โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิปฝ่ายค้าน รับหนังสือภาคประชาชน เดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด เข้าสภาฯ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 30 เม.ย. เวลา 03.52 น.

วิปฝ่ายค้าน รับหนังสือภาคประชาชน เดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด เข้าสภาฯ - จับตาประชุม ครม. 5 พ.ค. ชี้ชะตากฎหมายสำคัญ ลั่น ห้ามทิ้งเสียงประชาชนเกือบแสนรายชื่อ

วันที่ 30 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน เป็นผู้แทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน รับหนังสือจากตัวแทนภาคประชาชนที่ร่วมกันผลักดันร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด เพื่อเรียกร้องให้เร่งรัดกระบวนการผลักดันกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาโดยเร็ว

ตัวแทนภาคประชาชน เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนประเด็นอากาศสะอาดดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 10 ปี โดยมีเครือข่ายหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มด้านสิ่งแวดล้อม มูลนิธิ กลุ่มเยาวชนอากาศสะอาด และองค์กรภาคประชาสังคมจำนวนมาก แม้บางส่วนจะไม่ได้เข้าร่วมในวันนี้ แต่มีรายชื่อแนบท้ายหนังสือรวมกว่า 100–200 องค์กร

นอกจากนี้ ยังมีการรวบรวมรายชื่อประชาชนตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการรณรงค์ โดยตั้งเป้า 10,000 รายชื่อ แต่สามารถรวบรวมได้มากกว่า 25,000 รายชื่อ และยังเปิดช่องทางออนไลน์เพื่อรับการสนับสนุนเพิ่มเติม จนมีผู้ร่วมลงชื่ออย่างไม่เป็นทางการอีกกว่า 60,000 รายชื่อ รวมทั้งหมดเกือบ 100,000 รายชื่อ สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและความต้องการของประชาชนต่อการมีอากาศสะอาด

อย่างไรก็ตาม ภาคประชาชนแสดงความกังวลต่อทิศทางของร่างกฎหมายดังกล่าว โดยเฉพาะประเด็นสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่
1.รัฐบาลจะส่งร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาจริงหรือไม่
2.เมื่อเข้าสู่รัฐสภาแล้ว จะได้รับความเห็นชอบจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาหรือไม่
3.เนื้อหาของกฎหมายจะยังคงสาระสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ หรือจะถูกปรับแก้จนไม่ตอบโจทย์ปัญหามลพิษทางอากาศ

ภาคประชาชนยังระบุด้วยว่า ปัจจุบันร่างกฎหมายดังกล่าวยังคงค้างอยู่ในชั้นคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา จึงมีความกังวลว่ากระบวนการพิจารณาอาจล่าช้า หรือมีการปรับแก้เนื้อหาจนเหลือเพียงชื่อ “กฎหมายอากาศสะอาด” แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง

ทางด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กล่าวยืนยันว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านมีจุดยืนตรงกันในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดให้เดินหน้าต่อ และพร้อมใช้ทุกกลไกของสภาเพื่อสนับสนุนให้กฎหมายฉบับนี้สามารถประกาศใช้ได้จริง โดยระบุว่า กระบวนการผลักดันกฎหมายมี 2 ขั้นตอนสำคัญ ขั้นตอนแรก คือ คณะรัฐมนตรีต้องมีมติยืนยันให้ร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาต่อภายในวันที่ 12 พฤษภาคม ซึ่งเป็นกรอบเวลา 60 วันนับจากการประชุมรัฐสภานัดแรก และคาดว่า ครม. จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวในการประชุมวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ ในส่วนของฝ่ายค้าน ได้ดำเนินการเชิงรุก โดยทำหนังสือเชิญตัวแทนจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมกับวิปฝ่ายค้าน เพื่อรับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับมติของ ครม. หากร่างกฎหมายได้รับการเห็นชอบ ก็พร้อมสนับสนุนทันที แต่หากไม่ได้รับการยืนยัน ก็จะมีการซักถามเหตุผล และเสนอให้รัฐบาลทบทวนมติภายในระยะเวลาที่เหลือก่อนครบกำหนด
ขั้นตอนที่สอง หาก ครม. มีมติให้ร่างกฎหมายไปต่อ จะต้องเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภารวมประมาณ 700 คน โดยต้องใช้เสียงเห็นชอบอย่างน้อย 350 เสียง

จากการประเมินตัวเลข หากฝ่ายรัฐบาลสนับสนุน และรวมกับเสียงของฝ่ายค้าน ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ร่างกฎหมายจะผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา

พร้อมกันนี้ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลตัดสินใจโดยคำนึงถึงสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจและคุณภาพชีวิตของคนไทยทั่วประเทศ พร้อมย้ำว่า การไม่ผลักดันกฎหมายฉบับนี้ เท่ากับละเลยเสียงของประชาชนกว่า 26,500 รายชื่อที่ยื่นต่อรัฐสภา และอีกหลายหมื่นรายชื่อที่ร่วมสนับสนุน

นายพริษฐ์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ร่างกฎหมายจะผ่านความเห็นชอบและมีผลบังคับใช้แล้ว ภารกิจในการแก้ไขปัญหายังไม่สิ้นสุด แต่รัฐบาลต้องนำเครื่องมือทางกฎหมายไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งการจัดสรรงบประมาณ การสร้างแรงจูงใจในการลดแหล่งกำเนิดมลพิษ และการวางแผนป้องกันล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ปัญหาฝุ่นกลับมาเกิดซ้ำในทุกปี

ขณะที่ นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านมีความเห็นตรงกันว่าปัญหาฝุ่นและอากาศสะอาดไม่สามารถแก้ไขได้หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ทั้งในด้านกฎหมาย กระบวนการทำงาน และการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยเน้นย้ำว่า การออกกฎหมายใหม่เพื่อควบคุมและจำกัดการปล่อยมลพิษตั้งแต่ต้นทาง เป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน พร้อมยืนยันว่าพรรคฝ่ายค้านทุกพรรคจะร่วมกันผลักดันให้ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดเดินหน้าต่อไป

นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นว่าปัญหาฝุ่นไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะด้านสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงความมั่นคงของมนุษย์และภาคเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งเป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญในขณะนี้

พร้อมกันนี้ ได้ขอบคุณภาคประชาชนที่ร่วมติดตามและให้ข้อมูลกับฝ่ายค้านอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าผลักดันประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง จนกว่าประชาชนไทยจะสามารถเข้าถึงอากาศสะอาดได้ตลอดทั้ง 365 วันต่อปี

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...