กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ถอดรหัสการใช้ชีวิต เมื่อวิกฤตคือเรื่องปกติ และสติคือทางออก
กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ถอดรหัสการใช้ชีวิต เมื่อวิกฤตคือเรื่องปกติ และสติคือทางออก
เป็นอีกหนึ่งหญิงเก่งที่มาแบ่งปันประสบการณ์และข้อคิดในการรับมือกับวิกฤต สำหรับ “กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร” ประธานกรรมการ บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ในงานโครงการ “สสธวท..สตรีทรงพลัง” จัดโดย สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน (AWEN Thailand) ที่
- ความฝันส่วนตัวกับเป้าหมายของครอบครัวเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร
กอบกาญจน์ เล่าว่า ความฝันกับสิ่งที่ทำไม่ตรงกัน เพราะเรียนสถาปัตย์ฯ ชอบสายศิลป์ไม่ได้ชอบธุรกิจเลย แต่เราเรียนรู้ที่จะรักในสิ่งที่ต้องทำได้
“การเรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองต้องทำน่าจะมาจากใจ เราถามใจตัวเองว่า เมื่อเราต้องทำธุรกิจต่อจากคุณพ่อคุณแม่ เราต้องทำเพื่ออะไร เราต้องอยู่เพื่ออะไร คนเราเกิดมาต้องมีเป้าหมาย ข้อนี้ก็ได้มาจากคุณพ่อคุณแม่ สุดท้ายเราไม่ได้ทำธุรกิจเพื่อธุรกิจ แต่เราจะทำธุรกิจเพื่อนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต อันนี้เป็นสิ่งสำคัญกว่า”
“ถ้าเราสามารถธุรกิจเพื่อช่วยประเทศชาติ ช่วยคนไทยได้ อันนี้คือแรงจูงใจให้เราตื่นขึ้นมาทุกเช้าแล้วก็มีแรงทำในสิ่งที่เราอาจจะไม่ได้รักที่สุด แต่เป็นสิ่งที่เราภูมิใจที่สุด”
- การเผชิญวิกฤตมหาอุทกภัย (พ.ศ. 2554) ความเสียหายที่รุนแรง
กอบกาญจน์ เล่าถึงเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ซึ่งส่งผลกระทบต่อโรงงานในเครือโตชิบาถึง 9 แห่งจากทั้งหมด 10 แห่ง โดยน้ำท่วมสูงมิตหัวและกินระยะเวลานานกว่าหนึ่งเดือนครึ่ง ส่งผลให้เกิดความเสียหายแบบ 100%
จากเหตุการณ์นี้ ทำให้เธอเปลี่ยนมุมมอง เพราะในขณะนั้นบริษัทเป็นเพียงยี่ห้อเดียวที่ถูกน้ำท่วมในย่านนั้น แต่แทนที่จะโทษโชคชะตา เธอกลับนึกถึงคำสอนของคุณแม่ที่ว่า “วิกฤตคือปกติ และปัญหาคือปกติ”
ด้วยพลังของความซื่อสัตย์และการสร้างพันธมิตร อันดับแรกคือ “ความเชื่อมั่นจากญี่ปุ่น” แม้โรงงานจะเสียหายหนักและพาร์ทเนอร์ชาวญี่ปุ่นสามารถเลือกที่จะทิ้งไปได้ แต่ทางโตชิบาญี่ปุ่นกลับส่งอีเมลมายืนยันว่าจะ “ไม่ทิ้งประเทศไทย”
ซึ่งนี่คือ “รากฐานความซื่อสัตย์” กอบกาญจน์ เผยว่า สาเหตุที่เขาไม่ทิ้งไปเพราะความซื่อสัตย์สุจริตที่ครอบครัวสร้างสะสมมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งเป็นคุณค่าที่หาซื้อไม่ได้และสร้างขึ้นใหม่ในระยะเวลาอันสั้นไม่ได้
- หัวใจสำคัญคือ “คน” และ “ทีมงานที่แข็งแกร่ง
“การดูแลกันในยามยาก” กาญกาญจน์ บอกว่า แม้ในช่วง 1 ปีที่ไม่มีสินค้าขายเนื่องจากโรงงานเสียหาย แต่ดีลเลอร์ (ผู้แทนจำหน่าย) ทั่วประเทศกลับยังคงเก็บพื้นที่ขายไว้ให้โตชิบา เพราะความสัมพันธ์และความเชื่อใจที่ดูแลกันมาอย่างยาวนานแบบ “เคียงบ่าเคียงไหล่” ทั้งในยามสุขและยามทุกข์
“ความเชื่อเรื่องทีม” กอบกาญจน์ย้ำว่า เธอไม่ใช่คนเก่งที่สุด แต่เธอเชื่อในเรื่อง “คน” และทีมงานที่แข็งแกร่ง (Team It’s Dare) ที่พร้อมจะฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกัน”
- บทสรุปและข้อคิดในการใช้ชีวิต
กอบกาญจน์ บอกว่า ข้อแรกคือ “การอยู่กับความยากลำบาก”
“หากเราฝึกฝนตัวเองให้เรียนรู้ที่จะอยู่กับความยากลำบากทุกวัน และมองว่ามันคือเรื่องปกติ เราจะกลายเป็นคนที่ แข็งแกร่งขึ้น (Stronger), ฉลาดขึ้น (Smarter) และมีความยืดหยุ่น (Resilient) มากขึ้น”
อีกสิ่งที่สำคัญมากคือ “สติคือทางออก”
“ในทุกวิกฤตหากมีสติ เราจะเห็นโอกาสและบทเรียนที่ทำให้เราได้เรียนรู้มากกว่าในช่วงเวลาปกติ” กอบกาญจน์ทิ้งท้าย
เรื่องราวของกอบกาญจน์สะท้อนให้เห็นว่า “ความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่ตอนรุ่งเรือง แต่วัดกันที่วิธีการรับมือในยามที่ล้มลง” โดยมีสติ ความซื่อสัตย์ และความรักในทีมงานเป็นเครื่องนำทาง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ถอดรหัสการใช้ชีวิต เมื่อวิกฤตคือเรื่องปกติ และสติคือทางออก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th