โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เด็ก-ชาวบ้าน ร่วมรณรงค์ ปกป้องสาละวิน สายน้ำปนเปื้อนสารพิษซ้ำเติมชุมชน

Khaosod

อัพเดต 15 มี.ค. เวลา 05.52 น. • เผยแพร่ 15 มี.ค. เวลา 05.52 น.
เด็ก-ชาวบ้าน ร่วมรณรงค์ ปกป้องสาละวิน สายน้ำปนเปื้อนสารพิษซ้ำเติมชุมชน

เด็ก-ชาวบ้าน ร่วมรณรงค์ ปกป้องสาละวิน สายน้ำปนเปื้อนสารพิษซ้ำเติมชุมชน ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐ 4 ข้อเร่งทำแผนรับมือ-ฟื้นฟู

วันที่ 15 มี.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่บริเวณชายนหาดริมแม่น้ำสาละวิน หมู่บ้านสบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน มูลนิธิแม่น้ำและสิทธิ (Rivers and Rights) และเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมยและสาละวิน กลุ่มชาวบ้านสบเมย รวมทั้งเครือข่ายภาคประชาชนร่วมกันจัดงานวันสากลเพื่อการปกป้องแม่น้ำ (International Day of Action for Rivers) โดยเด็กและเยาวชน ชาวบ้าน พร้อมทั้งกลุ่มคนที่รักแม่น้ำสาละวินกว่า 200 คนร่วมกันเดินรณรงค์ปกป้องแม่น้ำ

ทั้งนี้เด็กนักเรียนได้ร่วมกันถือป้ายเพื่อรณรงค์ให้มีการดูแลแม่น้ำด้วยข้อความต่างๆ อาทิ “ไม่เอาเขื่อนตลอดชีวิต” , “ปกป้องแม่น้ำจากสารพิษ” , “ไม่เอาเหมือง สาละวินลุ่มน้ำแห่งสันติภาพ” เป็นต้น

ขณะที่ผู้อาวุโสชาวกะเหรี่ยงทำพิธีกรรมตามความเชื่อดั้งเดิมของคนกะเหรี่ยงซึ่งมีการจุดเทียนอธิษฐานเพื่อปกป้องแม่น้ำ จากนั้นได้ปล่อยแพไม้ไผ่ซึ่งมีป้ายรณรงค์เกี่ยวกับสิทธิชุมชน

ขณะที่กลุ่มเยาวชนและชาวบ้านได้ออกแถลงการณ์ ว่าในนามเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญกับผลกระทบจากโครงการพัฒนาของรัฐ และกลุ่มทุน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเขื่อน การทำเหมืองแร่ รวมถึงโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เช่น โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพลและโครงการเขื่อนฮัตจี ที่รัฐบาลพยายามผลักดันตลอดจนปัญหาสารพิษ ที่ปนเปื้อนในแม่น้ำ เช่น แม่น้ำสาละวิน แม่น้ำกก

แถลงการณ์ระบุว่า ปัจจุบันมีการตรวจพบสารพิษ เช่น สารหนู แคดเมียม และโลหะหนัก ในแหล่งน้ำ ส่งผลกระทบต่อระบบ นิเวศและวิถีชีวิตของชุมชนอย่างชัดเจน ทั้งปลาที่มีอาการป่วย การทำประมงที่ได้รับผลกระทบ พืชผักริมตลิ่งที่เสียง ต่อการปนเปื้อน รวมถึงความกังวลด้านสุขภาพของประชาชน แม้จะมีการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แต่ผลการตรวจจำนวนมากไม่ได้ถูกสื่อสารกลับมายังชุมชนอย่างชัดเจน ทำให้ประชาชนขาดข้อมูลในการตัดสินใจ อีกทั้งสถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่และหลายชุมชนยังไม่สามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเช่น น้ำประปาที่สะอาด

“พวกเราในฐานะเด็กและเยาวชน ตระหนักดีว่า แม่น้ำคือบ้าน แหล่งอาหาร และวิถีชีวิตของชุมชน วันนี้พวกเราจึงมารวมตัวกันเพื่อประกาศเจตนารมณ์ว่า เราจะร่วมกันปกป้องบ้านเกิด วิถีชีวิต และทรัพยากรธรรมชาติของเรา พร้อมทั้งขอเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไขปัญหา โดยมี ข้อเรียกร้องสำคัญ 4 ประการ”

  • ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง เช่น ค่าออกซิเจนละลายใน น้ำ (Do) และค่าความเป็นกรดด่าง (pH) พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อชุมชนอย่างโปร่งใส
  • ให้รัฐจัดทำแผนฟื้นฟูระบบนิเวศแม่น้ำ และเยียวยาชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสารพิษ ทั้งด้านสุขภาพ วิถีชีวิต และอาชีพของประชาชน
  • ขอให้รัฐรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยจัดให้ชุมชนเข้าถึงน้ำประปาที่สะอาดและระบบไฟฟ้าที่ปลอดภัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
  • ให้รัฐบาลใช้กลไกความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน และดำเนินมาตรการควบคุมหรือยุติกิจกรรมเหมืองแร่ที่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนในแม่น้ำ ทั้งแม่น้ำสาละวิน และ แม่น้ำกก

