โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"อาเซียน" นำโลก เดินหน้า “ประหยัดพลังงาน” รับแรงกระแทกวิกฤตน้ำมัน-สงครามตะวันออกกลาง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“อาเซียน” นำโลก เดินหน้า “ประหยัดพลังงาน” รับแรงกระแทกวิกฤตน้ำมัน-สงครามตะวันออกกลาง

"อาเซียน" นำโลก เดินหน้า “ประหยัดพลังงาน” รับแรงกระแทกวิกฤตน้ำมัน-สงครามตะวันออกกลาง

วิกฤตราคาพลังงานที่พุ่งสูงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง กำลังบีบให้หลายประเทศทั่วโลกต้อง “รัดเข็มขัด” อย่างจริงจัง และสิ่งที่เห็นชัดที่สุดในเวลานี้คือ อาเซียน และภูมิภาคที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานจำนวนมาก กำลังกลายเป็นด่านหน้าในการทดลองมาตรการประหยัดพลังงานแบบเข้มข้น ก่อนที่แนวทางเหล่านี้จะลามไปสู่เอเชีย ประเทศขนาดใหญ่ และโลกตะวันตก

"สปป.ลาว" ออกมาตรการชัดเจนผ่านคำสั่งสำนักงานนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ถึงกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา ให้ปรับรูปแบบการเรียนการสอนเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการเดินทางของผู้ปกครอง โดยในระยะสั้น โรงเรียนทั้งรัฐและเอกชนต้องลดวันเรียนจาก 5 วัน เหลือเพียง 3 วันต่อสัปดาห์ แต่ยังคงเนื้อหาหลักสูตรเดิม พร้อมเปิดทางให้เลื่อนปิดภาคเรียนได้ตามความเหมาะสม

ในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา มีการปรับให้เรียนเต็มวัน (เช้า-บ่าย) แต่ลดจำนวนวันเรียนลงเหลือ 3 วันเช่นกัน และให้อาจารย์สลับวันเข้าทำงาน เพื่อลดการใช้พลังงานโดยรวม ขณะที่แผนระยะยาว หากสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ ลาวเตรียมขยับสู่ระบบเรียนออนไลน์เต็มรูปแบบ โดยมอบหมายให้กระทรวงเทคโนโลยีตรวจสอบความพร้อมด้านอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์รองรับ พร้อมเปิดทางให้บางสถาบันสามารถหยุดเรียนชั่วคราวได้หากจำเป็น

"เมียนมา" ซึ่งเดินหน้ามาตรการควบคู่กัน โดยรายงานจาก The Mirror ระบุว่า รัฐบาลสั่งให้ข้าราชการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) ทุกวันพุธ เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง พร้อมขอความร่วมมือภาคเอกชนปรับใช้ตามความเหมาะสม

ก่อนหน้านี้ เมียนมายังใช้มาตรการที่ “เห็นผลทันที” อย่างระบบรถยนต์เลขคู่-คี่ และการจำกัดการเติมน้ำมัน เพื่อบริหารอุปสงค์ในช่วงเสี่ยงขาดแคลน ขณะเดียวกันก็เร่งหาแหล่งนำเข้าเชื้อเพลิงเพิ่มเติมเพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว

"เวียดนาม" เลือกใช้แนวทาง “ลดการเดินทาง” เป็นแกนหลัก โดยขอความร่วมมือภาคธุรกิจให้พนักงาน Work From Home ตามความเหมาะสม รณรงค์ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ รวมถึง Carpool และจักรยานในระยะใกล้ นอกจากนี้ยังผลักดันให้ภาคธุรกิจปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ ลดการวิ่งรถเปล่า และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง

ในเชิงนโยบายเศรษฐกิจ เวียดนามตัดสินใจยกเว้นภาษีนำเข้าเชื้อเพลิงชั่วคราว เพื่อลดแรงกดดันด้านราคา พร้อมเร่งเจรจากับประเทศผู้ส่งออกน้ำมันเพื่อรักษาเสถียรภาพของอุปทาน

