ก.ล.ต. เผยยอดเช็กก่อนลงทุนไตรมาส 1/69 พุ่ง 1.5 แสนครั้ง พบภัยหลอกลงทุนครองแชมป์ความเสียหายอันดับ 1
ยอดใช้งานแอป SEC Check First และ Investor Alert สะท้อนประชาชนตื่นตัวคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง สายด่วน 1207 รับเบาะแสพุ่ง 4 เท่า ขณะที่มูลค่าความเสียหายจากมิจฉาชีพในตลาดทุนเดือนมีนาคมพุ่งแตะ 602 ล้านบาท เลขาธิการ ก.ล.ต. เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุก 3Cs ยกระดับความร่วมมือ 77 หน่วยงานพันธมิตร เร่งปิดกั้นช่องทางหลอกลวง
5 พฤษภาคม 2569 - สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยตัวเลขสถิติการดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้ลงทุนในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 พบว่าประชาชนให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการเข้าใช้งานเครื่องมือตรวจสอบของ ก.ล.ต. รวมทั้งสิ้นกว่า 1.5 แสนครั้ง
จากข้อมูลเชิงลึกพบว่ามีการเข้าใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน “SEC Check First” จำนวน 146,149 ครั้ง และผ่านช่องทางรายชื่อไม่ได้รับอนุญาตหรือ “Investor Alert” บนเว็บไซต์ ก.ล.ต. อีกจำนวน 7,626 ครั้ง ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนแนวทางการลงทุนที่เน้นการตรวจสอบความถูกต้องเพื่อคัดกรองความเสี่ยงจากมิจฉาชีพตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มแรก
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ภัยหลอกลงทุนในประเทศไทยยังคงมีความรุนแรงและสร้างผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ เดือนมีนาคม 2569 พบว่าปัญหาภัยหลอกลงทุนมีมูลค่าความเสียหายสูงถึงประมาณ 602 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นมูลค่าความเสียหายอันดับ 1 เมื่อเทียบกับคดีความเสียหายประเภทอื่น ๆ ทั้งหมด
ในส่วนของการรับแจ้งเบาะแสผ่าน "สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน ก.ล.ต." ในช่วงไตรมาสแรกปี 2569 มีจำนวนการรับแจ้งรวม 3,473 ครั้ง แบ่งเป็นการให้คำปรึกษาแก่ประชาชนจำนวน 3,149 ครั้ง ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 4 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 นอกจากนี้ ก.ล.ต. ได้ดำเนินการเชิงรุกด้วยการประสานงานปิดกั้นช่องทางหลอกลวงไปแล้ว 279 ครั้ง โดยมีประสิทธิภาพในการปิดกั้นจากผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียได้ครบ 100% ภายในระยะเวลาตั้งแต่ 7 นาที ถึง 48 ชั่วโมง
ทางด้านนางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ให้ทัศนะต่อสถานการณ์ดังกล่าวว่า “ปัญหาภัยหลอกลงทุนยังคงมีความเสี่ยงและเปลี่ยนแปลงรูปแบบตลอดเวลา ก.ล.ต. จึงมุ่งยกระดับการป้องกันและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน ผ่านมาตรการเชิงรุกภายใต้แนวคิด 3Cs”
สำหรับแนวคิด 3Cs ที่ ก.ล.ต. นำมาใช้ประกอบด้วย:
- Consultation: การให้คำปรึกษาผ่านสายด่วน 1207 กด 22
- Communication: การสื่อสารเตือนภัยผ่านแอปพลิเคชัน SEC Check First และการพัฒนาฟังก์ชัน Chatbot ให้ตอบโจทย์การใช้งาน
- Collaboration: การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและเอกชนรวม 77 หน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปิดกั้นช่องทางมิจฉาชีพและขยายการแจ้งเตือนภัยให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้าง
ทั้งนี้ ก.ล.ต. ยังคงเน้นย้ำให้ผู้ลงทุนเพิ่มความระมัดระวังและใช้เครื่องมือที่มีอยู่ในการค้นหาชื่อผู้ให้บริการในตลาดทุน ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตทั้งหลักทรัพย์และสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ไม่ใช่ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. เพื่อป้องกันความเสียหายก่อนเกิดการโอนเงินลงทุน