ด้านนายอภิสิทธิ์ สายทรัพย์สิน ตัวแทนชาวบ้านสบเมย กล่าวว่า นับตั้งแต่มีการตรวจพบสารพิษปนเปี้อนในแม่น้ำสาละวิน ชาวบ้านมีความกังวลเป็นอย่างมาก เพราะวิถีชีวิตชุมชนเชื่อมโยงกับสายน้ำ ทั้งการเพาะปลูก การทำประมง และเป็นเส้นทางเดินทางขนส่ง โดยเฉพาะรายได้จากการหาปลา ชาวบ้านเคยมีรายได้ต่อปีหลักแสนบาท

ช่วงฤดูหาปลามีรายได้ต่อวันมากกว่าหนึ่งหมื่นบาท แต่ปัจจุบันปลาที่หาได้แทบไม่มีราคา เพราะไม่มีใครกล้ารับซื้อปลาจากแม่น้ำสาละวิน ขณะที่นักท่องเที่ยวก็น้อยลง ไม่มีคนกล้าเข้ามาเที่ยวที่สบเมย เพราะกลัวเรื่องสารพิษในแม่น้ำ

“ตอนนี้ชาวบ้านต้องการให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาสารพิษในแม่น้ำสาละวิน และมองเห็นความทุกข์ร้อนของชาวบ้านบ้าง เพราะผลกระทบเกิดจากการทำเหมืองที่ต้นน้ำในเมียนมา ซึ่งชาวบ้านไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่สามารถแก้ปัญหากันเองได้ หากปล่อยให้แม่น้ำปนเปี้อนสารพิษไปเรื่อยๆ เกรงว่าจะมีผลกระทบมากกว่านี้ เพราะไม่เพียงชุมชนบ้านสบเมยที่รับสารพิษ แต่มีชุมชนอีกจำนวนมากที่ต้องเจอผลกระทบแบบเดียวกัน”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

น.ส.ปุ๊ซอ ภัครทรินทร์ เครือข่ายผู้หญิงแม่น้ำสาละวิน กล่าวว่า ปัญหาเขื่อนและปัญหาสารพิษในแม่น้ำสาละวินทำให้ผู้หญิงชาวกะเหรี่ยงต้องลุกขึ้นมาเชื่อมร้อยกันเป็นเครือข่ายเพื่อปกป้องแม่น้ำ ดูแลทรัพยากรและรักษาสิ่งแวดล้อมร่วมกันมาตลอด 20 ปี เพราะวิถีชุมชนของเราผูกพันกับการอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ซึ่งการร่วมจัดพิธีสืบชะตาแม่น้ำก็เพื่อสื่อสารให้สังคมเห็นว่า ชาวบ้านตลอดสายน้ำต้องการปกป้องแม่น้ำให้ไหลอิสระเสรี ปกป้องแม่น้ำจากโครงการพัฒนาที่ทำลายแม่น้ำ และอยากให้ทุกหน่วยงานเห็นความสำคัญต่อปัญหาแม่น้ำสาละวิน เพราะตอนนี้ไม่ใช่ปัญหาที่กระทบกับชุมชนของไทยเท่านั้น แต่เป็นปัญหาที่กระทบกับผู้คนทั้งสองฝั่งแม่น้ำ

น.ส.นอแอ๊ะ จาก Karen Environmental and Social Action Network (KESAN) องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมของกะเหรี่ยง กล่าวว่า เราเข้าร่วมจัดกิจกรรมปกป้องแม่น้ำสาละวินมาตลอดทุกปี เพราะว่ามีชุมชนกะเหรี่ยงและชาติพันธุ์ต่างๆ อาศัยอยู่ตลอดสองฝั่งแม่น้ำ ทุกชาติพันธุ์มีวิถีชีวิตที่เชื่อมโยงกับแม่น้ำ พอมีข่าวการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำ

ชาวบ้านจึงมีความกังวลไม่กล้าสัมผัสน้ำ เพราะไม่รู้ว่าระยะยาวสารพิษจะสะสมในร่างกายแล้วจะส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร เรื่องนี้เป็นปัญหาสำคัญ สำคัญที่สุดคืออนาคตของลูกหลานอาจจะมีผลกระทบต่อสุขภาพที่ชัดเจน และกลายเป็นผลกระทบในวงกว้างมากกว่านี้ ชุมชนทั้งสองฝั่งจึงอยากเรียกร้องต่อทุกฝ่ายว่าจะมีแนวทางแก้ไขนี้ร่วมกันอย่างไร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เด็ก-ชาวบ้าน ร่วมรณรงค์ ปกป้องสาละวิน สายน้ำปนเปื้อนสารพิษซ้ำเติมชุมชน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...