ถูกขัดขวางครอบงำโดยอำนาจที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน

โสภณ

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ เห็นว่าประธานสภาฯคนถัดไปจะต้องทำทุกทาง เพื่อทำให้การได้มา และการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระนั้น เป็นอิสระจากการถูกทุกแทรกแซงโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งทางการเมือง แต่ไม่เป็นอิสระจากประชาชน และในฐานะตัวแทนของสส. 500 คนที่มาจากการเลือกตั้งเห็นว่าประธานสภาฯคนถัดไป จะต้องมีบทบาทสำคัญในการรวมพลังทุกพรรค และสมาชิกทุกคน เพื่อตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา และทำให้สังคมเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งครั้งถัดไปจะเสรีเป็นธรรม และโปร่งใส และในฐานะประธานรัฐสภา เห็นว่าประธานสภาฯคนถัดไปจะต้องทำให้กระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง รวดเร็ว เปิดกว้างต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกคน เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนที่ได้แสดงออกผ่านการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา

“คำถามที่สำคัญที่สุดในวันนี้อาจจะไม่ใช่คำถามว่าใครจะได้เป็นประธานสภาฯ แต่คือคำถามที่ว่า 4 ปีข้างหน้าสภาฯ แห่งนี้จะยืนอยู่อยู่ข้างใคร ระหว่างประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดในประเทศกับกลุ่มอำนาจไม่กี่กลุ่ม ที่อาจจะมีความพยายามในการครอบงำผู้แทนราษฎร” นายพริษฐ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการลงมติมีข้อหารือต่อกรณีของการลงคะแนนลับผ่านการเขียนชื่อบุคคลที่ถูกเสนอชื่อลงในบัตรออกเสียง ซึ่งมีคำถามต่อการสะกดชื่อที่ไม่ถูกต้อง โดยตอนแรก นายไพโรจน์วินิจฉัยว่าหากสะกดผิดแม้แต่ตัวเดียวถือว่าเป็นบัตรเสีย ทำให้ถูกทักท้วงว่าขอให้ยึดเจตนารมณ์ของผู้ออกเสียง แม้จะมีการสะกดชื่อผิด เช่น ตัวสะกด หรือใส่การันต์ และมีข้อเสนอให้เขียนหมายเลขแทนเขียนชื่อ จนในที่สุดนายไพโรจน์ได้วินิจฉัยสุดท้ายว่า หากสะกดชื่อผิดยังถือเป็นบัตรดี ทั้งนี้ ขอให้เป็นดุลยพินิจของกรรมการนับคะแนน ส่วนบุคคลที่ต้องการงดออกเสียงให้เขียนคำว่างดออกเสียง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...