ทรัมป์ยังไม่กล้าเล่นแรง! วอชิงตัน-เตหะรานเปิดศึกลองเชิง‘ชิงฮอร์มุซ’ แต่รมว.กลาโหมสหรัฐฯยันการหยุดยิงยังมีผลอยู่
อเมริกาและอิหร่าน ต่างเปิดฉากโจมตีครั้งใหม่เพื่อชิงอำนาจการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ โดยวอชิงตันอ้างยิงเรือเล็กอิหร่าน 6 ลำ อีกทั้งนำเรือสินค้า 2 ลำออกจากช่องแคบสำเร็จ ด้านเตหะรานเตือนอเมริกากำลังทำให้การเดินเรือและขนส่งพลังงานตกอยู่ในความเสี่ยง พร้อมระบุการโจมตียูเออีเป็นการตอบโต้ “การผจญภัยทางทหาร” ของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายทหารอเมริกันแถลงในวันอังคาร (5 พ.ค.) ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมา ยังไม่ถือว่าอิหร่านละเมิดการตกลงหยุดยิง
ในวันจันทร์ (4) กองทัพสหรัฐฯประกาศว่า เฮลิคอปเตอร์แบบอาปาเชและแบบซีฮอว์ก ของตน สามารถทำลายเรือเล็ก 6 ลำของอิหร่าน รวมไปถึงขีปนาวุธและโดรนซึ่งติดตั้งในเรือดังกล่าว การปฏิบัติการนี้มีขึ้นหลังจากเมื่อวันอาทิตย์ (3) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งให้กองทัพเรืออเมริกาคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันและเรือพาณิชย์อื่นๆ ออกจากช่องแคบฮอร์มุซ ภายใต้การปฏิบัติการที่ใช้ชื่อว่า Project Freedom
นอกจากนี้ทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์กับทีวีฟ็อกซ์ นิวส์ โดยขู่ว่า อิหร่านจะถูกถล่มหายไปจากแผนที่โลก ถ้ากล้าโจมตีเรือรบอเมริกา
กระนั้นก็ตาม รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีท เฮกเซธ กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันอังคาร (5) ว่า การปฏิบัติการเพื่อพิทักษ์คุ้มครองเรือพาณิชย์ต่างๆ นี้ เป็นการปฏิบัติการชั่วคราว และการหยุดยิงที่ใช้มา 4 สัปดาห์แล้วยังไม่ได้ยุติลง “เราไม่ได้กำลังมองหาการสู้รบ” เขาบอก “เวลานี้การหยุดยิงยังดำรงอยู่อย่างแน่นอน แต่ว่าเราก็กำลังคอยเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดมากๆ”
ทางด้านอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้ออกมาตอบโต้เมื่อวันอังคาร (5) โดยโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า ความปลอดภัยในการเดินเรือและขนส่งพลังงานกำลังถูกคุกคามจากการที่อเมริกาและอิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่ดำเนินมา 4 สัปดาห์ ก่อนสำทับว่า เตหะรานรู้ดีว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อต่อไป อเมริกาจะเป็นฝ่ายที่แบกรับไม่ไหว ทั้งที่อิหร่านยังไม่ได้เริ่มต้นทำอะไรด้วยซ้ำ พร้อมยืนกรานว่า อิหร่านจะไม่ยอมสละอำนาจการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
ช่องแคบฮอร์มุซมีความสำคัญต่อซัปพลายน้ำมัน ก๊าซ และปุ๋ย รวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ แต่เส้นทางนี้ถูกอิหร่านปิดในทางพฤตินัย นับจากที่อเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. สถานการณ์เช่นนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทั่วโลก จากนั้นเมื่อเดือนที่แล้ว อเมริกาได้ตอบโต้ด้วยการประกาศปิดล้อมท่าเรือต่างๆ ของอิหร่าน
ในวันจันทร์ (4) ยังมีรายงานว่า เรือสินค้าหลายลำในอ่าวเปอร์เซียระเบิดหรือไฟไหม้ รวมทั้งท่าเรือขนถ่ายน้ำมันแห่งหนึ่งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ซึ่งเป็นประเทศหนึ่งในอ่าวเปอร์เซียซึ่งมีฐานทัพขนาดใหญ่ของอเมริกาตั้งอยู่ ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์สะท้อนว่า การดำเนินการทางทหารไม่ใช่ทางเลือกในการจบวิกฤตนี้ และสำทับว่า ยังคงมีความพยายามผลักดันการเจรจาสันติภาพโดยมีปากีสถานเป็นคนกลาง ก่อนเตือนว่า อเมริกาและยูเออีกำลังถูกดึงติดหล่มอันตราย
อ่าวเปอร์เซียลุกเป็นไฟ
