วิปฝ่ายค้าน รับหนังสือภาคประชาชน เดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด เข้าสภาฯ
วิปฝ่ายค้าน รับหนังสือภาคประชาชน เดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด เข้าสภาฯ - จับตาประชุม ครม. 5 พ.ค. ชี้ชะตากฎหมายสำคัญ ลั่น ห้ามทิ้งเสียงประชาชนเกือบแสนรายชื่อ
วันที่ 30 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน เป็นผู้แทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน รับหนังสือจากตัวแทนภาคประชาชนที่ร่วมกันผลักดันร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด เพื่อเรียกร้องให้เร่งรัดกระบวนการผลักดันกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาโดยเร็ว
ตัวแทนภาคประชาชน เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนประเด็นอากาศสะอาดดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 10 ปี โดยมีเครือข่ายหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มด้านสิ่งแวดล้อม มูลนิธิ กลุ่มเยาวชนอากาศสะอาด และองค์กรภาคประชาสังคมจำนวนมาก แม้บางส่วนจะไม่ได้เข้าร่วมในวันนี้ แต่มีรายชื่อแนบท้ายหนังสือรวมกว่า 100–200 องค์กร
นอกจากนี้ ยังมีการรวบรวมรายชื่อประชาชนตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการรณรงค์ โดยตั้งเป้า 10,000 รายชื่อ แต่สามารถรวบรวมได้มากกว่า 25,000 รายชื่อ และยังเปิดช่องทางออนไลน์เพื่อรับการสนับสนุนเพิ่มเติม จนมีผู้ร่วมลงชื่ออย่างไม่เป็นทางการอีกกว่า 60,000 รายชื่อ รวมทั้งหมดเกือบ 100,000 รายชื่อ สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและความต้องการของประชาชนต่อการมีอากาศสะอาด
อย่างไรก็ตาม ภาคประชาชนแสดงความกังวลต่อทิศทางของร่างกฎหมายดังกล่าว โดยเฉพาะประเด็นสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่
1.รัฐบาลจะส่งร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาจริงหรือไม่
2.เมื่อเข้าสู่รัฐสภาแล้ว จะได้รับความเห็นชอบจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาหรือไม่
3.เนื้อหาของกฎหมายจะยังคงสาระสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ หรือจะถูกปรับแก้จนไม่ตอบโจทย์ปัญหามลพิษทางอากาศ
ภาคประชาชนยังระบุด้วยว่า ปัจจุบันร่างกฎหมายดังกล่าวยังคงค้างอยู่ในชั้นคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา จึงมีความกังวลว่ากระบวนการพิจารณาอาจล่าช้า หรือมีการปรับแก้เนื้อหาจนเหลือเพียงชื่อ “กฎหมายอากาศสะอาด” แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง
ทางด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กล่าวยืนยันว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านมีจุดยืนตรงกันในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดให้เดินหน้าต่อ และพร้อมใช้ทุกกลไกของสภาเพื่อสนับสนุนให้กฎหมายฉบับนี้สามารถประกาศใช้ได้จริง โดยระบุว่า กระบวนการผลักดันกฎหมายมี 2 ขั้นตอนสำคัญ ขั้นตอนแรก คือ คณะรัฐมนตรีต้องมีมติยืนยันให้ร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาต่อภายในวันที่ 12 พฤษภาคม ซึ่งเป็นกรอบเวลา 60 วันนับจากการประชุมรัฐสภานัดแรก และคาดว่า ครม. จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวในการประชุมวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ ในส่วนของฝ่ายค้าน ได้ดำเนินการเชิงรุก โดยทำหนังสือเชิญตัวแทนจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมกับวิปฝ่ายค้าน เพื่อรับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับมติของ ครม. หากร่างกฎหมายได้รับการเห็นชอบ ก็พร้อมสนับสนุนทันที แต่หากไม่ได้รับการยืนยัน ก็จะมีการซักถามเหตุผล และเสนอให้รัฐบาลทบทวนมติภายในระยะเวลาที่เหลือก่อนครบกำหนด
ขั้นตอนที่สอง หาก ครม. มีมติให้ร่างกฎหมายไปต่อ จะต้องเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภารวมประมาณ 700 คน โดยต้องใช้เสียงเห็นชอบอย่างน้อย 350 เสียง
จากการประเมินตัวเลข หากฝ่ายรัฐบาลสนับสนุน และรวมกับเสียงของฝ่ายค้าน ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ร่างกฎหมายจะผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา
พร้อมกันนี้ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลตัดสินใจโดยคำนึงถึงสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจและคุณภาพชีวิตของคนไทยทั่วประเทศ พร้อมย้ำว่า การไม่ผลักดันกฎหมายฉบับนี้ เท่ากับละเลยเสียงของประชาชนกว่า 26,500 รายชื่อที่ยื่นต่อรัฐสภา และอีกหลายหมื่นรายชื่อที่ร่วมสนับสนุน
นายพริษฐ์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ร่างกฎหมายจะผ่านความเห็นชอบและมีผลบังคับใช้แล้ว ภารกิจในการแก้ไขปัญหายังไม่สิ้นสุด แต่รัฐบาลต้องนำเครื่องมือทางกฎหมายไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งการจัดสรรงบประมาณ การสร้างแรงจูงใจในการลดแหล่งกำเนิดมลพิษ และการวางแผนป้องกันล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ปัญหาฝุ่นกลับมาเกิดซ้ำในทุกปี
ขณะที่ นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านมีความเห็นตรงกันว่าปัญหาฝุ่นและอากาศสะอาดไม่สามารถแก้ไขได้หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ทั้งในด้านกฎหมาย กระบวนการทำงาน และการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยเน้นย้ำว่า การออกกฎหมายใหม่เพื่อควบคุมและจำกัดการปล่อยมลพิษตั้งแต่ต้นทาง เป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน พร้อมยืนยันว่าพรรคฝ่ายค้านทุกพรรคจะร่วมกันผลักดันให้ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดเดินหน้าต่อไป
นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นว่าปัญหาฝุ่นไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะด้านสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงความมั่นคงของมนุษย์และภาคเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งเป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญในขณะนี้
พร้อมกันนี้ ได้ขอบคุณภาคประชาชนที่ร่วมติดตามและให้ข้อมูลกับฝ่ายค้านอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าผลักดันประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง จนกว่าประชาชนไทยจะสามารถเข้าถึงอากาศสะอาดได้ตลอดทั้ง 365 วันต่อปี