“คิม จอง อึน” ประกาศเกาหลีเหนือเสริมกำลังนิวเคลียร์ถาวร เตือนเกาหลีใต้เป็นรัฐศัตรูหลัก
"คิม จอง อึน" ประกาศเกาหลีเหนือเสริมกำลังนิวเคลียร์ถาวร ชี้เกาหลีใต้เป็นรัฐศัตรูหลัก เตือนว่าการละเมิดอธิปไตยใด ๆ จะถูกตอบโต้โดยไม่ลังเล
วันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 08.23 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ประกาศว่า ประเทศจะเดินหน้าเสริมสร้างกำลังนิวเคลียร์อย่างถาวร และจะถือว่าเกาหลีใต้เป็นรัฐศัตรูหลัก โดยเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสำคัญที่เขาแถลงต่อรัฐสภา ตามรายงานของสำนักข่าว KCNA ของรัฐบาลเกาหลีเหนือ
คิม ระบุว่า สถานะของเกาหลีเหนือในฐานะประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์นั้นไม่สามารถย้อนกลับได้ และการขยายศักยภาพการยับยั้งนิวเคลียร์เพื่อป้องกันตนเองเป็นสิ่งจำเป็นต่อความมั่นคงของชาติ เสถียรภาพในภูมิภาค และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
พร้อมปฏิเสธแนวคิดการแลกเปลี่ยนการปลดอาวุธนิวเคลียร์กับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือการรับประกันความมั่นคง โดยระบุว่า เกาหลีเหนือได้พิสูจน์แล้วว่าการรักษากำลังนิวเคลียร์ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง
คิมกล่าวว่า สถานการณ์โลกในปัจจุบันที่ประเทศอธิปไตยถูกละเมิดศักดิ์ศรีและสิทธิด้วยการใช้กำลังฝ่ายเดียว แสดงให้เห็นว่าอะไรคือหลักประกันที่แท้จริงของการอยู่รอดและสันติภาพของรัฐ พร้อมระบุว่า อาวุธนิวเคลียร์ช่วยยับยั้งสงครามและทำให้ประเทศสามารถนำทรัพยากรไปพัฒนาเศรษฐกิจ การก่อสร้าง และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนได้
นักวิเคราะห์ในเกาหลีใต้ มองว่า คำกล่าวของคิมเป็นการวิจารณ์ทางอ้อมต่อปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐต่ออิหร่าน โดยระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งตอกย้ำข้อโต้แย้งของเกาหลีเหนือที่เชื่อว่า อาวุธนิวเคลียร์มีความจำเป็นต่อการยับยั้งการแทรกแซงจากภายนอกและการรักษาเสถียรภาพของระบอบการปกครอง
คิมยังกล่าวหาสหรัฐและพันธมิตรว่าเป็นผู้สร้างความไม่มั่นคงในภูมิภาคจากการส่งยุทโธปกรณ์นิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์เข้ามาใกล้คาบสมุทรเกาหลี แต่ระบุว่าเกาหลีเหนือไม่ได้มองว่าตนเองเป็นประเทศที่อยู่ภายใต้การคุกคามอีกต่อไป และมีศักยภาพที่จะคุกคามประเทศอื่นได้หากจำเป็น
เกาหลีใต้ถูกระบุเป็นรัฐศัตรูหลัก
คิมประกาศว่า เกาหลีใต้ได้รับการกำหนดให้เป็นรัฐที่เป็นศัตรูมากที่สุด และเตือนว่า ความพยายามใด ๆ ที่ละเมิดอธิปไตยของเกาหลีเหนือจะถูกตอบโต้อย่างไร้ความปรานี โดยไม่ลังเลหรือยับยั้ง
คำกล่าวดังกล่าวสะท้อนท่าทีที่แข็งกร้าวมากขึ้นของเปียงยางต่อเกาหลีใต้ หลังจากคิมยกเลิกนโยบายหลายทศวรรษที่มุ่งรวมชาติอย่างสันติ และปรับความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ให้เป็นความสัมพันธ์ระหว่างสองรัฐศัตรู
นักวิเคราะห์ระบุว่าถ้อยคำดังกล่าวแทบจะเป็นการปฏิเสธสถานะของเกาหลีใต้ในฐานะชาติพี่น้อง และก้าวไกลกว่าวาทกรรมในอดีตที่มุ่งโดดเดี่ยวเกาหลีใต้ทางการทูต
แผนเศรษฐกิจ 5 ปี
นอกจากนโยบายความมั่นคง คิมยังประกาศแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะ 5 ปี โดยเน้นการปรับปรุงอุตสาหกรรม เพิ่มการผลิตไฟฟ้าและถ่านหิน เพิ่มผลผลิตอาหาร และเร่งการก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ
เกาหลีเหนือยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก เศรษฐกิจถูกคว่ำบาตรอย่างหนัก และเผชิญปัญหาขาดแคลนเรื้อรัง ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องพึ่งพาการแจกจ่ายอาหารของรัฐและตลาดไม่เป็นทางการ
รัฐสภาเกาหลีเหนือยังได้แก้ไขรัฐธรรมนูญ และผ่านกฎหมายรองรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี รวมถึงอนุมัติงบประมาณปี 2569 โดยเพิ่มสัดส่วนงบกลาโหมเป็น 15.8% ของงบประมาณทั้งหมด และระบุชัดว่าจะใช้เงินเพื่อขยายศักยภาพนิวเคลียร์และขีดความสามารถทางทหาร
ในการประชุมดังกล่าว รัฐสภายังได้รับสารแสดงความยินดีจากประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ซึ่งชื่นชมการนำของคิม และให้คำมั่นว่าจะกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างรัสเซียกับเกาหลีเหนือให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
อ้างอิง : www.reuters.com