"ฟิลิปปินส์" ใช้แนวทาง “ลดผลกระทบเชิงสังคม” ควบคู่ไปกับการประหยัดพลังงาน โดยให้ข้าราชการบางส่วนทำงานจากบ้าน ลดการเดินทางราชการที่ไม่จำเป็น และออกมาตรการเยียวยาทางการเงินให้กลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น คนขับรถสาธารณะ เกษตรกร และชาวประมง

"ประเทศไทย" แม้ยังไม่ใช้มาตรการบังคับ แต่ก็เร่งรณรงค์อย่างเข้มข้น ทั้งการตั้งอุณหภูมิแอร์ที่ 25 องศาเซลเซียสขึ้นไป ลดเวลาเปิดไฟในอาคาร สนับสนุน Work From Home 1–2 วันต่อสัปดาห์ และส่งเสริมการถอดสูท และแต่งกายสบายๆ เพื่อลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศ

นอกอาเซียน ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียก็เร่งปรับตัวไม่แพ้กัน

"ศรีลังกา" ประกาศให้วันพุธเป็นวันหยุดราชการทั่วประเทศ เพื่อลดการใช้พลังงานทั้งระบบเศรษฐกิจ ควบคู่กับการใช้ระบบเติมน้ำมันตามเลขทะเบียนรถ (เลขคู่-คี่) และระบบโควตาน้ำมันผ่าน National Fuel Pass เพื่อควบคุมการใช้อย่างเข้มงวด

"บังกลาเทศ" เลือกใช้มาตรการ “บริหารเวลาและไฟฟ้า” โดยเลื่อนปิดภาคเรียนให้เร็วขึ้น และใช้การตัดไฟเป็นช่วงเวลา (load shedding) เพื่อควบคุมความต้องการใช้ไฟฟ้าไม่ให้เกินกำลังการผลิต แม้มาตรการนี้จะกระทบภาคอุตสาหกรรมและการผลิต แต่รัฐบาลมองว่าเป็นทางเลือกที่จำเป็นเพื่อป้องกันความเสียหายที่รุนแรงกว่า

ขณะที่ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในเอเชียก็เริ่มขยับเช่นกัน

"อินเดีย" ใช้เครื่องมือด้านภาษี ลดภาษีน้ำมันบางช่วงเพื่อชะลอราคาขายปลีก พร้อมเพิ่มการนำเข้าจากแหล่งต้นทุนต่ำ และเร่งสะสมน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ รวมถึงผลักดันพลังงานทางเลือกอย่างเอทานอลและรถยนต์ไฟฟ้า

"ญี่ปุ่น" ใช้แนวทางความร่วมมือทั้งสังคม รณรงค์ประหยัดพลังงาน ลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงพีค ขณะที่เกาหลีใต้เน้นใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการพลังงานในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

"จีน" เองก็ขยับเชิงรุก โดยเร่งกักตุนน้ำมัน ควบคุมการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรมบางส่วน และเดินหน้าพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดโลก

และเมื่อมองไปไกลกว่านั้น วิกฤตพลังงานครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เอเชีย แต่ลุกลามไปถึงฝั่งตะวันตก สหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วในยุโรป รวมถึงสมาชิก IEA ต้องเร่งระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวมกันหลายร้อยล้านบาร์เรล เพื่อพยุงตลาดและบรรเทาผลกระทบจากราคาที่พุ่งสูง

ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนชัดว่า “พลังงาน” ได้กลายเป็นสมรภูมิใหม่ของเศรษฐกิจโลก สงครามในตะวันออกกลางไม่ได้กระทบแค่ภูมิรัฐศาสตร์ แต่ลามไปถึงต้นทุนชีวิตของผู้คนทั่วโลก ตั้งแต่ค่าเดินทาง ค่าไฟ ไปจนถึงราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน

เมื่อวันจบของความขัดแย้งยังไม่ชัดเจน และปริมาณสำรองพลังงานของแต่ละประเทศไม่เท่ากัน “การประหยัดพลังงาน” จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในเวลานี้เป็นทั้งเกราะป้องกันระยะสั้น และ “กันชน” ที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจไม่ให้สะเทือนหนักไปกว่านี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...