โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Songs in the Key of Life : เพลงรักของคนปากแข็ง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บทความพิเศษ | ภาสกร ประมูลวงศ์

Songs in the Key of Life

: เพลงรักของคนปากแข็ง

ในบรรดาเพลงฮิตทั้งหลายแหล่ ผมยกให้ I’m Not In Love เป็นหนึ่งไม่มีสองในเรื่องของความครีเอทีฟ

เพราะอะไร?

เพราะมันมีทุกอย่างที่เพลงรักต้องการ

มันพูดถึงความโรแมนซ์ (แม้จะแบบฟังไม่ค่อยรู้เรื่องก็เหอะ) มีท่วงทำนองที่โคตรดี มีการใช้เสียงประสานที่สอง (และสาม) ทำด้วยความประณีตจากมือของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า Super Group

แต่เชื่อหรือไม่ครับว่า เพลงดีเลิศประเสริฐขนาดนี้ครั้งหนึ่งมันเคยเกือบโดนเททิ้งขยะมาแล้ว

คนกลุ่มนี้มารวมตัวและเรียกชื่อตัวเองว่า 10CC (ชื่อวงมาจากปริมาณอสุจิในแต่ละครั้งที่หลั่งออกมาจากร่างกาย กวนประสาทดีไม่เลวครับ)

เกิดจากการแตกตัวของสองคณะ The Mindbenders กับ Godley and Creme โดยสองคณะที่ว่าไม่ได้มีแนวทางดนดรีที่คล้ายกันเลย พวกเขาแค่มาแก้คัน พูดง่ายๆ มันเป็นงานปล่อยของสนุกๆ แต่ทำกันซีเรียสภายใต้พิกัดมืออาชีพ

เพลง I’m Not In Love เกิดจากไอเดียของอีริค สจ๊วต (Eric Stewart) สมาชิกหลักของวง ผู้รักเมียเหนือยิ่งสิ่งใด เป็นแปดปีเต็มๆ ที่คนทั้งสองร่วมหอลงโรงไม่ขาดไม่เกิน

จนวันหนึ่ง เมื่อความรักมันล้นใจจนต้องถ่ายทอดออกมา

ทีนี้ถ้าจะเขียนตรงๆ ว่า I Love You ก็เสียเหลี่ยมลูกกำนัน

“มันเกิดจากเมียผมชอบมาถามว่า ทำไมช่วงนี้ไม่เห็นบอกรักกันเลย” อีริคเผย

“นานวันเข้า กลอเรีย (ตัวภรรยาวัย 16 ในตอนนั้น) ก็หมั่นมาถามต่อว่าไม่รักกันแล้วเหรอจ๊ะ แหม ผมก็รักเมียผมแหละครับแต่ไม่ค่อยแสดงออก (ฮา) คือถ้ามันบอกรักทุกวันมันก็เฝือใช่ไหม”

ด้วยความเป็นศิลปิน เมื่อโดนถามบ่อยเข้าก็เกิดความคิดแต่มันจะเป็น “อีกด้าน” เรียกมันว่า I’m Not In Love เพราะเขาจับปากการ่ายยาวในบท “ผู้ร้ายปากแข็ง”

โดยพลิกบทไปเขียนเป็นเพลงรักในทำนองแก้เก้อประมาณ “ฉันไม่ได้รักเธอนะ พอดีเอารูปมาฝาก ให้เพราะเห็นว่าข้างฝาบ้านมันว่างๆ หรือที่โทร.มาไม่มีอะไรนะ ก็แค่ถามไถ่ธรรมดา หรือแกล้งหมุนเบอร์ผิดอะไรประมาณนี้”

ซึ่งอันที่จริงแล้วคือแอบรักเค้าเข้าเต็มเปา

เนื้อหาฟังดูเข้าท่าครับ แต่เมื่อเอาไปเสนอสมาชิกในวงกลับไม่มีใครเล่นด้วยเลย

“มันห่วยบรมว่ะครับ อย่างเก่งก็เป็นเพลงในหน้าสองที่ฟังแล้วก็ลืมๆ กันไป” เควิน ก็อดลีย์ (Kevin Godley) หนึ่งในสมาชิกในวงยืนกราน

ทว่าสำหรับความรักทำได้ทุกอย่าง (ฮา) ว่าแล้วอีริคก็กลับไปฟังเพลงอีกรอบสองรอบ เขากลับมาอีกครั้งด้วยเพลงเดิมในร่างใหม่

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปนี้สะกดได้ใจความว่า “ฮิตระเบิด”!

แรกเริ่มเดิมที อีริคกับแกรแฮม (Graham Gouldman) อยากได้เพลงที่มีลักษณะลาตินประมาณ The Girl From Ipanema แต่จนแล้วจนรอดก็เขียนไม่ออก

เมื่อความยากมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขาก็กลับไปทำสิ่งที่เรียกว่า “คุยกับกำแพง” ซึ่งเป็นสแลงสำนวน “กลับไปหาตัวตน”

อีริคกับเพื่อนร่วมทีมเลยกลับไปฮัมที่เดิม ด้วยทำนองซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนขึ้นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่องฮุก

เควินมีส่วนร่วมเป็นอย่างมากในการสร้างท่อนประสานเป็นเสียงร้องของผู้หญิงที่กระซิบแผ่วเบาว่า Big Boys Don’t Cry

ใช่ครับ มันสร้างความแตกต่างอย่างเหลือเชื่อ มากกว่านั้นมันยังให้ความรู้สึกเหมือนคนที่กำลังโดนเพลิงรักสุมอก ไม่นับทำนองในห้องหลักซึ่งงดงามอยู่แล้วเป็นทุนเดิม

“ผมก็แค่เพิ่มไลน์ประสานในสเกลที่แตกต่าง” เควินให้ความเห็น

เขายังใส่ Backing Track ลงไปอีกแบบไม่ยั้งมือ

“ผมอยากได้เสียงแปลกๆ เหมือนคนกำลังพยายามเล่น Synth Pad และคุณเชื่อไหมครับ จากคำร้องที่ดูธรรมดาแบบนี้ ผมต้องลงเสียงเพิ่มไปอีกถึง 16 รอบ ไม่รวมการเติมโน้ตไปอีก 48 Overlay แถมยัด Looped ลงไปอีกไม่ยั้งมือ เพื่อให้คำว่า “Forever” มันมีรูปแบบที่ชัดเจนอย่างที่ผมต้องการ”

เหล่านี้คือผลลัพธ์ของ Mixing Board เมื่อรวมกับเทคนิค Fader Slide ซึ่งจะทำให้เกิดเสียงกังวานในความเงียบ

“ผมรับประกันว่าการบันทึกเสียงของเพลงนี้ มันอยู่ในระดับห้าดาว โดยจะมีห้วงประหลาดๆ เหมือนคนกำลังร้องโหยหวน เมื่อตัดสลับกับจังหวะกลองและเปียโน

“เงี่ยหูฟังดีๆ คุณจะได้ยินเสียงหัวใจเต้น” เขากล่าวย้อนความทรงจำ

I’m Not In Love เลยเป็นเพลงที่ 10CC ประเคนใส่ฝีมือแบบหมดหน้าตัก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคำว่า Big Boys Don’t Cry วิธีการแบบนี้ในห้องอัดเรียกว่า Solo Passage คือเป็นการ Random ให้เกิดเป็นความหมายที่สอง

ที่ตลกก็คือ มันมาจากความบังเอิญล้วนๆ โดยเจ้าของเสียงนั้นมีนามว่าแคธี่ เรดเฟิร์น (Cathy Redfern)

เธอกำลังอยู่ในห้องอัดขณะกำลังโทรศัพท์พอดีมีเสียงลอดเข้ามา เขาเรียกเธอมาลงเสียงนั้นซ้ำและนำไปใช้จริง

ว่ากันว่า หลังจาก I’m Not In Love วางแผง คำพูดประโยคนั้นก็กลายเป็น “เสียงโทรศัพท์ที่ดังที่สุดของอังกฤษ” โดยวางแผงในเดือนมีนาคม 1975

มันไม่แปลกใช่ไหมครับที่เพลงนี้จะดังเป็นพลุแตก

บริษัทแผ่นเสียงเจ้าของลิขสิทธิ์ที่อังกฤษประทับใจมากถึงขนาดเซ็นสัญญาล่วงหน้า 5 ปีเพื่อผลิตผลงานล่วงหน้า 5 อัลบั้ม

โดยแฟนเดนตายต้องหาแผ่นในแบบ UK Released (จัดจำหน่ายที่อังกฤษเท่านั้น) เพราะมันมีความยาวแบบเต็ม 6 นาที ขณะในแบบเวอร์ชั่นปกติจะผลิตในแบบสามนาทีครึ่ง ถือเป็นซิงเกิ้ลฮิตลำดับที่สอง (อันแรกคือ Rubber Bullets 1973)

I’m Not In Love ถูกผลิตซ้ำหลายรอบที่แฟนๆ คุ้นหูคือ ในภาพยนตร์ Guardians of the Galaxy ซึ่งได้สร้างกลุ่มคนดูรุ่นใหม่ให้ตามซื้อตามฟัง โดยหารู้ไม่ว่ามันเคยเกือบโดนเททิ้งมาแล้ว

“จะว่าไปนะครับ ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ธรรมดามาก เพราะคนเราเมื่อมีความรัก เราก็อยากบอกรักกันทุกวันอยู่แล้ว แต่ก็มีคนอีกจำพวกที่ไม่อยากเผยตัวหรืออาจจะอาย คุณต้องเข้าใจว่ามีคนแบบนี้จริงในโลก ผมก็แค่เสนอตัวเองเป็นส่วนหนึ่งในนั้น” อีริค กล่าวในวันและเวลาที่โลกทั้งใบเต้นเป็นจังหวะดิสโก้

จุดเทียนเพื่อส่งแสง

ไล่แมลงที่บินตอม

ขอฝากอยากบอกน้อง

จงประคองใจให้ดี

เย็นค่ำย่ำยันรุ่ง

เอ่ยปากปรุงมุ่งวจี

ใช้รักฝากอัสนี

นำทางเผื่อเพื่อทักทาย

เมื่อความรักโจมตี

อันศักดิ์ศรีก็สิ้นหาย

เมื่อความรักย่างกราย

ความวุ่นวายก็บรรเทา

เหลือไว้ก็แต่เพียง

แสงตะเกียงที่บางเบา

ย่ำค่ำร่ำรุ่งเช้า

แสงยังพราวสว่างเมลือง ฯ

มันไม่ได้ง่ายเลยครับในการที่จะผลิตเพลงรักสักเพลง

เพราะก่อนหน้าที่จะเป็น I’m Not In Love ในแบบที่เราได้ยิน มันผ่านความสาหัสมามาก

และก่อนที่จะเป็นเพลงรักอย่างที่ทุกคนชอบ มันต้องผ่านมาแล้วแทบจะทุกรูปแบบ (ขนาดบอสซ่าหรืออะแคปเปลล่าก็เคยมาแล้ว!!)

และก่อนที่ทีมจะยกความคิดออกจากหัว เราต้องคิดว่า “จะไม่ทำอะไร?” มากกว่า “จะทำอะไร?”

ความเป็นไปของ 10CC จะว่าไปก็น่าสนใจดีนะครับ

เพราะก่อนหน้านั้นเหล่าสมาชิกในวงไม่เคยมีใครคิดว่ามันจะกลายร่างเป็นเพลงดัง ว่าไปแล้วมันก็ไม่ต่างกับการทำงานด้วยความรัก นั่นคือ จงก้มหน้าก้มตาทำไปให้สุดฝีมือแล้วปล่อยให้คนฟังตัดสิน

โดยน้อยคนนักที่จะทราบว่าเพราะเขาต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อให้ได้มาซึ่ง I’m Not In Love ในหกนาทีนั้น เพราะเคยมีคนวิจารณ์ว่ามันยาวเกินไป (นั่นคือสาเหตุของการ Cut Down Version) กาลกลับกลายเป็นว่า เมื่อมันได้รับความนิยม ผู้คนต่างร้องหาฉบับดั้งเดิม ถึงขนาดต้องทำขนาดพิเศษเรียกว่า Radio Version

เมื่อมีคนถามว่ามันมีดีตรงไหนผู้คนถึงชอบมันนักหนา นั่นเพราะมันเล่นกับความรู้สึกคน มันมีความจริงที่เราล้วนหลบซ่อน มันตลก และแน่นอนผู้คนชอบฟังเรื่องรักทำนองนี้

มากกว่านั้น หลังจากผ่านเวลามาตั้งแต่ปี 1975 จนถึงทุกวันนี้มีคนหยิบมันไปคัฟเวอร์มากมาย ไล่ตั้งแต่ควีน ลาติฟาห์, เคลซีย์ ลู, คาเรน ซูซา เรื่อยไปจนถึงดีดีชาร์ป แต่ผมชอบเวอร์ชั่นของ JUICE ครับ ผมว่ามันหลอนๆ ดียังไงชอบกล

สำหรับลุงอีริคแล้ว แกยังอยู่กับป้ากลอเรียคนเดิม เมื่อมีคนมาถามความลับของเพลง I’m Not In Love แกจะตอบอย่างฉาดฉานว่า

“ผมแต่งงานมา 54 ปีแล้ว ทุกวันนี้ก็มีแต่พูดซ้ำๆ ซากๆ ที่ฟังจนเอียนกันไปข้าง คำนั้นคือผมรักคุณ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Songs in the Key of Life : เพลงรักของคนปากแข็ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...