ในวันจันทร์ (4) กองทัพสหรัฐฯยังอ้างว่า เรือสินค้าสองลำที่ชักธงอเมริกา สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยมีเรือพิฆาตติดขีปนาวุธของสหรัฐฯคอยสนับสนุน แต่ไม่ได้บอกว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อใด สอดคล้องกับการเปิดเผยของเมอส์ก บริษัทเดินเรือทะเลยักษ์ใหญ่ ที่ระบุว่า เรืออัลไลแอนซ์ แฟร์แฟ็กซ์ ชักธงอเมริกา แล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จโดยมีเรือของกองทัพสหรัฐฯ แล่นประกบเมื่อวันจันทร์ ถึงแม้ทางฝ่ายกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน อ้างว่า ไม่มีเรือสินค้าหรือเรือบรรทุกน้ำมันออกจากช่องแคบดังกล่าวก็ตาม
ทางด้าน ผู้บัญชาการ CENTCOM ที่เป็นผู้บัญชาการกองทหารอเมริกันในตะวันออกกลาง ยืนยันข่าวที่ว่า ฝ่ายสหรัฐฯสามารถทำลายเรือเล็ก 6 ลำ รวมถึงขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน ทว่า สำนักข่าวของทางการอิหร่านรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของผู้บัญชาการทหารนายหนึ่งว่า อเมริกาโจมตีเรือพลเรือนทำให้ประชาชนเสียชีวิต 5 คน
นอกจากนั้นอิหร่านอ้างว่า ยิงเตือนเรือรบอเมริกาที่กำลังแล่นเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซจนต้องหันหัวเรือกลับ
ในอีกด้านหนึ่ง วันเดียวกันนั้น เกาหลีใต้รายงานว่า เรือสินค้าลำหนึ่งของแดนโสมขาวที่ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ ได้เกิดการระเบิดและห้องเครื่องไฟไหม้ โดยยังไม่สามารถระบุชัดเจนว่า เป็นการโจมตีของฝ่ายใด
ขณะที่ UKMTO หน่วยงานความมั่นคงทางทะเลของอังกฤษ รายงานว่า มีเรือ 2 ลำถูกโจมตีที่บริเวณนอกชายฝั่งยูเออี และบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งของยูเออีเผยว่า เรือบรรทุกน้ำมันของบริษัทลำหนึ่งซึ่งเป็นเรือเปล่ายังไม่ได้บรรทุกอะไร ได้ถูกโดรนอิหร่านโจมตี
สำหรับยูเออีระบุว่า ถูกโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธตลอดวันจันทร์ ซึ่งรวมถึง ณ ท่าเรือฟูไจราห์ที่เป็นท่าเรือขนถ่ายน้ำมันสำคัญ และเป็นท่าเรือเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถออกจากตะวันออกกลางโดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จากนั้นในเวลาต่อมาของวันเดียวกัน ทางการยูเออีออกมาแถลงว่า การโจมตีของอิหร่านเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า สถานการณ์กำลังลุกลามร้ายแรง และยูเออีสงวนสิทธิ์ในการตอบโต้
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่อิหร่านได้เปิดเผยแผนที่ของเขตพื้นที่ทางทะเลภายใต้การควบคุมของฝ่ายเตหะรานในปัจจุบัน ซึ่งขยายออกไปเกินช่องแคบฮอร์มุซและครอบคลุมแนวชายฝั่งยาวเหยียดของยูเออีอีกด้วย โดยรวมถึงท่าเรือฟูไจราห์และคอร์ฟากัน ในอ่าวโอมาน ซึ่งยูเออีใช้เพื่อเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ ดังนั้น หากอิหร่านสามารถบังคับใช้อำนาจในการควบคุมท่าเรือเหล่านี้ได้จริง จะเท่ากับเป็นการปิดล้อมทางทะเลต่อยูเออีเกือบสมบูรณ์
สถานีทีวีของอิหร่านรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทหารระดับอาวุโสคนหนึ่งที่บอกว่า การโจมตียูเออีเป็นการตอบโต้ “การผจญภัยทางทหาร” ของอเมริกา
อันวาร์ การ์การ์ช ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเออี กล่าวเมื่อวันอังคารว่า อาบูดาบีได้รับกำลังใจจากพันธมิตรในตะวันออกกลางและภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งตอกย้ำว่า อิหร่านเป็นผู้รุกรานและต้องรับผิดชอบในการทำให้สถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียลุกลาม
สำหรับผู้นำทั่วโลกต่างออกมากดดันเตหะรานให้มุ่งมั่นกับแนวทางการทูตเพื่อยุติสงคราม
นายกรัฐมนตรีฟริดิช แมร์ซของเยอรมนี เรียกร้องให้อิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจา และยุติการใช้ตะวันออกกลางและโลกเป็นตัวประกัน ซึ่งเป็นจุดยืนเดียวกับประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ของอังกฤษ
ซาอุดีอาระเบีย พันธมิตรสำคัญของอเมริกาที่ก่อนหน้านี้ถูกอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน ได้เรียกร้องเช่นเดียวกันให้ทั้งสองฝ่ายใช้พยายามทางการทูตเพื่อแก้ไขความขัดแย้งด้วยแนวทางการเมือง
(ที่มา: รอยเตอร์/เอเอฟพี)
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO